‘จตุพร’จวก’เพื่อไทย’ปั่นยุทธศาสตร์มั่ว!!ชี้แนวทางโคตรอำมหิต ไม่มีพี่ไม่มีน้อง หวังกินรวบพรรคฝ่ายเดียวกันถูกทำลายราบ

0
167

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “จับแพะชนแกะ” โดยอธิบายความมั่วของพรรคการเมือง และพฤติกรรมนักการเมืองในสถานการณ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะตัวเลข 310 เสียงตามความต้องการของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเริ่มแสดงความมั่ว และจะลากดึงให้เกิดการชิงดีชิงเด่นแบบมั่วๆ ในช่วงรู้ผลการเลือกตั้งแล้ว
.
นายจตุพร กล่าวว่า ทิศทางการเมืองขณะนี้ยังอยู่กับการประโคมโหมปั่นตัวเลขมั่วๆที่เป็นเป้าหมายเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการ 310 เสียง โดยอธิบายที่มาไม่ได้ ซึ่งตนเคยประเมินความเป็นได้ของตัวเลขนี้มาแล้ว อย่างเก่งต้องชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขตในพื้นที่อีสาน เหนือ และ กทม. รวมสูงสุด 270 เขต และบวกกับระบบบัญชีรายชื่ออีกประมาณ 40 คนเท่านั้น แต่หนทางแทบไม่มีความเป็นไปได้เลยบนฐานความอยากได้แบบมั่วๆ เช่นนี้
.
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเห็นตัวเลขมั่ว 310 เสียงในสถานการณ์หลังเลือกตั้งว่า ถ้าคิดแบบง่ายโดยเชื้อพรรคเพื่อไทยทำได้ตามความต้องการ 310 เสียงแล้ว แม้การประกาศไม่แบ่งใคร ไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง แต่ตัวเลขแบบมั่วนี้แสดงทางการเมืองว่า พรรคฝ่ายเดียวกันอย่างพรรคก้าวไกล ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย และประขาชาติ แทบไม่รับเลือกตั้งเลย สะท้อนว่า เพื่อไทยกวาดเสียงเรียบหมด พรรคฝ่ายเดียวกันถูกทำลายจนแพ้ราบคาบไปด้วย
.
อีกทั้ง เห็นว่า ความมั่วยังแสดงผลออกมาในการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งตัวเลขมั่ว 310 เสียงไม่เพียงพอต่อการชนะโหวตนายกฯ ที่ต้องใช้ 376 เสียงของจำนวน ส.ส.รัฐสภารวมกัน ( ส.ว. 250 บวก ส.ส. 500 เป็นทั้งหมด 750) ดังนั้น เพื่อไทยจะไปเอาเสียงอย่างน้อยจากไหนมาเติมอีก 66 เสียงจึงจะดันส่งให้แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยได้เป็นนายกฯ ตัวจริง เพื่อนำไปสู่การตั้งรัฐบาล
.
นายจตุพร กล่าวว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นแก่ตัวชนิดโคตรเอาแต่ได้อย่างเดียวกับความสัมพันธ์แนวร่วมมาหนุนเพื่อไทย โดยให้ฝ่ายประชาธิปไตยโหวตเลือกนายกฯ เพื่อไทยก่อน เมื่อได้นายกฯ แล้วจะร่วมรัฐบาลผสมกันต้องเจรจากันใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย เพราะจะเอาแนวร่วมอีกจำนวน 66 เสียงจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้อยู่แล้ว เพราะไม่มี แพ้หมดตามแนวทางโคตรอำมหิตของเพื่อไทยไม่มีพี่ ไม่มีน้อง ไม่แบ่งใคร เพราะต้องการกินรวบแล้วจะหาแนวร่วมมาหนุนช่วยได้อย่างไรกัน
.
“เมื่อเลือกตั้งเสร็จ สมมุติเพื่อไทยได้ 310 เสียง (ส.ส.เขต 270 บวก บัญชีรายชื่อ 40) ตามเลือกตั้งเชิงยุทธ์ศาสตร์เห็นแก่ตัว แล้วจะเอาเสียงแนวร่วมมาหนุนเลือกนายกฯ ให้ได้ 376 เสียงเพื่อชนะแคนดิเดตอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ จึงเป็นคำพูดที่สะท้อนความโคตรเห็นแก่ตัวออกมา แสดงถึงนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนความอำมหิตที่เป็นไปไม่ได้”นายจตุพร กล่าว
.
นายจตุพร ประชดว่า หากคิดแบบเชื่อเพื่อไทยอีกสักครั้งว่าสามารถดำรงความอำมหิตจนได้ 310 เสียงจริงแล้ว แนวร่วมที่เพื่อไทยต้องดึงมาหนุนโหวตเลือกนายกฯ ให้ได้ 376 เสียงก็ต้องมาจากฝ่ายตรงข้าม เป็นพวกกลุ่มยึดอำนาจ 3 ป. ผสมกับพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ แล้วมีเป้าหมายไปทำแนวร่วมกับพรรคไหน เมื่อปฎิเสธมาตลอดแล้วจะไม่จับมือกับ พล.อ.ประวิตร และพลังประชารัฐ สิ่งนี้จึงเป็นความมั่วทางการเมืองที่จะตามมาจากการปั่นตัวเลขมั่ว 310 เสียง จนไม่เหลือทางเลือกอื่นใดให้เดิน นอกจากลงท้ายเพียงได้ร่วมรัฐบาลผสมเท่านั้น
.
นายจตุพร กล่าวว่า ในทางการเมืองแบบมั่วนี้ ไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหาชาติ สิ่งที่เห็นเป็นการเล่นเกมทางการเมืองทั้งนั้น เป็นภาพเชิงหลอกกันไปหมด อีกทั้งการเล่นเกมแบบยัดคดีเป็นขวากหนามได้ ดังนั้น ทางการเมืองจึงเป็นการแสดงเพื่อไปสู่ความเหนือชั้นในตอนปลายของผลลัพธ์ ซึ่งจะต้องเริ่มต้นด้วยการยุบสภาน่าจะเป็น 20 มี.ค.นี้ก่อน
.
นายจตุพร ย้ำว่า นักการเมืองที่โหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ มา 4 ปีนั้น ย้ายมาอยู่เพื่อไทยมากที่สุด แล้วเพื่อไทยก็ย้ายไปอยู่กับพรรค พล.อ.ประยุทธ์ ก็มากเช่นกัน จึงเป็นลักษณะการเมืองแบบมั่ว จะแบ่งข้างประโคมโหมฝ่ายเลือกข้างไม่ได้เลย นอกจากการเมืองแบบมั่ว ซึ่งหาแก่นไม่ได้ในที่สุดเท่านั้น
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวการเมือง #จตุพรพรหมพันธุ์ #เพื่อไทย #อุ๊งอิ๊ง #เศรษฐา #พรรคฝ่ายค้าน