ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์ ผ่านเฟสบุ๊ก ประเด็นสแกมเมอร์ไว้อย่างน่าสนใจ
กัมพูชา ศูนย์กลางสแกมเมอร์โลก
.
ประเทศกัมพูชากลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก ไม่ใช่เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว
.
แต่เป็น “ศูนย์กลางการหลอกลวงทางโซเชียลอันดับหนึ่งของโลก“ ที่มีเครือข่ายการทำงานเป็นรูปแบบ ผ่านระบบการสื่อสารหลากหลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
.
ชาติหลักที่ถูกหลอกลวงมากสุดหนีไม่พ้น ”ไทยแลนด์“ เพื่อนบ้านที่มีเขตแดนติดต่อกัน
.
คนไทยสูญเสียเงินให้สารพัดแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีศูนย์บัญชาการตั้งอยู่ในหลายเมือง แพร่กระจายไปทั่วประเทศกัมพูชาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี
.
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นดินแดนซ่องสุมของเหล่าสแกมเมอร์ โดยมี “กัมพูชา“ เป็นเมืองหลวงแห่งโลกหลอกลวง
.
ส่วนเหล่าหัวหน้าแก๊งจีนเขมรมักซุกเงินฟอกไว้มหาศาล และมีที่อยู่อาศัยระดับร้อยล้านในประเทศไทย
.
สดๆ ร้อนๆ อย่างเกาหลีใต้ ต้องออกโรงส่งรัฐมนตรีมาจัดการปัญหาช่วยคนของประเทศตัวเอง
.
ทั้งนำมาสอบสวน หาเรื่องราวความเป็นมา ว่าถูกหลอกลวง หรือตั้งใจมาหากินเอง
.
ถึงขนาดส่งเครื่องบินเหมาลำ นำตำรวจมารับตัวถึงสนามบินเขมรกันทีเดียว
.
เชื่อว่ายังมีคนถูกหลอกมาทำงานอีกเป็นพันคน ที่แน่ๆ คนไทยมีมากสุด เพราะ “ไทยหลอกไทย” เยอะกว่าทุกชาติ
.
รัฐบาลจีนเคยบุกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติที่พม่า นำเอาเครื่องบินมารับคนจีนกลับเป็นหมื่นคน
.
เที่ยวนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ทำเหมือนกัน
.
ประเทศต่างๆ เหล่านั้น มีนักการเมือง รัฐบาลที่มีคุณภาพ เอาใจใส่คนของตัวเอง เอาจริงเอาจังจนประเทศอย่างกัมพูชาไม่กล้าปฏิเสธ ต้องยอมให้ตรวจค้น ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
.
แต่ประเทศไทยกลับยอมให้แก๊งสแกมเมอร์จีนเทาขยายอิทธิพลแพร่กระจายเข้ามาหลอกลวงคนไทยซ้ำๆ แล้วจับไม่ได้ เพราะอ้างว่าอยู่เขมร ปอยเปต สีหนุวิลล์
.
รัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร ทั้งๆ ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความเสียหายมากมายแก่เศรษฐกิจสังคมไทย
.
นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังทำงานแตกต่างกับรัฐบาลเกาหลีใต้อีก
.
เพราะเกาหลีใต้คุมเข้ม สกัดขบวนการหาคนเกาหลีไปทำงานค่าตอบแทนสูงในเขมรโดยทันที
.
ของเขารีบจัดการเป็น ”วาระแห่งชาติ“
.
ส่วนของไทยเป็น “วาระเงียบ“
.
นายกฯ อนุทิน กับรัฐบาล 4 เดือน โดนเรื่อง “โจรสแกมเมอร์” ฝีแตกเอาตอนนี้พอดี
.
กลับมัวแต่แย่งชิง “งูเห่า” โยกย้ายข้าราชการ ห่วงผลประโยชน์ส่วนตัว แอบแฝงวางขุมกำลังอำนาจทางการเมือง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กว่าหลายเท่านัก
.
รัฐบาลนี้มีเวลาอยู่จำกัด เพิ่งได้อำนาจมาแทนที่จะไปช่วยประชาชนที่ถูกหลอกจากเขมร หรือทำการยึดทรัพย์พวก “แก๊งสแกมเมอร์” ที่ดูดเงินคนไทยมาฟอกเหมือนรัฐบาลอเมริกา อังกฤษ เร่งทำการสอบสวนเป็น “วาระด่วน”
.
กลับเอาเวลาไปจัดการวางตัว ส.ส. ตีฝีปาก ลีลานักการเมืองย้อนยุค
.
ทั้งรัฐมนตรีตัวฉกาจที่สังคมจับจ้อง อวดเบ่ง เก่งแต่ในบ้าน ซ่องสุมแต่อดีต ส.ส. ตกยุค คอยจ้องแต่จะเลือกตั้ง
.
ปล่อยให้อาชญากรเติบโตจนท้ายสุด เขมรกลับมาตายด้วยตัวเองจากคลื่นการต่อต้านทั่วโลกในเรื่อง “ศูนย์กลางสแกมเมอร์“
.
ฮุนเซนนั้นรู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่า บรรดาอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อาศัยดินแดนของตัวเองทำมาหากินหลอกลวงทั้งคนไทย และต่างชาติมานาน
.
ส่วนประเทศไทยกลายเป็น “ศูนย์กลางการฟอกเงิน” ของแก๊งสแกมเมอร์ ที่นำเงินมหาศาลมาฟอกขาว ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน คอนโดหรูมากมาย ทั้งบนดินและใต้ดินผ่านนอมินีบริษัทไทย
.
โดยรัฐบาลอนุทิน ขาดการบูรณาการอย่างจริงจังและเป็นระบบในการปราบปราม
.
แค่เกาคางหวังให้เรื่องเงียบผ่านไปวันๆ
.
ขณะที่ จีน เกาหลีใต้ อเมริกา อังกฤษ เปิดแนวรบ “สงครามโจรสแกมเมอร์“
.
อเมริกา อังกฤษ สั่งริบทรัพย์ ”เฉินจื้อ“ หลายแสนล้าน
.
ตอนนี้นับว่าเขมรอาการหนักสุดๆ ”จิ้งจอกฮุนเซน“ ใกล้ถึงวาระสุดท้าย
.
โลกเริ่มล้อมกรอบเขมรเป็นฐานใหญ่ ”อาชญากรออนไลน์“
.
บรรดาแก๊งจีนเทาที่อยู่เบื้องหลังเริ่มทิ้งเขมรให้กลายเป็นเมืองร้าง
.
รัฐบาล “อนุทิน” ต้องถือโอกาสนี้ร่วมสหบาทา จัดการกับเขมรเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
.
ยิ่งถูกสภาคองเกรสขึ้นบัญชี “แบล็กลิสต์“ ไปที่ “ฝรั่งตาน้ำข้าว” ที่ รังสิมันต์ โรม อภิปราย
.
ยิ่งตอกย้ำความเป็นมายอกย้อน มีคอนเน็คชั่นในไทยหลายวงการ
.
โดนอเมริกาชี้เป้าดิ้นไม่หลุด ข้อมูลตรงกระทบไปยัง “รัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน” ที่ปากกล้าขาสั่นเป็นบุคคลที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ “ไม่ให้วีซ่าเข้าอเมริกา”
.
แต่รัฐบาลไทยกลับเป็นสาย “สุขนิยม” และ “เสพติดอำนาจ”
.
ตอนนี้นายกฯ อนุทิน ยังดูงงๆ
.
แค่เซ็นคำสั่งตั้ง “บอร์ดปราบสแกมเมอร์“ ดันมีชื่อสายตรงคนแถวบุรีรัมย์มาคุมอีก
.
เรื่องนี้กลายเป็น “สงครามไซเบอร์” ระดับโลกไปแล้ว
.
แต่นายกฯ อนุทิน ยังตีมึน ทั้งที่เขมรอยู่ติดชิดชายแดนและหลอกลวงคนไทยมานาน
.
หากทำเรื่องนี้ให้เกิดมรรคผล คะแนนจะเทมาเองไม่ต้องออกแรง
.
แต่ทำงานไม่เป็น
.
“โจรสแกมเมอร์” เป็นไฟต์บังคับให้ นายกฯ หนู ทำงานแทนการตีลีลาฝีปาก
.
ต้องรีบจัดการ โดยเฉพาะมีหลักฐาน ชื่อ นามสกุล ที่ชัดเจน เป็นหัวโจกขนาดขึ้นชื่อเป็นแบล็กลิสต์พัวพันกับคนระดับรัฐมนตรีในรัฐบาล 4 เดือน ของนายกฯ เฉพาะกิจ
.
รัฐมนตรีบางคนเคยร่วมเป็นบอร์ดบริษัทเขมร พอมีเรื่องก็รีบลบชื่อออก
.
หากนายกฯ อนุทิน ยังไม่รีบจัดการปัญหานี้ ตีเหล็กเมื่อร้อน
.
ต่างชาตินานาประเทศ หรือแม้แต่คนไทยจะติฉินนินทาว่ารัฐบาลโดยนายกฯ อนุทินปกป้องคณะรัฐมนตรีที่ไปเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์ อย่างที่โรมกับไอซ์เขาตามหาคนหาย
.
แต่ตัวเป้งๆ กลับไปเดินอาดๆ เบ่งกล้ามบารมีอยู่ตามข่าวทุกวัน ตอบเลี่ยงไปวันๆ ขู่ฟอดๆ ว่าจะฟ้อง แต่ทำเฉยซื้อเวลาให้เงียบ
.
อย่าคิดว่าจะอยู่ได้ถึง 4 เดือน เพราะเห็นฝีมือเรื่องนี้แล้วนายกฯ ทำท่าจะเป็น “เรือล่มปากอ่าว” จะพังเอาตอนแค่เริ่มต้น
.
ไปจัดการกวาด ครม. ตัวเองเสียก่อน
.
อย่าเพิ่งไปฝันถึงสมัยหน้าให้มากนักนะครับ
.
แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็พังเอาง่ายๆ

