กางกฎหมายสอนมวย!!’ชัชชาติ’ปม’สวนชูวิทย์’ชี้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสมบูรณ์แล้ว

0
255

จากกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ยื่นหนังสื่อให้กทม. ตรวจสอบ“สวนชูวิทย์” ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถึงความชัดเจนในการยกที่ดินเป็นสาธารณสมบัติว่า ได้รับรายงานจาก นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัด กทม. เบื้องต้นข้อมูลที่เป็นเอกสารจากกรุงเทพมหานคร พบว่า โฉนดที่ดินดังกล่าว ยังไม่ได้เป็นที่สาธารณกรุงเทพมหานคร ไม่ได้มีส่วนร่วมเข้าไปปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สาธารณะแต่อย่างใด ยังเป็นที่ดินเอกชนอยู่ และมีการจ่ายภาษีที่ดินต่อเนื่องตามกฎหมายนั้น
.
ล่าสุดด้านดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฎฐ์” นักกฎหมายมหาชน กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การอุทิศที่ดินให้ใช้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน อาจกระทำโดยแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งหรือปริยาย ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทันทีที่แสดงเจตนาอุทิศ ตาม ป.พ.พ.1304 ไม่จำต้องจดทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องแสดงเจตนารับ มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2555,4377/2549 วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11089/2556 เมื่อที่ดินตกเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ผู้ยกให้จะทำหนังสือยกเลิกการยกให้ จึงไม่ทำให้ที่ดินนั้นกลับคืนมาเป็นของผู้ยกให้อีก
.
“การที่นายชูวิทย์ มีเจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดินในคดีรื้อบาร์เบียร์ โดยนายชูวิทย์ สร้างสวนชูวิทย์เพื่อประชาชนในการออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจเพื่อให้ศาลฎีกาลงโทษสถานเบา วิธีการอุทิศที่ดินเพื่อให้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304(2) จะด้วยวาจาหรือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อศาล ถือเป็นการอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสมบูรณ์แล้ว ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน”ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว
.
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุวา เมื่อการอุทิศที่ดินให้เป็นประโยชน์สาธารณะ แม้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้อุทิศ หรือใช้ประโยชน์ไม่ได้ ที่ดินนั้นยังคงสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2544 5112/2538 3008/2535 วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐาน
.
“กรณีนายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์พิจารณาเพียงว่า กทม.ไม่ได้มีส่วนร่วมเข้าไปปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ ยังเป็นที่ดินเอกชนอยู่ และมีการจ่ายภาษีที่ดินอย่างต่อเนื่องตามกฎหมายที่ผ่านมา สรุปภาษาชาวบ้าน คือที่ดินยังเป็นของนายชูวิทย์ ถามว่าก่อนที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายชัชชาติ ปรึกษานิติกรกทม.หรือฝ่ายกฎหมายหรือยัง ผมจะสอนมวยให้จะได้มีความรู้กฎหมายในการทำหน้าที่ผู้ว่า กทม.จะต้องยึดหลักกฎหมาย เน้นความถูกต้อง ไม่เน้นถูกใจ ผมไม่ได้รู้จักกับนายชูวิทย์ จอมแฉ หรือนายศรีสุวรรณ แต่จะให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชน จะได้เป็นทางออกของบ้านเมือง”ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว
.
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุอีกว่า แม้จะเป็นเรื่องที่ดินส่วนตัวของนายชูวิทย์ แต่นายชูวิทย์ อุทิศที่ดินให้เป็นที่ดินสาธารณสมบัติที่ดินแล้ว เพื่อลดโทษคดีอาญาในชั้นฎีกาสถานเบา ถือเป็นเรื่องสาธารณะ ตนสามารถติชมด้วยความสุจริตได้ ให้นายชัชชาติไปอ่านแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยได้ชัดแจ้งเพื่อสำเหนียกในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ
.
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้นายชูวิทย์ จะมีทนายความข้างกาย ต้องยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง หลักนิติรัฐ นายชูวิทย์สร้าง “สวนชูวิทย์” อุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นการกระทำโดยปริยาย โดยยินยอมให้ประชาชนทั่วไปที่มิได้มีนิติสัมพันธ์ทางส่วนตัวกับนายชูวิทย์ ไม่ว่าทางใด ได้อย่างอิสระเสรี แม้ไม่ได้จดทะเบียนยกให้เป็นที่ดินสาธาณสมบัติของแผ่นดิน ที่ดินแปลงดังกล่าวตกเป็นที่ดินสาธาณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกันแล้วตาม ป.พ.พ.มาตรา 1403(2)
.
ส่วนเงื่อนไขการอุทิศให้ที่ไม่ตกเป็นของแผ่นดิน มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า เคยมีคำวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานไว้ การยกที่ดินให้การทางราชการโดยมีเงื่อนไขว่าต้องเริ่มดำเนินการปลูกสิ่งปลูกสร้างอาคารภายในเวลาที่กำหนด หากหน่วยงานราชการไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไข ที่ดินไม่ตกเป็นสาธาณสมบัติของแผ่นดิน ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2563 แต่กรณีของนายชูวิทย์ ต้องไปตรวจสอบคำอุทิศว่าการยกให้มีเงื่อนไขหรือไม่อย่างไร แต่หากอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว ที่ดินนั้นย่อมตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทันทีที่แสดงเจตนาอุทิศ
.
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า วิธีการร้องขอให้กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบของนายศรีสุวรรณ ไม่เป็นประโยชน์และไม่สามารถยับยั้งการก่อสร้างได้ เพราะการที่นายชูวิทย์ อุทิศที่ดินให้สาธารณสมบัติของแผ่นดินในชั้นศาลฎีกาในคดีอาญา ศาลไม่อาจบังคับให้นายชูวิทย์ ผู้อุทิศไปจดทะเบียนโอนได้ มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5727/2537 1272/2539
.
“หากนายศรีสุวรรณจะทำเพื่อสังคมจริงๆ เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นมองว่าเป็นนักร้องบ้าง หิวแสงบ้าง ไปจับผิดนายชัชชาติ ผู้ว่า กทม.บ้าง แนะนำว่าควรไปยื่นฟ้องคดีแพ่งขอให้ที่ดินแปลงดังกล่าวตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และไต่สวนฉุกเฉินขอคุ้มครองชั่วคราว ห้ามดำเนินการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ดินพิพาทและขอให้ศาลเรียกให้ กทม.เข้ามาในฐานะบุคคลที่สามหรือโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมในฐานะผู้ร้องสอดตาม ป.วิแพ่ง มาตรา 57″ดร.ณัฐวุฒิ กล่าว
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวการเมือง #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ผู้ว่ากรุงเทพ #สวนชูวิทย์ #ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ #ที่สาธารณกรุงเทพ #ณัฐวุฒิวงศ์เนียม #ดรณัฎฐ์ #นักกฎหมายมหาชน