หน้าแรกข่าวเด่นชูวิทย์ ซัด “ม.112 จุดอ่อนพรรคส้ม” ชี้ Digital Footprint มัดตัว สะเทือนเกมเลือกตั้ง

ชูวิทย์ ซัด “ม.112 จุดอ่อนพรรคส้ม” ชี้ Digital Footprint มัดตัว สะเทือนเกมเลือกตั้ง

ชูวิทย์ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล แสดงความคิดเห็นทางการเมืองเกี่ยวกับประเด็นมาตรา 112 โดยระบุว่าเป็น “จุดอ่อนของพรรคส้ม” พร้อมพาดพิงแกนนำหลายรายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และชี้ว่าคำพูดในอดีตยังคงถูกบันทึกเป็น Digital Footprint ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและบรรยากาศการเลือกตั้ง โดยมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้

ม.112 จุดอ่อนของพรรคส้ม

.

ถึงวันนี้ต้องพูดความจริง

.

ที่ธนาธร หรือไม่ว่าใครในพรรคส้มพยายามแก้ไขความผิดพลาดในอดีต จากการ “รณรงค์ ยกเลิก ม.112“

.

ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร แต่สิ่งที่พรรคส้มทำมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่มาถึงก้าวไกล ในการปลุกการแก้ ม.112 ขึ้นมาเพื่อใช้หาเสียง

.

ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนในสังคมไทย

.

วันนี้แม้ธนาธรต้องการสลัดภาพแนวคิดแก้ไข ม.112 อย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อ

.

มีการนำเรื่อง “ยกเลิก ม.112” ขึ้นมาทวนความจำ

.

พิธา ในนามหัวหน้าพรรคก้าวไกล “ขอติดสติ๊กเกอร์ที่ฝั่ง ยกเลิก ม.112” บนเวทีปราศรัย

.

ชัยธวัช ”ม.112 ต้องถูกยกเลิก“ บนเวทีปราศรัย

.

ช่อ ”ใครต้องการยกเลิก ม.112 ให้มากองกันที่ตรงนี้“ ออกรายการ

.

ไอติม ”ส่วนตัวผมคิดว่า ม.112 ควรถูกยกเลิกเลย” ให้สัมภาษณ์ในรายการ

.

อมรรัตน์ ”ม.112 ใช่กฎหมายหรือเปล่า? มนุษย์เขียนขึ้นได้ต้องแก้ไขได้ และที่สุดต้องยกเลิกได้“ พูดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

.

ธนาธรจะตะแบงว่า “ไม่มีใครพูดว่าจะยกเลิก” สักกี่ครั้งกี่หนก็มี “Digital Footprint“ ให้ดูย้อนหลังได้ชัดเจน

.

ดังนั้น ความผิดพลาดของพรรคส้มที่เน้น ”คะแนนเสียง“ โดยไม่มีจริยธรรม ทำให้การหาเสียงทุกครั้งสร้างความแตกแยก

.

จนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค จะไปโทษใครเขาได้?

.

และถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งห้ามใช้ ม.112 หาเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคส้มจะหยุดคิดเรื่องนี้

.

เพราะขนาดความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังทำให้สังคมคลางแคลงใจในท่าทีของหัวหน้าพรรคส้ม

.

ที่ไม่ยกมือว่าจะไม่แตะหมวด 1-2 อันเกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตย และสถาบันพระมหากษัตริย์

.

รวมถึงท่าทีอื่นๆ ทั้งเรื่อง “ด้อยค่ากองทัพ“ ของพิธา

.

ที่หมดแสงไปกับวาทกรรม “รบกับใครก็ไม่เชื่อว่าจะชนะ” เพราะดันเกิดสงครามปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา ให้เห็น

.

หลังเลือกตั้งพรรคส้มจะยังมีตราบาปในเรื่องนี้ติดตัว

.

วันนี้สถานการณ์การเมืองแตกต่างจากปี 2566 ไปมาก

.

การเลือกตั้งครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงผลร้ายจากความพยายามแก้ ม.112 ของพรรคส้ม จนทำให้คนเลือกตั้งก็ยังลังเล

.

ลามไปถึงหลังเลือกตั้งเมื่อคะแนนเสียงออกมา พรรคอื่นๆ ก็ยังลังเลที่จะร่วมด้วย หากพรรคส้มไม่พูดเรื่อง “ม.112” ให้ชัดเจน

.

อย่างที่เท้งพูดถึงเรื่อง

.

“ความรักชาติไม่ได้วัดกันที่ใครร้องเพลงชาติดังกว่ากัน“

.

ถูกครับเท้ง คนตั้งข้อสงสัยในจุดยืนของพรรคส้มแม้กระทั่งการร้องเพลงชาติ เพราะแสดงถึงความไม่น่าไว้วางใจในทุกท่าที

.

แต่ตอนที่เท้งตะโกนใส่ไมค์เสียงดังฟังชัด ท่าทีขึงขังจริงจังในขณะปราศรัยหาเสียงบนเวที ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพูดความจริง

.

การตั้งข้อสงสัยมีอยู่ในใจของคนเสมอ

.

เพราะแม้แต่การร้องเพลงชาติบนเวทีดีเบตต่อหน้าสาธารณะในฐานะแคนดิเดตนายกฯ เสมือนการแสดงจุดยืนของความรักชาติ

.

ยังไปทำท่าทางเหมือนอมสากไว้จนคับปาก แล้วยืนทำหน้าเหมือนเป็ดหงอย

.

เรื่องแค่นี้น่าจะคิดได้ง่ายๆ

.

หรือว่าเวลาปราศรัยที่ส่งเสียงดังเพราะได้คะแนน เลยแหกปากตะโกนได้

.

แต่ถ้าต้องร้องเพลงชาติออกทีวี กลัวจะเสียคะแนนหรือไง เลยต้องเงียบ

.

ส่วนเรื่อง ม.112 ตอนนี้ที่เงียบ แต่ในใจยังคิดจะแก้ไขในสภาอยู่ใช่ไหม?

.

ธนาธร หรือเท้งช่วยตอบชัดๆ ที คนเลือกเขาสงสัยยันหน้าคูหาเลือกตั้ง

Must Read

Related News

- Advertisement -