‘ดนุเดช พรรคกล้า’ขอลงมือทำทันทีแม้ไม่มีตำแหน่ง หวังเห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไร้ความเหลื่อมล้ำ

0
1030

นายดนุเดช ธีรสันต์ ผู้กล้าพระโขนง เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการมาทำงานการเมือง ว่า ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของการเมืองไทย ลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้มีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีหลายเรื่องมากในประเทศไทยที่ต้องแก้ไข ขอยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวก่อน นั่นคือสวัสดิการที่รัฐให้กับประชาชนคือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะรวยหรือจน มีสิทธิได้เหมือนกันหมด ไม่มีกำหนดรายได้ครอบครัว
.
แต่เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดที่ต่อไปเด็กเหล่านี้คืออนาคตของชาติ กลับไม่ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน เพราะรัฐบาลกำหนดไว้ว่าผู้ที่มีสิทธิจะได้รับต้องเป็นครอบครัวที่มีรายได้ไม่เกินปีละ หนึ่งแสนบาท ถึงจะมีสิทธิรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด เพราะฉะนั้นนี่คือความเหลื่อมล้ำที่เด็กไทยต้องเจอตั้งแต่แรกเกิด ดังนั้นจึงแปลกที่ผู้สูงอายุ รวย-จน ได้เบี้ยยังชีพเหมือนกันแต่กับเด็กที่ต่อไปคืออนาคตของชาติ คือผู้ที่จะขับเคลื่อนประเทศในอนาคตกลับต้องสร้างมาตรฐาน รวย-จน เข้ามาเกี่ยวข้อง
.
นายดนุเดช ระบุอีกว่า สำหรับแนวทางช่วยเหลือคนพระโขนงในช่วงโควิดนั้น โควิดทั้งหลายระลอกที่ผ่านมา ตนเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องในชุมชนต่างๆ ทุกคนต่างได้รับความเดือดร้อนเหมือนๆกัน ต่างกันที่มากหรือน้อยเท่านั้นเอง ผมได้นำอาหารปรุงสุกไปให้ผู้ที่เดือดร้อน หาเช้ากินค่ำ นำข้าวสารอาหารแห้งไปให้ผู้ที่กักตัวที่บ้าน นำหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ไปแจก
.
“สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือการไปช่วยทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งช่วงแรกผู้สูงอายุเกิดความกลัวไม่กล้าฉีดแต่เมื่อผมได้พูดคุยถึงข้อดีแล้วท่านๆก็ยอมฉีด และผมก็ได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนผ่านระบบหมอพร้อมที่ในช่วงแรกๆทางรัฐบาลให้ลงทะเบียนผ่านแอพซึ่งเกิดความวุ่นวายมากเพราะแน่นอนผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานท่านไม่มี smartphone หรือบางท่านมีแต่ทำไม่เป็นผมจึงได้ให้คำแนะนำและจัดการลงทะเบียนให้แก่ท่าน ซึ่งทั้งหมดก็ได้ฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว นี่คือการที่ลงมือทำเพื่อประชาชนทันทีแม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ”นายดนุเดช กล่าว
.
นายดนุเดช ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่ตัดสินใจเลือกพรรคกล้าว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกพรรคกล้ามาจาก1ในนโยบายหลักของพรรคนั่นคือเรื่อง soft power เนื่องจากตนเองเป็นผู้ผลิตรายการ ละคร ซีรีส์ จึงเห็นศักยภาพของวงการบันเทิงไทยที่สามารถไปสู่สากลได้ ประเทศไทยเรามีบุคลากรทางด้านนี้ที่เก่งๆเยอะมาก มีโลเคชั่นที่สวยงามถึงขนาดที่ฮอลลีวูดต้องมาถ่ายทำในบ้านเรา เพียงแต่เราขาดการสนับสนุนจากรัฐบาล ถ้ามีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ดูแลและสนับสนุนตรงจุดนี้ผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทยจากวงการบันเทิงได้อีกมาก
.
นายดนุเดช ระบุอีกว่า ยกตัวอย่างแค่เวลากองถ่ายต้องการถ่ายทำบริเวณข้างถนนที่เยาวราชซึ่งเป็น king of street food ทุกท่านทราบมั้ยว่าต้องประสานงานกับทั้งทาง กทม.ที่เป็นเจ้าของทางเท้า และต้องประสานกับตำรวจจราจรที่เป็นผู้ดูแลถนนดูแลการจราจร ซึ่งถ้าภาครัฐมีหน่วยงานที่ดูแลและสนับสนุนทางด้านนี้เป็นตัวกลางประสานอำนวยความสะดวกให้ก็จะลดภาระและสร้างการประชาสัมพันธ์เยาวราชให้ดังกว่าเดิมได้
.
นายดนุเดช ระบุว่า นโยบาย soft power ของพรรคกล้าจะสามารถผลักดันวงการบันเทิงไทยให้เทียบเท่าสากล จัดตั้งหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบและสนับสนุน เหมือนอย่างประเทศเกาหลีใต้ที่รัฐบาลได้สนับสนุนทางด้านนี้และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล เพราะผมเชื่อว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดในโลก
.
ส่วนนโยบายที่ประเทศควรพัฒนาหลังผ่านพ้นวิกฤติ ควรมีการพัฒนาประเทศในมิติไหนบ้างนั้น นายดนุเดช ระบุว่า แน่นอนครับหลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ก็คือการท่องเที่ยว เพราะรายได้หลักของประเทศไทยคือการท่องเที่ยว นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้ว สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติก็คือ street food อาหารไทยเราดังติดอันดับโลก
.
นายดนุเดช ระบุด้วยว่า สนับสนุนเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก เราต้องพัฒนา street food ของเรามีให้มีความสะอาด มีมาตรฐาน มีระบบระเบียบมากขึ้น มีที่ทิ้งของเสียเพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าเทของเสียลงท่อระบายน้ำซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำท่วม จัดโซนนิ่งขายให้ชัดเจน มีโซนให้นั่งทานเป็นที่เป็นทาง มีถังขยะบริการตามจุดต่างๆ โดยภาครัฐสนับสนุนจัดพื้นที่ให้ในทุกเขตทุกอำเภอมีถนนคนเดิน มีstreet foodที่มีมาตรฐาน ซึ่งถือเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกพื้นที่ ไม่ใช่กระจุกอยู่แค่บางพื้นที่ เพราะผมเชื่อว่าทุกพื้นที่มีของดีของอร่อยที่แตกต่างกันครับ
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #ดนุเดชธีรสันต์ #พรรคกล้า #ผู้กล้าพระโขนง #soft power