ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิเคราะห์บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง โดยระบุว่า เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ ทุกพรรคพยายามเร่ง “ปั่นกระแส” เพื่อดึงคะแนนเสียง แต่มีเพียงไม่กี่พรรคที่สามารถขยับกระแสได้อย่างเห็นชัด
ชูวิทย์กล่าวถึงพรรคการเมืองสีส้มว่า เป็นพรรคที่พึ่งพากระแสเป็นหลัก ไม่มีฐานคะแนนจัดตั้ง และไม่มีเครือข่ายหัวคะแนนในพื้นที่ จึงต้องใช้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการสร้างแรงกระเพื่อมไปยังปริมณฑลและจังหวัดต่าง ๆ พร้อมระบุว่า กลยุทธ์การดันบุคคลในภาพลักษณ์ “The Professional” ไม่ประสบความสำเร็จ และค่อย ๆ เงียบหายไป
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าพรรคส้มยังคงใช้บุคคลหน้าเดิมขึ้นเวทีปราศรัยและออกรายการสื่อซ้ำ ๆ ไม่กี่คน เช่น โรม วิโรจน์ เท้ง ธนาธร และไอซ์ โดยมองว่าไม่สอดคล้องกับภาพพรรคขนาดใหญ่ที่ประกาศเป้าหมายจะ “รื้อโครงสร้างประเทศ” พร้อมวิจารณ์ว่าแกนนำบางรายยังไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้เหมือนการเลือกตั้งปี 2566
ชูวิทย์ยังกล่าวถึงบทบาทของพิธา ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะกลับมาช่วยปลุกกระแสช่วงโค้งสุดท้าย แต่ระบุว่ากระแสความนิยมไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนในอดีต พร้อมชี้ว่าบรรยากาศการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากปี 2566 อย่างชัดเจน
ในโพสต์ดังกล่าว ชูวิทย์ตั้งคำถามสำคัญว่า พรรคที่ประกาศจะรื้อโครงสร้างระบบประเทศทั้งระบบ แต่มีบุคลากรและทีมงานจำนวนจำกัด จะสามารถดำเนินภารกิจขนาดใหญ่นี้ได้จริงหรือไม่ พร้อมเปรียบเทียบว่า การ “สร้างใหม่” กับการ “ซ่อมแซม” ระบบเดิม มีความแตกต่างกันอย่างมาก และไม่สามารถนำมาเทียบกันได้โดยตรง
ช่วงท้าย ชูวิทย์สรุปว่า การปั่นกระแสในช่วงโค้งสุดท้ายของบางพรรค มีลักษณะคล้าย “คบเด็กไว้สร้างบ้าน” คือมีเสียงดังและความคึกคัก แต่โครงสร้างยังไม่แข็งแรง พร้อมทิ้งคำถามถึงความพร้อมในการบริหารประเทศ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

