‘จตุพร’จับโป๊ะ!!ศิษย์เก่า’เพื่อไทย’ย้ายกลับบ้านหวังเกาะแลนด์สไลด์ หลอกกินตับการเมือง เตือนระวังความโลภบังตา

0
171

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “สับขาหลอก” ระบุถึงกรณีข้อหายุบพรรคเพื่อไทยว่า คำร้องของนายสนธิญา สวัสดี เป็นเพียงการเผาหลอก ส่วนเผาจริงได้เตรียมการไว้แล้ว ผ่านการไต่สวนชี้ข้อหามีมูลเป็นที่ยุติ และกำลังอยู่ในขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวน จากนั้นเสนอให้ กกต.ชุดใหญ่มีมติชี้มูล แล้วยื่นศาล รธน.ลงดาบข้อหายุบพรรค ซึ่งคาดว่า คงใช้เวลาไม่นานนับจากนี้ ซึ่งบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และถูกตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี นอกจากได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงแล้ว ยังเหลือเพียงหน้าที่เชียร์พรรคการเมืองได้อย่างเดียว โดยต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ผู้ช่วยหาเสียง” เท่านั้น
.
“สิ่งสำคัญ ผู้ช่วยหาเสียงมีหน้าที่เชียร์ อย่าได้ทำหน้าที่เกินเลยไปเป็นโค้ชสั่งการผู้เล่นเด็ดขาด ยิ่งกองเชียร์ยังมีสถานะคนนอกพรรค การพูด การเชียร์อะไร อย่างไร ต้องระมัดระวัง โดยให้พรรคพูดล่วงหน้าก่อน กองเชียร์ค่อยพูดตามเป็นดีที่สุด จะปลอดภัยจากการครอบงำที่สุด ผมผ่านบทบาทตรงนี้มาแล้ว ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงคนแรกของประเทศ”นายจตุพร กล่าว
.
นายจตุพร เสนอว่า ช่องว่างของผู้ช่วยหาเสียงมีช่องเดียวตามที่เสนอแนะมาเท่านั้น หากเดินผิดจะติดกับดักข้อหาครอบงำ ซึ่งเพื่อไทยไม่ได้มีแค่กรณีเดียว แต่รู้ว่า กกต.มีข้อมูลร่วม 20 กรณี ดังนั้นเพื่อไทยควรมีสมาธิไปรับมือข้อกล่าวหาที่อยู่ในข่ายเผาจริง ส่วนกรณีคำร้องของนายสนธิญา เป็นเพียงการเผาหลอก หรือแค่น้ำจิ้ม ไม่ใช่สาระสำคัญทางอำนาจ
.
นายจตุพร กล่าวว่า เห็นว่า ในยุทธการสับขาหลอกกับท่าทีของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวทักษิณ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ประกาศยินดีต้อนรับศิษย์เก่าสองรัฐมนตรี กลุ่มสามมิตรกลับบ้านเพื่อไทย แสดงว่า ลิ้นทางการเมืองไม่มีกระดูกพูดแปรเปลี่ยนเป็นอื่นเพื่อได้ประโยชน์ได้ง่าย โดยเมื่อสองรัฐมนตรีกลับมาก็เป็นคนดี เป็นนักประชาธิปไตยฉับพลัน ลืมง่ายกับเมื่อครั้งย้ายออกไปสนับสนุนและร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์
.
“อย่าได้มองชั้นเดียว เพราะในทางการเมืองต่างรับรู้กันว่า เพื่อไทยกำลังจะโดนอะไร ดังนั้นทุกกลุ่มที่เข้ามาสังกัดรู้อยู่ว่า เพื่อไทยรอดยาก หากคิดตื้นๆ ให้คนจะเป็น ส.ส.ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคหมด ซึ่งคิดง่าย เพราะเป็นไปตามหลักข้อกฎหมาย แต่ให้ดูกรณีหมอพรทิพย์ หรือนายศักดิ์สยามเอาไว้ว่า มันไม่ง่ายขนาดนั้น”นายจตุพร กล่าว
.
นายจตุพร ประเมินว่า ถ้ายุบพรรคก่อนการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยสามารถแต่งตัวทันการเลือกตั้ง โดยย้ายไปอยู่พรรคอื่นแทนที่ แต่ถ้ายุบระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งสงครามเดือดระอุยากจะจบลงง่ายๆ  ดังนั้น คาดว่า การยุบจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ที่คิดแบบโลกสวยจะย้ายไปอยู่พรรคสำรองไว้ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงตลาดเปิดให้ดูดรวบรวม ส.ส. เพื่อต่อรองแลกตำแหน่งรัฐมนตรี จึงเป็นช่วงแบ่งกั๊กเป็นกบฎต่อพรรคเต็มไปหมด
.
“ยิ่งการยุบพรรคเป็นกระแสแรงมากขึ้น แสดงว่า จะปฏิเสธการจับมือกับ พปชร. ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น และขณะเดียวกัย หากยิ่งส่งสัญญาณจับมือ พปชร. ก็เท่ากับเร่งให้ถูกยุบพรรคเวลาก็ได้นั้น ความเสื่อมก็ปรากฎทันที ไม่มีใครออกมาปกป้อง ซึ่งจะเชื่อ หรือไม่เชื่อก็ตาม”นายจตุพร กล่าว
.
นายจตุพร กล่าวว่า การออกแบบทางการเมืองกับข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่เดินไปติดกับดักในพื้นที่แบบคิลลิ่งโซนแล้ว เหลือเพียงเลือกวัน เวลา สถานที่ เหมือนกรณีหมอพรทิพย์ คดีผ่านมาเป็น 10 ปีแล้ว เมื่อขยับจะตีตัวออกห่าง ปปช.ก็ขุดคดีมาทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเชือด ดังนั้น เมื่อบ้านใหญ่หลายกลุ่มย้ายเข้าไป แล้วคิดง่ายๆ ถึงแลนด์สไลด์ ถ้าอ่านเกมอีกชั้นก็คือ การออกแบบยืมมือแลนด์สไลด์หลังเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ดูด ส.ส.ไปตั้งกลุ่มใหม่ต่อรองโควต้ารัฐมนตรีก็ย่อมเป็นไปได้
.
“กระดานการเมืองขณะนี้ ยังไม่ใช่ของจริง แต่เป็นเพียงการกำหราบ และส่งสัญญาณอำมหิตไปยังจุดต่างๆ เพื่อแสดงความมุ่งหมายในอำนาจชัดเจน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็พยายามสื่อสารผ่านจดหมายเป็นหลัก แต่ยิ่งอ่านหลายฉบับนานวันเข้า ยิ่งหาตัวตนของ พล.อ.ประวิตร ไม่เจอ กลับรับรู้ถึงแต่ความละมุนละไมทางอารมณ์ของคนเขียน”นายจตุพร กล่าว
.
นายจตุพร กล่าวว่า คนเขียนบททางการเมืองให้ พล.อ.ประวิตร เหมือนออกแบบแยกเสียงแบบดำ-ขาวให้ชัดเจน ไม่แข่งขันทางการตลาดคะแนนเสียงกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือกลุ่มขัดแย้งต่อสู้ จึงเป็นความแยบยลเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง และดำรงความมุ่งหมายในอำนาจเอาไว้
.
นายจตุพร เห็นว่า สิ่งสำคัญในทางการเมืองขณะนี้ พรรคเพื่อไทยพยายามปั้นเสียงแลนด์สไลด์ให้กระหึ่มเพื่อเป็นทางออกไม่ตอบคำถามจับมือกับ พปชร. โดยเอาความเชื่อมานำเสนอว่า ถ้าแลนด์สไลด์แล้วก็เป็นไปไม่ได้ในการจับมือ พปชร. แต่ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดเจ้าของพรรคจะตัดสินใจ โดยไม่สนใจด้วยว่า ใครจะคิดอย่างไร และเคยพูดอย่างไรเอาไว้ เหมือนกรณีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยเป็นกรณีศึกษาว่า เจ้าของพรรคไม่ฟังเสียงใครเลย นอกจากต้องฟังเสียงของตัวเองสั่งเท่านั้น
.
“แล้วเมื่อถามว่า ถ้าไม่แลนด์สไลด์จะจับมือกับ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ ซึ่งไม่รู้เป็นอย่างไร เป็นคำถามที่เพื่อไทยตอบไม่ได้เลย จนแต้มทางการเมืองไป แล้วจะเกิดปัญหาทางการเมืองในอนาคต เพราะถ้าวันนั้น หลังเลือกตั้งมีการจับมือกันเรียบร้อย แล้วยุบพรรคโครมเข้ามาซ้ำเติม เพื่อไทยจะกลายเป็นปรากฎการณ์ไม่ต่างจากไฟไหม้สำเพ็งดีๆ นั่นเอง”
.
นายจตุพร ย้ำว่า ภายใต้กระดานการเมืองขณะนี้ คณะ 3 ป. ยังดำรงความมุ่งหมาย ยังมีอำนาจเต็ม และใครตีตนออกห่าง โดยไม่มีพันธะสัญญาทางใจกัน ก็จะโดนอย่างที่เห็นในกรณีหมอพรทิพย์ กับนายศักดิ์สยาม อีกอย่าง เห็นว่า แม้มีนักการเมืองตีตนออกห่าง เพื่อยอมให้ไปเอากระแสแลนด์สไลด์ไว้ก่อน แล้วจะได้พากำไรมาเติมเต็มให้ฝ่ายอำนาจ 3 ป. ยิ่งขึ้น ดังนั้น นักการเมืองประเภทนี้ จึงเป็นที่ต้องการของฝ่ายเอาแต่โลภ โลกสวยด้วยแลนด์สไลด์ ย่อมทำตาโตเมื่อเห็นศิษย์เก่าจะกลับมาสังกัดใหม่ ก็ยินดีต้อนรับ
.
อย่างไรก็ตาม นายจตุพร เชื่อว่า หากการเลือกตั้งยังไม่เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น คือ ยังมีการเลือกตั้งอยู่ นักการเมืองกลุ่มนี้ จะไม่ถูกทำลาย เพราะไม่ได้พยศกับกลุ่มอำนาจ 3 ป. เพียงแต่แยกออกมาเกาะเสียงแลนด์สไลด์ให้ได้มาเป็น ส.ส.
.
“นักการเมืองกลุ่มนี้จึงมีแต่สมองคิดแปรสมบัติของคนอื่นให้เป็นประโยชน์ส่วนตัวของตนเองได้ทั้งสิ้น และคนแบบนี้ไม่มีวันจนมุมในทุกสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมือง แม้จับไปอยู่กลางเปลวแดดจ้า ก็ยังคิดตั้งหาประโยชน์กับแผงโซลาร์เซลล์เลย ดังนั้น ในสิ่งที่เห็นของสถานการณ์วันนี้ คือ หลอกกันล้วนๆ ไม่มีความจริงใจอยู่เลย เพราะคนมีอำนาจยังดำรงความมุ่งหมายทางอำนาจอยู่”นายจตุพร กล่าว
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวการเมือง #จตุพรพรหมพันธุ์ #คณะหลอมรวมประชาชน #เพื่อไทย #แลนด์สไลด์ #เลือกตั้ง