ชัชชาติยกคำ ‘นิวตัน’ สร้างอนาคตกทม. ลั่น ใช้ยุทธศาสตร์เป็นเข็มทิศ ไม่ใช่แค่สโลแกน

0
211

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567 ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Bangkok Vision for 2050: Challenges, Initiatives and Perspectives” ในกระบวนการหารือเชิงนโยบาย Toward 2050: Future Bangkok for a Resilient and a Livable City ซึ่งร่วมจัดโดย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) และศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS)

โดยมี Jean-Claude POIMBOEUF เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน กรุงเทพฯ*ปารีส การหารือเชิงนโยบายและมุมมอง ขณะที่ Jean-Pierre Marcelli Southeast Asia Regional Director สำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) กล่าวถึงอนาคตที่ยั่งยืนของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) นำเสนอ ที่มาของกระบวนการหารือเชิงนโยบาย ความท้าทาย และโอกาสของกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติกล่าวว่า การหารือเชิงนโยบายในวันนี้ เป็นโอกาสที่ดีในการร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการวางผังเมือง และการวางแผนในการพัฒนาเมือง ในระยะยาวถึงปี 2050 ร่วมกันเพื่อเป็นการกำหนดแนวทางรับมือกับความท้าทายต่างๆ ของเมือง อีกทั้งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเราประสบความสำเร็จในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน สิ่งสำคัญ คือ การมีทิศทางที่ดี (Good Direction) และการร่วมมือของทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน

ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติยกคำกล่าวของเซอร์ไอแซก นิวตัน (Sir Isaac Newton) ว่า “If I have seen further than others, it is by standing upon the shoulders of giants” ที่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็น ยักษ์ หรือคนที่เก่งที่สุด แต่เราสามารถดึงความร่วมมือจากคนที่เก่งที่สุดมาร่วมมือกันจากหลากหลายด้าน เพื่อพัฒนาเมืองให้มีความยั่งยืนและประสบความสำเร็จในการมุ่งสู่ Resilent City

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า แม้โครงสร้างพื้นฐานจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผู้คนเป็นส่วนสำคัญมากกว่า ด้วยความท้าทายของเมืองต่างๆ เช่น ความไม่เท่าเทียม เราจึงควรร่วมกันวางเป้าหมายเพื่ออนาคตของเมือง พัฒนาให้เมืองเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ เช่น น้ำท่วม โรคระบาด ภัยธรรมชาติ

“ยุทธศาสตร์จะเป็นดั่งเข็มทิศบอกทิศทางในอนาคต ไม่ใช่เพียงสโลแกน เมืองเป็นตลาดแรงงานหลัก ผู้คนจะอยู่ในเมืองเพราะมีงานทำ เราจึงมีนโยบายมุ่งเน้นพัฒนาเส้นเลือดฝอย หรือองค์ประกอบเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเมือง เช่น ทางเท้า การสัญจรในถนนสายรอง ตรอกซอกซอย พัฒนาทักษะของคน รวมทั้งมีการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อสื่อสารกับประชาชน และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง เช่น การใช้ Traffy Fondue เป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียน” นายชัชชาติกล่าว

สำหรับกระบวนการหารือเชิงนโยบาย Toward 2050: Future Bangkok for a Resilient and a Livable City จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ โดยมีเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการพัฒนาเมืองจากผู้เชี่ยวชาญของประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อหารือในประเด็นความท้าทายในการขับเคลื่อนการพัฒนากรุงเทพมหานคร สู่การเป็นเมืองที่เติบโต น่าอยู่ และรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยืดหยุ่น ตลอดจนหาแนวทางความร่วมมือในการพัฒนานโยบายและนวัตกรรมการพัฒนาเมืองในระยะยาว

สำหรับวันแรกของกระบวนการหารือแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ผู้นำและยุทธศาสตร์สำหรับเมือง ช่วงที่ 2 การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน เรื่องการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและสังคม ช่วงที่ 3 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศ เรื่องการสร้างความยืดหยุ่นสำหรับเมืองในวันพรุ่งนี้

ในส่วนกระบวนการหารือในวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) แบ่งเป็นช่วง “ความมีชีวิตชีวาของเมือง” โดยการบูรณาการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในการวางผังเมืองที่ยืดหยุ่น การสนทนากลุ่มและการสรุปผลกระบวนการหารือเชิงนโยบาย และในวันสุดท้ายของกระบวนการหารือ 20 มิ.ย.นี้ เป็นการเปิดกระบวนการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อการออกแบบ ทบทวนประเด็นที่ได้จากกระบวนการหารือเชิงนโยบาย ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ และแจ้งรายละเอียดกระบวนการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อการออกแบบ ซึ่งจะดำเนินงานในพื้นที่นำร่องย่านสุขุมวิทใต้ พระโขนง-บางนา ต่อไป

Thepoint #Newsthepoint

ชัชชาติ #กทม