- Advertisement -
หน้าแรก เศรษฐกิจ 'กอบศักดิ์'ชี้ทางรอดวิกฤต!!เชื่อเตรียมการดีไทยยังมีโอกาสไปต่อ หัวใจสำคัญต้องรอดพ้นจากการเป็นเหยื่อ

‘กอบศักดิ์’ชี้ทางรอดวิกฤต!!เชื่อเตรียมการดีไทยยังมีโอกาสไปต่อ หัวใจสำคัญต้องรอดพ้นจากการเป็นเหยื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการธนาคารกรุงเทพ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ไทยจะผ่านพ้นวิกฤตได้ ถ้าเราเตรียมการดี !!!! ในวิกฤตที่กำลังจะมาถึง ใน 1-2 ปีข้างหน้า หลายคนถามว่า “ประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นไปได้หรือไม่” สำหรับคำถามนี้ ทั้งหมดอยู่ที่ “การเตรียมการ” เวลาที่เกิดวิกฤตใน Emerging Markets สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ก็คือ นักลงทุนจะพยายามมองหา “เหยื่อ” รายต่อไป
.
คำถามที่สำคัญที่สุดคือ “Who is next?” ใครจะเป็นรายต่อไป ในกระบวนการดังกล่าว นักลงทุนมักจะมี Lists รายชื่อของประเทศในกลุ่ม Emerging Markets ที่ (1) ทำตัวคล้ายๆ กับประเทศที่กำลังเกิดปัญหา เช่นในกรณี Latin American Debt Crisis รัฐบาลกู้ยืมจากต่างประเทศมามาก รัฐบาลขาดดุลการคลังมาก หรือกรณี Asian Financial Crisis วิกฤตต้มยำกุ้ง ประเทศมีฟองสบู่ มีเงินไหลเข้ามามาก สถาบันการเงินอ่อนแอ และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
.
(2) กำลัง “ออกอาการ” นำชื่อประเทศเหล่านี้ จัดเข้าไปไว้ในจอเรดาห์ของตนเอง เพื่อเตรียมตัวหนีตาย ทยอยออกจากประเทศดังกล่าว ลดสัดส่วนการลงทุน ทั้งในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลที่เคยซื้อเอาไว้ หุ้นที่เคยลงทุน ทำให้เงินทุนที่เคยไหลเข้าเริ่มไหลออก ครั้นเงินทุนเริ่มไหลออกต่อเนื่อง ค่าเงินของประเทศดังกล่าวก็จะค่อยๆ อ่อนค่าลง เงินสำรองหร่อยหรอลง
.
สะสมพลัง!!! จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อเห็นว่า ประเทศนี้ “มีโอกาสพอสมควร” ที่จะเกิดวิกฤต ก็เริ่มเก็งกำไรในค่าเงินของประเทศดังกล่าวเป็นระลอกๆ ทำให้ธนาคารกลางต้องเริ่มเข้าไปต่อสู้ ปกป้องค่าเงินของตนเอง เร่งกระบวนการทำให้เงินไหลออกเร็วขึ้น และเงินสำรองระหว่างประเทศลดลงเร็วขึ้น
.
ท้ายสุด นำไปสู่วิกฤต เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2540 หรืออย่างวิกฤตล่าสุดที่ศรีลังกา นักลงทุนบางส่วนก็เริ่มไปพิจารณาดูปากีสถาน เนปาล ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ และมีลักษณะคล้ายๆ กับศรีลังกาอย่างใกล้ชิด และเริ่มดู กาน่า แซมเบีย สปป ลาว ที่ไม่อยู่ใกล้ แต่กำลังประสบปัญหา
.
หัวใจสำคัญที่สุดที่จะ “รอดพ้น” จากการเป็นเหยื่อ ก็คือ ทำให้นักลงทุนเห็นว่า ประเทศไทยสามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ และแตกต่างจากประเทศที่กำลังเกิดปัญหา.เนื่องจากมรสุมเศรษฐกิจที่กำลังพัดมารอบนี้ จะส่งผลกับ “ทุกประเทศ” อย่างที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
.
ราคาพลังงานและอาหารโลกที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ประเทศส่วนใหญ่ขาดดุลการค้ามากขึ้น มีปัญหาเงินเฟ้อ รัฐบาลจำเป็นต้องเอาเงินไปกดราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากไป นำไปสู่การขาดดุลการคลัง เป็นหนี้มากขึ้น เงินเฟ้อที่เพิ่มในประเทศ ก็จะทำให้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ เร่งขึ้นดอกเบี้ย กระทบเศรษฐกิจ
.
ยิ่งต่อไป เมื่อเฟดยกระดับของการต่อสู้กับเงินเฟ้อ เร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ ประเทศที่เคยกู้ยืมจากต่างประเทศมามาก ทั้งในส่วนรัฐและเอกชน ก็จะมีภาระในการชำระหนี้มากขึ้น ทุกประเทศในกลุ่ม Emerging Markets ก็จะถูกทดสอบความแข็งแกร่งทนทาน อย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จะมีประเทศที่เข่าอ่อน ร่วงลงไปทีละรายสองราย
.
ต้องไปติดต่อ IMF ขอความช่วยเหลือ ทั้งหมดจะยิ่งทำให้ข่าวที่ว่า “Emerging Markets กำลังเกิดวิกฤต” หนาหูมากขึ้น ส่งผลให้ทุกประเทศถูกกดดันจากการไหลออกของเงิน และจากการโจมตีเก็งกำไรของนักลงทุนที่จะเกิดขึ้น  ทางออกของประเทศไทย ก็คือ ใช้เวลาที่เหลือก่อนที่มรสุมเศรษฐกิจจะครอบคลุม Emerging Markets ในการเตรียมการให้ดี ใน 3 เรื่อง เรื่องแรก – เตรียมการสร้างแรงส่งหรือ Momentum ของเศรษฐกิจ เพราะเมื่อวิกฤตเกิดขึ้น เศรษฐกิจจะมีแรงต้านมากขึ้น ทำให้ทุกอย่างชะลอลง
.
เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่

(1.1) พลิกวิกฤตอาหารโลกให้เป็นโอกาสของภาคเกษตรไทย ทำให้คนอยู่ในภาคดังกล่าว 20 ล้านคนสามารถดูแลตนเองได้ดี เร่งปลด lock เรื่องปุ๋ยขาดแคลน ทั้งในการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยจุลินทรีย์ และนำโปแตสที่เรามีออกมาใช้

(1.2) เร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อให้คนอีก 10 ล้านคนในภาคท่องเที่ยวสามารถลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง ซึ่งการที่ภาคท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นตัวในช่วงนี้ ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีของเรา ซึ่งหากเราสามารถปลุกภาคท่องเที่ยวได้ดีใน 1 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยก็จะมีแรงส่งให้กับ GDP ของประเทศเพิ่มมากกว่าประเทศอื่น ปีละ 2-3% อย่างน้อย

(1.3) เร่งภาคส่งออก ถ้าวิกฤตความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้การค้าโลกแตกเป็นส่วนๆ ไทยซึ่งไม่มีปัญหากับใคร เป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของภูมิภาคก็จะได้โอกาส ดีกับคนอีก 2-3 ล้านคนที่ผลิตสินค้าส่งออกเหล่านี้
.
ค่าเงินบาทที่อ่อน จะช่วยให้ภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว และภาคส่งออกไปได้ ทั้งหมดหมายความว่า ระหว่างที่ประเทศอื่นลำบากในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ไทยจะยังมีคน 30 กว่าล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ที่ได้ประโยชน์จากวิกฤตที่เกิดขึ้น สามารถพอจะประคองตนได้ระดับหนึ่ง ซึ่งถ้ารัฐบาลเอาจริงเรื่องการลงทุนใน EEC ในโครงสร้างพื้นฐาน และในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ประเทศไทยก็จะมีแรงส่งทางเศรษฐกิจ ที่จะช่วยให้เราฟันผ่าวิกฤตที่รออยู่ได้ 
.
เรื่องที่สอง-เตรียมการทำตัวให้แตกต่าง ถ้านักลงทุนจะถามว่า Who is next? เราก็ต้องไม่เป็นคนนั้น เราต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ดูแลให้พื้นฐานเศรษฐกิจของเราดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีฐานะเงินสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอ ไม่ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากนัก หรือจะให้ดีก็คือ “เป็นบวก” จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวใน 2 ปีข้างหน้า จากการประหยัดการใช้พลังงาน  มีฐานะการคลังที่พอไปได้ ไม่มีหนี้เยอะไปนัก มีสถาบันการเงินที่เข้มแข็ง มีบริษัทเอกชนฐานะไปได้ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ คือ “ตัวเลขหลัก” ที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด.โชคดีที่ขณะนี้ไทยมีเงินสำรองที่มากพอสมควร มีสถาบันการเงินและบริษัทเอกชนที่ฐานะดี
.
ถ้าเราสามารถฟื้นภาคท่องเที่ยว และสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้ ไม่ใช้เงินภาครัฐอย่างไม่ระวัง พยายามปล่อยให้ราคาน้ำมันเข้าสู่กลไกตลาดมากขึ้น ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยก็จะค่อยๆ ดีขึ้น (ขณะที่คนอื่นแย่ลง) และจะทำให้รัฐบาลยังมีฐานะการคลังที่พอไปได้ (ไม่ดูสุ่มเสี่ยงเหมือนอีกหลายประเทศ) หากประเทศไทยจะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง ก็คือ หนี้ครัวเรือนที่สูง แต่การที่คน 30 กว่าล้านคนจะพอไปได้ช่วงที่เกิดวิกฤต ก็จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา 
.
เรื่องที่สาม – เตรียมการรับผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้น เมื่อวิกฤตเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจโลก เราก็คงพลอยฟ้า พลอยฝน ได้รับผลกระทบด้วย จากการที่เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบ แต่ถ้าเราเตรียมเรื่องที่หนึ่งและสองไว้ดี มีแรงส่งทางเศรษฐกิจ และมี Fundamentals พื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี ประเทศไทยก็น่าจะรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็น่าจะคล้ายๆ กับปี 2008 ที่เราได้รับผลกระทบไป 1-2 ปี ระหว่างที่เกิดวิกฤตรอบๆ
.
แต่หลังจากมรสุมพัดผ่านไป เราก็จะสามารถออกตัวได้ดีกว่าคนอื่นๆ และกลับมาเดินหน้าได้ ขอย้ำอีกทีว่า หากเรารักษาตัวไว้ได้ดี ไม่ปล่อยเวลาที่เหลืออยู่ให้เสียไปโดยไม่เตรียมการ เราก็พอจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โอกาสระหว่างวิกฤตและหลังวิกฤต ก็จะดีอย่างยิ่งและจะเป็นของเรา เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
.

ThePOINT #ข่าวเศรษฐกิจ #กอบศักดิ์ภูตระกูล #วิกฤตเศรษฐกิจ #วิกฤตพลังงาน

- Advertisement -

Stay Connected

21,427แฟนคลับชอบ

Must Read

‘สนธิรัตน์’ขอบคุณพี่ชาวนราธิวาสต้อนรับ’สร้างอนาคตไทย’อบอุ่น!!ชู 2 นโยบายดึงจุดแข็งพื้นที่สามจังหวัดเป็นจุดเชื่อมอาเซียนกับไทย

วันนี้(2 ธ.ค.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวนราธิวาสที่ให้การต้อนรับพวกเราพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างอบอุ่นครับ การมานราธิวาสครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นวันสำคัญและถือเป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศไทย และ จ.นราธิวาส ที่ท่านกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ที่ได้ตัดสินใจจับมือกับพรรคสร้างอนาคตไทย และมาร่วมสร้างประเทศไทยกับเรา ซึ่งในวันนี้ ไม่เพียงแต่ท่านกูเซ็งเท่านั้น ยังมี สจ. นราธิวาส และ...
- Advertisement -

‘เต้น’เทียบเครือข่าย’ตู้ห่าว-ตู่หาว’เชื่อ 2ป. แค่เหยียบตาปลา ลั่น’เพื่อไทย’ต้องแลนด์สไลด์ สกัดแผนนายกฯตกที่งูเห่า!!

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุข้อความว่า ปรับครม.ของพี่คนน้องคน ประชาชนไม่ได้อะไร ? สังคมไทยวันนี้กำลังติดตามจับตาความเป็นไปของ 2 เครือข่าย 1) เครือข่าย “ตู้ห่าว” 2) เครือข่าย “ตู่หาว”.เอาที่ “ตู้ห่าว” ก่อน ชายคนนี้เป็นคนสัญชาติจีน...

‘รองโฆษกสร้างอนาคตไทย’สับเละ!!สปสช.ยกเลิกสัญญา 9 รพ.เอกชนทำผู้ป่วยกว่า 2 แสนคนเดือดร้อน จี้แก้3 เรื่องด่วน

นายธันวา ไกรฤกษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตสวนหลวง และรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงความเดือดร้อนของประชาชนกรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยกเลิกสัญญา 9 โรงพยาบาลเอกชน ว่า กรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยกเลิกสัญญา 9 โรงพยาบาลเอกชน ได้แก่ 1.รพ.มเหสักข์ 2.รพ.บางนา 1 3.รพ.ประชาพัฒน์...

ใครกันนะ??’ดร.เสรี’แฉ!!บางพรรคไม่พูด ไม่แตะ ‘ทุนจีนสีเทา’แม้แต่ประโยคเดียว ยิ่งขุดคุ้ยยิ่งเห็นความเชื่อมโยง

วันนี้(2 ธ.ค.) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ไม่พูด ไม่แตะ แม้แต่ประโยคเดียว เกี่ยวกับทุนจีนสีเทา เพราะคนในพรรคเกี่ยวกับขบวนการนี้หลากหลายรูปแบบ และเมื่อมีคนขุดคุ้ยขึ้นมา มันยิ่งเห็นความเกี่ยวข้องชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่องคนจีนซื้อบ้านราคามากกว่า 30 ล้าน เป็นเรื่องผิดกฎหมายชัดเจน เพราะกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้คนต่างชาติซื้อที่ดินได้ กรณีนี้พอรู้ว่าใครเป็นคนขาย ยิ่งเข้าใจทำไมพวกเขาไม่พูด.เมื่อเรื่องถึงโรงถึงศาล เขาคงบอกว่าคนซื้อเป็นคนไทย เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคนที่มาซื้อเป็นนอมินีของคนต่างชาติ...

Related News

‘สนธิรัตน์’ขอบคุณพี่ชาวนราธิวาสต้อนรับ’สร้างอนาคตไทย’อบอุ่น!!ชู 2 นโยบายดึงจุดแข็งพื้นที่สามจังหวัดเป็นจุดเชื่อมอาเซียนกับไทย

วันนี้(2 ธ.ค.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวนราธิวาสที่ให้การต้อนรับพวกเราพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างอบอุ่นครับ การมานราธิวาสครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นวันสำคัญและถือเป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศไทย และ จ.นราธิวาส ที่ท่านกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ที่ได้ตัดสินใจจับมือกับพรรคสร้างอนาคตไทย และมาร่วมสร้างประเทศไทยกับเรา ซึ่งในวันนี้ ไม่เพียงแต่ท่านกูเซ็งเท่านั้น ยังมี สจ. นราธิวาส และ...

‘เต้น’เทียบเครือข่าย’ตู้ห่าว-ตู่หาว’เชื่อ 2ป. แค่เหยียบตาปลา ลั่น’เพื่อไทย’ต้องแลนด์สไลด์ สกัดแผนนายกฯตกที่งูเห่า!!

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุข้อความว่า ปรับครม.ของพี่คนน้องคน ประชาชนไม่ได้อะไร ? สังคมไทยวันนี้กำลังติดตามจับตาความเป็นไปของ 2 เครือข่าย 1) เครือข่าย “ตู้ห่าว” 2) เครือข่าย “ตู่หาว”.เอาที่ “ตู้ห่าว” ก่อน ชายคนนี้เป็นคนสัญชาติจีน...

‘รองโฆษกสร้างอนาคตไทย’สับเละ!!สปสช.ยกเลิกสัญญา 9 รพ.เอกชนทำผู้ป่วยกว่า 2 แสนคนเดือดร้อน จี้แก้3 เรื่องด่วน

นายธันวา ไกรฤกษ์ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตสวนหลวง และรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงความเดือดร้อนของประชาชนกรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยกเลิกสัญญา 9 โรงพยาบาลเอกชน ว่า กรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยกเลิกสัญญา 9 โรงพยาบาลเอกชน ได้แก่ 1.รพ.มเหสักข์ 2.รพ.บางนา 1 3.รพ.ประชาพัฒน์...

ใครกันนะ??’ดร.เสรี’แฉ!!บางพรรคไม่พูด ไม่แตะ ‘ทุนจีนสีเทา’แม้แต่ประโยคเดียว ยิ่งขุดคุ้ยยิ่งเห็นความเชื่อมโยง

วันนี้(2 ธ.ค.) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ไม่พูด ไม่แตะ แม้แต่ประโยคเดียว เกี่ยวกับทุนจีนสีเทา เพราะคนในพรรคเกี่ยวกับขบวนการนี้หลากหลายรูปแบบ และเมื่อมีคนขุดคุ้ยขึ้นมา มันยิ่งเห็นความเกี่ยวข้องชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรื่องคนจีนซื้อบ้านราคามากกว่า 30 ล้าน เป็นเรื่องผิดกฎหมายชัดเจน เพราะกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้คนต่างชาติซื้อที่ดินได้ กรณีนี้พอรู้ว่าใครเป็นคนขาย ยิ่งเข้าใจทำไมพวกเขาไม่พูด.เมื่อเรื่องถึงโรงถึงศาล เขาคงบอกว่าคนซื้อเป็นคนไทย เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคนที่มาซื้อเป็นนอมินีของคนต่างชาติ...

‘เพื่อไทย’เย้ยเจ็บ!!ถ้าไม่มีซีนก้มกราบเท้า’บิ๊กป้อม’กลุ่มปากน้ำคงไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีประดับก๊วน ส่วน’ธนกร’บุญหล่นทับ

วันนี้(2 ธ.ค.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่ม คะแนนนิยมของรัฐบาลในช่วงใกล้ครบวาระหดหาย ว่า ประชาชนได้สะท้อนผ่านโพล คะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯทรุดต่ำลงตลอด สวนทางกับความมั่นใจของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เชื่อมั่นว่าต้องเดินไปตามลายแทงที่ทีมเสธ.เขียนให้ พยายามยื้ออำนาจให้นานที่สุด ลากอายุสภาไปให้ได้นานที่สุด แล้วก็รอสถานการณ์เป็นใจแล้วค่อยตัดสินใจยุบสภา อาจยุบสภาก่อนครบวาระเพียง 1 วัน แต่ความสำเร็จทางการเมือง ไม่ได้ยกมาจัดวางกันง่ายขนาดนั้น.นายอนุสรณ์...

‘หมอวรงค์’ชูแคมเปญ!!มากกว่าแก้ ม.112 เพิ่มการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์–อดีตพระมหากษัตริย์–พระบรมวงศานุวงศ์

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดเผยว่า พรรคไทยภักดีเตรียมเปิดแคมเปญรณรงค์นโยบาย “เพิ่มมากกว่าแก้ ม.112 ไม่คิดล้มล้าง ไม่ต้องกลัว” เนื่องจากเห็นว่า การรณรงค์ของคนกลุ่มหนึ่งที่เสนอแก้ไข ม.112 ในแต่ละประเด็นที่เสนอ มีแต่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อ่อนแอลง ดังนั้นพรรคไทยภักดี ซึ่งมีจุดยืนชัดเจนว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบอบการปกครองที่สอดคล้องกับประเทศไทยและเหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนไทย เราจึงจะเสนอแก้ไข ม.112 โดยเพิ่มบทบัญญัติซึ่งทำให้...

‘สมคิด’เปรียบยุคการเมืองเครื่องดูดฝุ่น!!ลั่นมารอบนี้หวังช่วย’สร้างอนาคตไทย’ไม่ใช่เพื่อเป็นนายกฯ

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ปราศรัยเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส 3 เขต วานนี้(1 ธ.ค.) ระบุว่า ตนมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ 3 ประการ คือ 1.เพื่อขอบคุณที่นราธิวาส ทีมงานนายกูเซ็ง ที่ให้เกียรติพรรคนำเสนอตัวว่าจะร่วมมือและช่วยเหลือ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้อย่างไร 2....

‘ดร.นิว’จี้ถาม!!’ธนาธร’บรรดาลูกๆ บอกลาเครื่องแบบ รร.นานาชาติแล้วยัง??หลังพล่ามปั่นหัวลูกชาวบ้าน

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า 2 ปีผ่านมาแล้ว วันนี้ลูกๆ ของคุณ...

‘รัฐมนตรีป้ายแดง’ขอบคุณนายกฯ ไว้วางใจให้ทำหน้าที่ ให้คำมั่น!!ตั้งใจงานเต็มที่แข่งกับเวลาที่มีไม่มากนัก

วันนี้(1 ธ.ค.) นายสุนทร​ ปานแสงทอง​ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวก่อนเข้าพิธีถวายคำสัตย์ปฏิญาณเพื่อรับตำแหน่ง ว่า จะทำให้ดีที่สุดตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้มอบหมายไว้ เพราะระยะเวลาไม่มากนัก แต่ไม่ได้รู้สึกกดดันในการเข้ารับตำแหน่งแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยทำงานท้องถิ่นมาก่อน​ไม่น้อยกว่า​​40 ปี.นายสุนทร​ ยังระบุว่า ขอบคุณ พลเอกประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความไว้วางใจ ให้มาปฏิบัติดำรงตำแหน่ง​ และขอบคุณพลเอกประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ...

‘สร้างอนาคตไทย’ปักธง!!ชายแดนใต้ ลั่นไม่ต้องการเพียงส.ส. แต่ต้องการคนมาร่วมสร้างบ้านเมือง ชูติดโซล่าเซลล์ทุกหลังคาหากได้เป็นรัฐบาล

วันรี้(1 ธ.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมด้วย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย และคณะ ลงพื้นที่จ.นราธิวาส เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ประกอบด้วยนายวัชระ ยาวอฮะซัน เขต 1 นายสารี สะมะแอ เขต...

‘อุตตม’ลั่น’สร้างอนาคตไทย’พร้อมเดินหน้าการเมือง!!รับอยู่ระหว่างพูดคุยปมควบรวมพรรค ยังไม่มีข้อยุติ100%

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ระบุถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคเดินหน้าการเมืองได้เต็มที่แล้วใช่หรือไม่ ว่า พรรคได้เตรียมพร้อมมาตลอด และพร้อมเดินหน้าต่อเนื่อง ส่วนสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 100 จะทำให้พรรคเล็กอยู่ยาก และหาทางรวมกับพรรคอื่นหรือไม่นั้น เมื่อกฎเกณฑ์และกติกาออกมาแบบนี้ ต้องไปดูแต่ละพรรคจะมีแนวทางอย่างไรในการเดินหน้าต่อไปให้ได้ ส่วนการควบรวมก็อยู่ในใจบางพรรค แต่สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย อยู่บนหลักการที่ว่าหากเราเลือกเส้นทางนั้น ก็จะต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าเราจะสามารถทำงานให้ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น.ส่วนพรรคสร้างอนาคตไทยมีแนวคิดควบรวมพรรคหรือไม่ นายอุตตม ระบุว่า...

‘พงศ์พรหม’ชี้กรุงเทพฯ แซงหน้าสิงคโปร์เมืองหมาะทำงาน-น่าอยู่อันดับ6ของโลก!!แนะเพิ่มข้อเดียวแล้วจะperfect

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากข่าว CNBC จัดอันดับกรุงเทพเป็นเมืองที่เหมาะกับการทำงาน และพักอาศัยดีที่สุดอันดับ 6 ของโลก เป็นที่ 1 ในเอเชีย แถมแซงสิงคโปร์ได้เป็นครั้งแรก สำหรับผม มันขึ้นกับว่าคุณกำลังมองอะไร จะดูท่อเน่า หรือพื้นที่สีเขียวที่ดีขึ้น หรือของกินหลากหลายที่สุดในโลกละมั้ง หรือคน คนที่แสนจะสนุกสนาน มีน้ำใจ...

‘สนธิรัตน์’ชี้สูตรหาร 100 ส่งผลหลายพรรคเร่งปรับกลยุทธ์หาเสียง!!ชิงตอบโจทย์การเมือง-โดนใจปชช.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตอนนี้เราก็ได้รู้ชัดแล้วครับว่า ระบบเลือกตั้งที่เราจะใช้ก็จะเป็นแบบบัตร 2 ใบ หาร 100 เมื่อเป็นแบบนี้ ทิศทางการทำงานของพรรคการเมืองหลายๆ พรรค น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การทำพรรคและการหาเสียงอย่างแน่นอน หลายๆ พรรค คงต้องคิดถึงยุทธศาสตร์การเดินการเมืองที่ทำให้พรรคได้โอกาสในกติกาแบบนี้มากขึ้น แต่ยังไงก็ตาม ประชาชนคือผู้ตัดสินใจว่า ใครหรือพรรคไหนจะตรงใจและตอบโจทย์การเมือง เศรษฐกิจ ปากท้องของคนในประเทศ...

‘พิธา’โต้ข้อครหา!!ข้อเสนอกระจายอำนาจของ’คณะก้าวหน้า’เป็นความคิดสุดโต่ง?

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า การกระจายอำนาจคือความคิดสุดโต่ง? ต้องดูว่าสุดโต่งเมื่อเทียบกับอะไร แน่นอนครับว่าถ้าเอาไปเทียบกับโครงสร้างที่เราใช้มา 130 ปี ก็เห็นด้วยครับว่าสุดโต่ง แต่ถ้าเอามาเปรียบกับความท้าทายของโลกที่มันสุดโต่งอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหาสังคมสูงวัย สภาพบริบทประเทศเต็มไปด้วยความท้าทายแบบสุดโต่ง โครงสร้างเลยจำเป็นต้องเปลี่ยน.ถ้าเปรียบเทียบแบบนี้ การกระจายอำนาจก็คงไม่สุดโต่ง แต่ยังช้าไปแล้วด้วยซ้ำที่ประเทศไทยจะตอบสนองกับความท้าทายแบบที่คนอื่นในโลกจะทำได้.

‘ชูวิทย์’ขุดถึงโคน!!เผยโฉม’นอมินี’แก๊งมาเฟียจีน งัดเอกสารเส้นทางการเงินที่ชัดที่สุดของ’ตู้ห่าว’ส่งผบ.ตร.

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ทุนจีนเทาและนอมินี การทำงานของบรรดา “มาเฟียจีน” ต้องมี “นอมินี” เป็นตัวแทนออกหน้าเสมอ นายตู้ห่าว มี นางพัชรินทร์ นายโทนี่ มี นายน้อย นายหลิน หลง ใช้เครื่องแบบทหารอวดอ้างเบื้องสูง ร่วมสมาคมเถื่อนถ่ายรูปกับบรรดาข้าราชการหน่วยงานรัฐ ทั้งหมดใช้วิธีการหลายรูปแบบที่ผิดกฎหมาย หลอกลวงคนจีนด้วยกัน...
- Advertisement -