‘ดร.นิว’ซัด’ปิยบุตร’สุดเถื่อน!!เล่นลิ้นสร้างวาทกรรมให้ร้ายสถาบันฯไม่จบสิ้น จวกเป็นอาชญากรทางความคิด

0
201

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความระบุว่า อาชญากรทางความคิดอย่างนายปิยบุตร ยังยืนยันที่จะโกหกบิดเบือนให้ร้าย เดินหน้าสร้างความเกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไปอย่างเถื่อนท้าทาย การที่นายปิยบุตรกล่าวว่า “ผมยืนยันว่าจะแสดงความเห็นโดยสุจริตใจต่อไป ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อให้ไทยมีสถาบันกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ สังคมไทยจะได้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ”
.
เท่ากับนายปิยบุตรจงใจบิดเบือนให้ร้ายว่า “ทุกวันนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ” เพื่อให้เกิดความเห็นผิดและความเกลียดชังตามความเชื่อในลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชนของคณะราษฎร ด้วยเหตุนี้ นายปิยบุตรจึงจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญข้อไหนอย่างไรบ้าง? มิฉะนั้นก็เท่ากับว่านายปิยบุตรล้วนแต่ใช้จินตนาการบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น
.
นอกจากนายปิยบุตรจะถือแนวทางผิดของคณะราษฎร ซึ่งเป็นเผด็จการลัทธิรัฐธรรมนูญหลอกลวงประชาชน และได้ขัดขวางการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงมาโดยตลอด นายปิยบุตรยังถือแนวทางรุนแรงของการปฏิวัติฝรั่งเศสที่ล้าหลังและป่าเถื่อนอนาธิปไตย ที่มีแต่จะนำไปสู่ความแตกแยกและความรุนแรงเท่านั้น
.
การเล่นลิ้นลมปากสร้างวาทกรรมโกหกบิดเบือนตามอำเภอใจของนายปิยบุตร ซึ่งไม่ได้เคารพต่อหลักวิชาใดๆ จึงไม่ใช่เสรีภาพทางวิชาการ หากแต่เป็นอาชญากรทางความคิด ที่คอยใช้จินตนาการของตนล่อลวงให้คนอื่นใช้จินตนาการตามๆ กัน
.
ความเห็นผิดของนายปิยบุตรตามแนวทางของคณะราษฎร จึงขัดขวางความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการสร้างประชาธิปไตยมาโดยตลอด เฉกเช่นที่คณะราษฎรได้สร้างระบอบเผด็จการลัทธิรัฐธรรมนูญ แล้วหลอกลวงประชาชนว่าเป็นประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ ๒๔ มิถุนา ๒๔๗๕ จนถึงวินาทีนี้ เมื่อพิจารณาถึงความหมายที่แท้จริง Constitutional Monarchy คือ ระบอบการปกครองที่พระมหากษัตริย์ทรงสละพระราชอำนาจส่วนใหญ่ที่มีมาแต่เดิมให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและปกครองประเทศชาติร่วมกัน
.
“พระราชอำนาจส่วนใหญ่ที่มีมาแต่เดิม” จึงกลายเป็นที่มาของ “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งหมายความว่า พระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงปกครองเองโดยตรง หากแต่ทรงปกครองผ่านรัฐธรรมนูญร่วมกับประชาชน แล้วทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ ทรงมีบทบาทและพระราชอำนาจอันพึงมีตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
.
พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลก จึงล้วนแต่ทรงมีบทบาทและพระราชอำนาจอันพึงมีคล้ายคลึงกัน หากแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยของพระราชอำนาจมากน้อยไม่เท่ากัน แตกต่างกันไปตามเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ของชาติ และวัฒนธรรมที่ต่างกัน
.
เมื่อ”รัฐธรรมนูญ” เกิดจาก “พระราชอำนาจส่วนใหญ่ที่มีมาแต่เดิม” ซึ่งถ่ายโอนจากพระมหากษัตริย์มาสู่ประชาชน พระมหากษัตริย์จึงไม่สามารถทรงอยู่ “เหนือ” หรือ “ใต้” รัฐธรรมนูญได้ หากโดยธรรมเนียมปฏิบัติของระบอบประชาธิปไตยแบบ Constitutional Monarchy พระมหากษัตริย์ทรงเคร่งครัดที่จะดำเนินตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญด้วยความระมัดระวัง
.
มีสาระสำคัญตามอรรถาธิบายดังที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.royal.uk/queen-and-law ความว่า “Although civil and criminal proceedings cannot be taken against the Sovereign as a person under UK law, The Queen is careful to ensure that all her activities in her personal capacity are carried out in strict accordance with the law.”
.
ดังนั้น Constitutional Monarchy จึงควรถูกแปลอย่างชัดเจนว่า “ราชาธิปไตยตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” หรือ “ราชาธิปไตยที่ปกครองตามรัฐธรรมนูญ” มากกว่า “ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ” ซึ่งฟังดูกำกวมและถูกนำมาบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ด้วยมายาคติระหว่างอยู่ “เหนือ” หรือ “ใต้” รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #ดรนิว #ศุภณัฐอภิญญาณ #ปิยบุตรแสงกนกกุล #ม112