‘ชูวิทย์’ขุดอีก!!แฉ’มูลนิธิเป็นต่อ’ของเก๊ แสร้งเป็นคนดีบริจาคที่แท้ใช้ฟอกเงิน เปิดแก๊งลูกน้อง’สารวัตรซัว’

0
220

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า มูลนิธิเป็นต่อ (ของเก๊) อีกแล้ว นับวันชักแปลกเข้าไปทุกที อะไรที่ผมขุดขึ้นมาพูดมักมีอันเป็นไป ไม่ว่าสารพัดหน่วยงานรัฐ ไปยันตัวบุคคล หากผมไม่เอาขึ้นมาพูด ก็อยู่ดีมีสุข ต้องขออนุญาตไว้ตรงนี้ว่า “อย่าได้โทษผม” อันที่จริงบ้านเมืองมีกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่รัฐรับผิดชอบทุกเรื่อง แต่ดันเป็นความผิดของผมที่เอาความจริงมาพูดให้สังคมได้ยินได้เห็น แล้วมีการตรวจสอบจับกุมกันวุ่นวาย
.
ขนาดพูดแล้วยังทำเป็นปากแข็ง แต่ไม่นานก็หลุดลอกเห็นเนื้อแท้ว่า “ของเก๊” อย่างสารวัตรซัว ทำเงินได้เป็นพันเป็นหมื่นล้านไม่เสียภาษีพนันสักบาท แถมเป็นตำรวจแท้ๆ ไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปทำการค้าพนันออนไลน์ใหญ่โต แตกกิ่งก้านสาขาจนถึงขนาดเป็นเครือข่าย “เป็นต่อ กรุ๊ป” ตั้งบริษัทเป็นสิบ ทำสารพัดอย่างไปยันอาบอบนวดร่ำรวยมหาศาล เอาทั้งเงิน เอาทั้งยศ เอาทั้งหน้า เอาทั้งบุญ
.
มีถึง “มูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป” แต่พอกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบดันพบอีกว่า “ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ” หากผมไม่เอามาพูด ก็คงใช้มูลนิธิฟอกขาว สร้างตัวตน ทำทีเป็นคนดีบริจาคให้เด็กยากจนตามต่างจังหวัด แต่เป็นได้แค่ประเภท “มือถือสาก ปากถือศีล” เหมือนกันหมด พนมมือ เล่นไพ่ ปล้นเงินเด็กเป็นล้าน แต่บริจาคหลักร้อย
.
แท้ที่จริงไม่ใช่มารวมตัวทำบุญอะไรหรอกครับ หากจะทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะไม่ต้องอ้างชื่อเป็นมูลนิธิก็ได้ แต่เหตุเพราะจะเอาไว้ใช้ “ฟอกเงิน” วิธีการคือเอาเงินผิดกฎหมายเข้าไปฟอก และบริจาคออกเท่านั้นเอง ขาเข้าเทา แต่ขาออกขาว เคยบอกแล้วว่า พวกพนันออนไลน์มีปัญหาคือ มีเงินมากไป เป็นเงินที่ไม่เคยเสียภาษีสักบาท
.
สารวัตรซัว “อยู่เป็น“ ถึงใช้ชื่อ “เป็นต่อ” รู้จักใช้ชีวิต อยู่เมืองนอกมากกว่าเมืองไทย ฝากเงินที่สิงคโปร์ เที่ยวอย่างหรูหรา โรงแรมที่ญี่ปุ่นชื่อ “Skye ที่เมือง Niseko” ค่าที่พักเพนท์เฮาส์ คืนละ 150,000 บาท นอนไป 1 อาทิตย์ ราคาร่วม 1 ล้านบาท สำหรับสารวัตรซัวจิ๊บๆ อย่างนี้คนทำมาหากินสุจริต หรือเงินเดือนตำรวจที่ไหนจะจ่ายได้?
.
แต่สารวัตรซัวบินสูง ทำตัวเป็นตำรวจเงียบๆ เฉพาะตอนอยู่เมืองไทย แต่อู้ฟู่ตอนบินรอบโลกพักหรูหราอยู่อย่างมหาเศรษฐี คนอาจจะรู้ แต่ไม่มีใครพูด ปล่อยให้คนอย่างสารวัตรซัวเอาเปรียบสังคม ทำการพนัน เกมออนไลน์หลอกเอาเงิน แค่ลูกกระจ๊อกยังมีรายได้ 400,000-500,000 บาทต่อเดือน
.
ตัวเองเป็น “มาสเตอร์แฟรนไชส์” ของเกมสล๊อต และสารพัดเกมที่หลอกคนไทยเล่น ดูเหมือนจำนวนเงินน้อย แต่ไม่ต่างจากของโบราณ คือ ตู้ม้า ดูดเงินทีละ 2,000-3,000 บาท แต่คนเล่นเป็นแสนเป็นล้านคน เดือนๆ หนึ่งได้เท่าไหร่? แถมใครซื้อแฟรนไชส์ต้องพ่วงแพ็คเก็จติดโฆษณาเกมไปด้วย ใหญ่โตที่สุดในประเทศ นั่งรับเงินอยู่เมืองนอก ไม่ต้องทำอะไร เพราะมีลูกข่ายทำงานแทนเหมือนแชร์ลูกโซ่ เรียกว่า “เกมออนไลน์ลูกโซ่”
.
มีเว็บต่างๆ เป็นพันเว็บที่ลงท้ายด้วย “Bet” และอื่นๆ ล้วนของท่านสารวัตรซัวทั้งหมด ทำร่วมกับ ลุค หุ้นส่วนคู่ซี้ เด็กเส้นติดตามสารวัตรซัวอีกคนชื่อ “รูบี้” กอส. รุ่น 42 (ศิษย์เก่ารุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน) ที่แม้แต่ตำรวจกองปราบยังถอย เพราะไปเจอตอ และยังมีลูกข่ายอีกเป็นพันๆ คน ยังไม่นับรวม กอล์ฟ เต็น ตั้ว “แก๊งตำรวจ กอส. รุ่นพนันออนไลน์” อีก
.
ตอนนี้ผมแฉแล้ว กรุณาหาช่องทางจับสักทีเถอะครับ เพราะยังไงสารวัตรซัวก็คงไม่เดือดร้อน มีบ้านมีเงินฝากอยู่ลอนดอนหลายร้อยล้านปอนด์ กินหลายชาติก็ไม่หมด แต่ล้วนเอามาจากคนไทยตอนใส่เครื่องแบบตำรวจทั้งนั้น ปล่อยให้คนอย่างสารวัตรซัวเกิดจนยิ่งใหญ่มีเงินมากมายจากการหลอกลวงคนไทย ไม่ได้เสียภาษีอะไรให้ประเทศสักบาทเดียว แถมสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังจ่ายเงินเดือนจากภาษีประชาชนกลับไปให้สารวัตรซัวมานานเป็นสิบปี โดยไม่ได้ทำอะไรเลย
.
นอกจากนายชูวิทย์ ออกมาแฉแล้ว ล่าสุด แฟนเพจเฟซบุ๊ก ดาวแปดแฉก เปิดเผยข้อมูล ว่า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นิติกรกรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับจดทะเบียนมูลนิธิ ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของ มูลนิธิเป็นต่อ หลังพบว่า ไม่ได้มีการจดแจ้งขออนุญาตก่อตั้งมูลนิธิ ซึ่งจากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานที่ตั้งมูลนิธิ พบว่าไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ มีเพียงพนักงานบริษัทอื่นที่อยู่ในอาคารเดียวกัน อีกทั้งยังได้ตรวจสอบไปยังผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว ก็ยอมรับว่าไม่ได้มีการขออนุญาตก่อตั้งจริง
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวสังคม #ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์ #มูลนิธิเป็นต่อ #สารวัตรซัว #พนันออนไลน์ #ฟอกเงิน