‘กรณ์-อรรถวิชช์’เดินตลาดหาเสียงหลักสี่ ย้ำหัวใจสำคัญพรรคกล้าเป็นพรรคเศรษฐกิจ เน้นการเมืองคุณภาพ มุ่งแก้ปัญหาปากท้อง

0
548

วันที่ 18 ม.ค.2564 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ลงพื้นที่พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมจตุจักร-หลักสี่ เบอร์ 2 พรรคกล้า ลงพื้นที่ ตลาด เช้าซอยวิภาวดี 64 พบปะกับประชาชนที่มาซื้อของก่อนเข้าทำงาน และพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ดูบรรยากาศ เป็นไปอย่างคึกคักทั้งการจับจ่ายใช้สอย และการต้อนรับนายอรรถวิชช์และพรรคกล้า
.
นายกรณ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ นอกจากการหาเสียงแล้ว ได้รับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับสินค้าราคาแพง เป็นเสียงสะท้อนที่ได้รับฟังจากประชาชนทุกระดับ จึงฝากแนวทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุสินค้าราคาแพง เพราะมาตรการปลายเหตุคงไม่ทันการ ซึ่งสิ่งที่ต้องดำเนินการเลย คือการทำให้สินค้าในท้องตลาดราคาลดลงทันที โดยเฉพาะเนื้อหมูที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา แก้ไขได้โดยวิธีการนำเข้า เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูในท้องตลาด จะส่งผลให้ราคาลดลงได้ทันที ก่อนสินค้าอื่นๆ จะราคาสูงขึ้นตาม อย่าไปเกรงใจรายใหญ่ โดยขณะนี้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น ทำให้ลดราคาได้ยาก จึงต้องมีมาตรการลดต้นทุนผู้ประกอบการ เยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถฟื้นฟูอาชีพได้ในอนาคตต่อไป เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาโดยเร็ว
.
ในวันนี้ไม่มีเรื่องไหนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมากกว่าเรื่องปากท้อง ราคาหมูแพงเป็นสิ่งสะท้อนถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา การเลือกตั้งซ่อมอาจทำให้รัฐบาลเสียสมาธิมากเกินไป แต่เมื่อเลือกตั้งซ่อมในภาคใต้จบลงแล้ว ก็ขอให้กลับมาทำงาน ซึ่งการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ต้องแก้ไขร่วมกันอย่างมีเอกภาพทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ต้องร่วมมือกัน ซึ่งตรงนี้มันต้องมีการแสดงความเป็นผู้นำ ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรีไล่ลงมา เพราะที่ผ่านมา ดูจากเวทีการแข่งขันทางการเมือง ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะถามว่า เลือกตั้งซ่อมทะเลาะกันแบบนี้ จะกลับไปทำงานร่วมกัน จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงหรือ
.
“ตรงนี้ต้องเริ่มส่งสัญญาณให้ประชาชนกลับมามีความมั่นใจ ว่ายังทำงานร่วมกันได้ อย่างน้อยที่สุดทุกคนต้องมีสมาธิ เร่งหันมาทำในเรื่องที่ทำได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่าปล่อยให้สะสมอารมณ์ความกดดันของพี่น้องประชาชน มากจนถึงขั้นที่จะทำให้รัฐบาลมีปัญหา”นายกรณ์ กล่าว
.
ส่วนแผนการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมจตุจักรหลักสี่ ช่วงโค้งสุดท้าย นายกรณ์ กล่าวว่า เรายังคงเดินหน้าพบปะประชาชน พื้นที่จตุจักรหลักสี่ เรามั่นใจคุณภาพของผู้สมัครที่เป็นอดีต ส.ส.ในพื้นที่ รู้จักพื้นที่นี้เป็นอย่างดี และทีมงานของเราก็ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่มีอะไรหนักใจ พี่น้องในพื้นที่และทั่วกรุงเทพฯ เป็นกำลังใจให้อย่างมาก มั่นใจว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับคะแนนเสียง คาดหวังถึงการมี ส.ส.คนแรกในสภาฯ จากการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
.
“พื้นที่จตุจักร-หลักสี่ เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เป็นการเลือกตั้งซ่อมในเมืองหลวงครั้งแรกของพรรคกล้า พรรคกล้ามีการก่อตั้งมาเกือบ 2 ปี ถือเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่เราก็มีเวลาได้สะท้อนจุดยืน อธิบายให้ประชาชนรู้ว่าเรามองเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้นักการเมืองหันมาสนใจกับเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรามาถูกที่ถูกเวลา พูดตามตรงว่าผมมั่นใจในผู้สมัครของเรา แน่นอนที่สุดเป็นถึงระดับเลขาธิการพรรค เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ รู้ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการอะไร สามารถเป็นปากเสียงให้ประชาชนในสภาได้ทันที ประสบการณ์มีมาก สามารถทำงานได้ทันที กับเวลาที่เหลืออยู่ในสภาฯ” นายกรณ์ กล่าว
.
ส่วนกรณีที่พรรคคู่แข่งทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่างก็เป็นเจ้าของพื้นที่ นายกรณ์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดถึงผู้สมัครท่านอื่น แต่เราเชื่อมั่นในผู้สมัครของพรรคกล้า มั่นใจในคุณภาพของนายอรรถวิชช์ เพราะฉะนั้นเราก็เดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น มั่นใจว่าเรามีตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วให้พี่น้องประชาชน
.
สำหรับผลการเลือกตั้งซ่อมภาคใต้ทั้ง 2 เขต สะท้อนคะแนนนิยมของพรรคกล้าอย่างไรบ้าง นายกรณ์ ตอบว่า กระแสเป็นไปอย่างดี ยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าเน้นนำเสนอคนรุ่นใหม่ คนที่มีคุณภาพ ลงแข่งขันการทำงานการเมืองแบบสร้างสรรค์ ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกที่มีคำถามว่าพรรคกล้าเป็นใคร คิดอะไรอย่างไร แต่ขณะนี้ในมุมกว้าง ประชาชนรับรู้เกี่ยวกับพรรคกล้ามากขึ้นแล้ว รู้ว่าทำการเมืองแบบสะอาด รู้ว่าเน้นเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ มั่นใจว่าถ้าประชาชนคิดถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ก็จะคิดถึงพรรคกล้า นี่คือภาพรวมจากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมผ่านมาแล้ว 3 ครั้ง
.
ส่วนการพบสิ่งผิดปกติหรือการทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่แล้วหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า จากการเลือกตั้งซ่อมภาคใต้มาถึงกรุงเทพฯ พบเห็นหลายเรื่อง แต่เรามั่นใจในแนวทางของเรา และคิดว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากที่ได้สัมผัสระหว่างลงพื้นที่ ประชาชนอยากเห็นการเมืองที่ดีขึ้น และเข้าใจว่าถ้าการเมืองไม่ดีขึ้น ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องก็ดีขึ้นยาก การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นได้จากการเลือกตั้งซ่อม ถึงแม้ว่าจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่เราก็จะได้คนที่มีความพร้อมเข้าไปทำงานได้ทันที เลือกพรรคใหม่ที่มีแนวทางการเมืองที่ชัดเจน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เน้นการทำงาน การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
.
ด้านนายอรรถวิชช์ เปิดเผยว่า จะมีการปราศรัยใหญ่วันที่ 28 ม.ค.นี้ ที่การเคหะท่าทราย จะเน้นการปราศรัยเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องหลัก หัวใจสำคัญที่สุดคือพรรคกล้าเป็นพรรคเศรษฐกิจ เน้นการเมืองคุณภาพ การเมืองสร้างสรรค์ บริบทนี้จะถูกทดสอบที่กรุงเทพฯ ก็จะทำอย่างเต็มที่
.
นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงราคาหมูแพงว่า เดินตลาดเช้าทุกวัน เรื่องของเงินเฟ้ออาจจะไม่ใช่ปัจจัยเดียว แต่ดูดีๆ ว่าราคาของสดขึ้น แต่ราคาผักไม่ได้ขึ้นตาม มันไม่ใช่ว่าสินค้าทุกตัวจะขึ้นหมด แต่มันจะขึ้นเฉพาะตัวชี้นำคือหมู จึงต้องกดราคาตัวชี้นำให้อยู่ จึงต้องการนำเข้าทันที อย่าเกรงใจทุนใหญ่ เพราะชะลอการส่งออกไม่ได้แก้ปัญหาได้ทันที ขณะนี้ผักราคายังไม่ขึ้น หมูมันเป็นตัวชี้นำทำให้ราคาสินค้าอื่นมันขึ้นตามไป ถ้าไม่รีบแก้ที่เรื่องหลักก่อน มันจะทำให้เกิดของแพงของจริง ถ้าราคาขึ้นทั้งระบบ สภาวะเงินเฟ้อมาเต็มอัตราศึก
.
“สัปดาห์นี้มันยังทำได้อยู่ ราคาอาหารปรุงสำเร็จมีทั้ง 60% และ 40% ที่ขึ้นราคาและไม่ขึ้นราคา แต่ถ้าเลยสัปดาห์นี้ไป อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนราคาขายปลีกอาหารปรุงสำเร็จทั้งหมด เรื่องเวลาจึงสำคัญมาก แต่ถ้าเลยสัปดาห์นี้ไปแล้วสัญญาณยังไม่ชัด น่าจะเข้าข่ายอันตรายแล้ว ก็ฝากเตือนรัฐบาล เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ และพรรคกล้าก็เกาะติดเรื่องนี้ตลอด”นายอรรถวิชช์ กล่าว
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #กรณ์จาติกวณิช #พรรคกล้า #อรรถวิชช์สุวรรณภักดี #เลือกตั้งซ่อมหลักสี่