ด้อมส้มแทบขาดใจ ‘ผศ.ดร.อานนท์’ ชำแหละใครได้ประโยชน์จากนิรโทษฯของ ‘คณะก้าวหน้า-ก้าวไกล’

0
128

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2566 “ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เขียนบทความบนเฟซบุ๊กเรื่อง “ธนาธร คณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมทางการเมือง” มีเนื้อหาว่า

พรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้สำเร็จ เที่ยวเดินสายหาคนโน้นคนนี้ไปทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กปปส. หรือ นปช. อ่านข่าวได้จาก “ก้าวไกล” พล่าน ดัน “นิรโทษ” ล้างผิด-พ้นคุก!? https://mgronline.com/politics/detail/9660000106727

ทั้งนี้นายชัยธวัช ตุลาธนได้เข้าไปหาถึงท่านพุทธะอิสระแล้วถูกนำเอาคลิปมาเผยแพร่จนเป็นข่าว ดูได้จากข่าว “ชัยธวัช” ทำพลาด ที่ไปคุยเรื่องนิรโทษฯกับ “พุทธะอิสระ” แถมสุดท้ายยังถูกตลบหลัง- Talking Thailand ทางช่องวอยซ์ทีวี https://www.youtube.com/watch?v=HUuZdsgZGPE

พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแถลงว่าจะเสนอ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมของตนเองต่างหากประกบกับพรรคก้าวไกล อันเป็นการแสดงการไม่ยอมรับ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมทางการเมืองของพรรคก้าวไกล นอกจากนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จากพรรคเพื่อไทยได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ทุกเรื่องที่มีความเห็นขัดแย้งกัน ประเด็นสำคัญอยู่ที่การทำความเข้าใจ เพราะเราขึ้นมาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ เราก็อยากจะแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งต่างๆ ให้หมดไป ถ้าสมมติว่ามีประเด็นใดที่ยังเป็นประเด็นที่สังคมยังมีความเห็นแตกต่าง ก็ต้องทำตรงนี้ให้ชัดเจน เราไม่อยากสร้างความขัดแย้งใหม่ ในขณะที่เราพยายามทลายกำแพงความขัดแย้งลง เพราะฉะนั้น จะเสนอเรื่องอะไร ก็เสนอได้ทั้งหมด ไม่มีปัญหา แต่ประเด็นที่ยังมีความคิดเห็นต่าง ก็ต้องไปคุยกันให้จบก่อน” อ่านข่าวได้จาก เพื่อไทยเมิน นิรโทษฉบับก้าวไกลล่ม!? https://mgronline.com/politics/detail/9660000107890

ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา นายสมชาย แสวงการได้ออกมาโพสต์ให้ความเห็นว่าการนิรโทษกรรมทางการเมือง ยึดมั่นหลักการสนับสนุนปรองดองนิรโทษกรรมคดีการเมือง คัดค้านนิรโทษกรรม 3 คดีมั่นคงสำคัญ 1.ทุจริตชาติ 2.อาญาร้ายแรง และ 3.ความผิด ม.112 อ่านได้จากข่าว “ส.ว.สมชาย”ยืนยันคัดค้านนิรโทษกรรม 3 คดีมั่นคงสำคัญ อ่านข่าวได้จาก https://mgronline.com/uptodate/detail/9660000106803

จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุใดพรรคก้าวไกล จึงพยายามผลักดัน พรบ. นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งฉบับนี้เป็นอย่างดี พรรคก้าวไกล และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) กับพรรคก้าวไกล อันได้แก่คณะก้าวหน้า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่ม REDEM กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มทะลุวัง ตลอดจนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช จะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่จากการนิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่งฉบับนี้

ประการที่หนึ่ง เป็นที่น่าตกใจมากที่ สส. ของพรรคก้าวไกลมีประวัติคดีอาญายาวเหยียดเป็นหางว่าวดังแสดงในตารางข้างล่างนี้ มีจำนวนสส. ของพรรคก้าวไกลจำนวน 30 คน หรือที่เป็น สส. ในปัจจุบัน 28 คน (ยกเว้นนางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ที่เมาแล้วขับและลาออกไปแล้ว กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องคดีถือหุ้นสื่อไอทีวีและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนในวันที่ 19 กรกฎาคม 2023) รวมเป็นจำนวนคดีอาญาทุกประเภทที่พบรวม 80 คดี ในจำนวนนี้คนที่พบคดีมากที่สุดคือนางสาวชลธิราแจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส. ปทุมธานี จำนวนรวม 16 คดีอาญา รองลงมาเป็นนายปิยรัฐ จงเทพ หรืออดีตนายโตโต้ หัวหน้าการ์ดวีโว่ สส. กรุงเทพมหานคร จำนวนรวมคดีอาญา 14 คดี และนายทวิวงศ์โตทวิวงศ์ หรือ สส. เต้ สส. พระนครศรีอยุธยาจำนวนรวมคดีอาญา 6 คดี

หาก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับที่พรรคก้าวไกลนำเสนอ ผ่านออกมาเป็นกฎหมายได้จริง และนิรโทษกรรมคดีอาญาทุกคดีไปด้วยนั้น จะทำให้ สส. พรรคก้าวไกล ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก

ประการที่สอง มีจำนวน สส. พรรคก้าวไกลจำนวน 11 คน ที่มีคดีความมั่นคง ดังแสดงในตารางที่ 2
โดยมีสส. พรรคก้าวไกล 11 คน ที่มีคดีความมั่นคง มีจำนวนคดีรวมทั้งสิ้น 51 คดี โดยเป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 6 คดี และคดีมาตรา 116 3 คดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

หนึ่ง นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 2 คดี ชั้นอัยการ 2 คดี

  1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่ สน.ปทุมวัน ในวันที่ 10 ก.พ. 2564 เวลา 16.00 น. บริเวณลานสกายวอร์ค ถ.พระราม 1 และต่อมาได้ปิดล้อม สน.ปทุมวัน ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, ป.อาญาม.138 (ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน), ป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง), และ ป.อาญา ม.296 (ทำร้ายร่างกาย).

2.มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่ สน.บางโพ เมื่อปี 2564 ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง), พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ,

สอง นายเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขต 10 ทั้งหมด 1 คดี ชั้นสอบสวน 1 คดี

  1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.นางเลิ้ง (234/2564) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.บ.จราจรฯ, และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ

สาม นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ (หมดสมาชิกภาพ สส. เนื่องจากต้องโทษคดีขับรถในขณะเมาสุรา) ทั้งหมด 1 คดี ชั้นสอบสวน 1 คดี
1.มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ลุมพินี (625/2564) ก่อเหตุเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2564 ณ แยกราชประสงค์” ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

สี่ นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ทั้งหมด 7 คดี เปรียบเทียบปรับ 5 คดี ชั้นอัยการ 2 คดี 1-7 มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.พระนครศรีอยุธยาจำนวนเจ็ดครั้ง (18/2564, 138/2564, 139/2564, 140/2564, 141/2564, 929/2563, 930/2563) ถูกตั้งข้อหาในการกระทำความผิดพ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ โดยมั่วสุมในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อฯลฯ โฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยมิได้รับอนุญาต โฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปสิวที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ห้า นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขต 2 ทั้งหมด 1 คดี ชั้นอัยการ 1 คดี 1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.ป่าพะยอม (286/2565) ถูกตั้งข้อหาในการกระทำความผิดป.อาญา ม.116 โดยกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล

หก นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สส.พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 1 คดี ชั้นอัยการ 1 คดี 1.มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.เมืองกระบี่ (1148/2564) เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 11.20 น. ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยร่วมกันไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สั่งห้ามผู้ใดกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นเหตุให้โรคแพร่ออกไป

เจ็ด นางสาวปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดนนทบุรี เขต 2 ทั้งหมด 4 คดี เปรียบเทียบปรับ 1 คดี ชั้นสอบสวน 1 คดี ชั้นอัยการ 2 คดี

  1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.รัตนาธิเบศร์ (1069/2563) เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563 หน้ากระทรวงพาณิชย์ ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ, พ.ร.บ.จราจรฯ. และพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ
  2. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ. รัตนาธิเบศร์ (928/2564) เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เวลาประมาณ 11.50 น. ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
  3. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ทุ่งสองห้อง (436/2564) เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2564 หน้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.139 (ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย) และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีหลักประกัน 100,000 บาท กำหนดเงื่อนไข 1. ห้ามก่อความวุ่นวายหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา และ 2. ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล
  4. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.สำราญราษฎร์ (321/2564) ก่อเหตุเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.385 (ไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น), พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, และ พ.ร.บ.จราจรฯ

แปด นายปิยรัฐ จงเทพ สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขต 23 หัวหน้าการ์ด วีโว่ ทั้งหมด 16 คดี ชั้นสอบสวน 4 คดี ชั้นอัยการ 6 คดี ชั้นศาล 6 คดี

  1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.สำราญราษฎร์ (321/2564) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2564 ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามป.อาญา ม.385 (ไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมายกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวาง หรือทอดทิ้งสิ่งของ หรือโดยกระทำด้วยประการอื่นใด ถ้าการกระทำนั้นเป็นการกระทำโดยไม่จำเป็น), พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, และพ.ร.บ.จราจรฯ
  2. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.สำราญราษฎร์ (345/2564) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง) และป.อาญา ม.216 (สั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไปแต่ไม่เลิก)
  3. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ลุมพินี (477/2564) เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลรด์”ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยร่วมกันทำกิจกรรม หรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ภายในเขตพื้นที่ ที่หัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศกำหนด
  4. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.นางเลิ้ง (282/2564) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 10.46 น. ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต่อเนื่องแยกผ่านฟ้า ในลักษณะของ Car mob ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามป.อาญา (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง) และป.อาญา ม.216 (สั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา ๒๑๕ ให้เลิกไปแต่ไม่เลิก), พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเป็นหัวหน้าสั่งการในการมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป (คดีร่วมกันกับนางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว), พ.ร.บ.จราจรฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียง, และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ”
  5. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.นางเลิ้ง (192/2563) ถูกตั้งข้อหาในการกระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยร่วมกันจัดให้มีการชุมนุม จัดกิจกรม หรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
  6. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.พญาไท (1834/2563) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามป.อาญา ม.138 (ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่), และป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง)
  7. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ชนะสงคราม (525/2563) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน หรือการกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ม.9
  8. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ยานนาวา (654/2563) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯโดยเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการฉุกเฉินฯ
  9. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.คลองหลวง (68/2564) เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2564 ณ บริเวณที่ทำการ สภ.คลองหลวง ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร่วมกันชุมนุม หรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากฯ,มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ
  10. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ยานนาวา (99/2564) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เวลา 17.00-17.30 น. หน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, ป.อาญา ม.138 (ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่), ป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง), ป.อาญา ม.296 (ทำร้ายร่างกาย), และป.อาญา ม.358 (ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์)
  11. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.เมืองอุบลราชธานี (7805/2563) เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 ณ บริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดอุบลราชธานี และถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดตามป.อาญา ม.112 และตามป.อาญา ม.116
  12. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.พญาไท (1682/2563) ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน หรือการกระทำอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
  13. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ. ยางตลาด (75/2564) ถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดตามป.อาญา ม.112 ในวันที่ 5 พ.ค. 2564 ศาลกาฬสินธุ์ ให้ประกันตัวแล้วโดยต้องวางหลักประกัน 200,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม และห้ามทำกิจกรรมเสื่อมเสียต่อพระมหากษัตริย์ ห้ามออกนอกประเทศ
  14. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุทางระบบคอมพิวเตอร์และถูกแจ้งดำเนินคดีที่ กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) (29/2564) โดยเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 นายปิยรัฐได้โพส Facebook อันเป็นเหตุให้ถูกตั้งข้อกล่าวหากระทำความผิดตามป.อาญา ม.112 หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา14(3)
  15. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน. พหลโยธิน (201/2564) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.64 บริเวณอาคารจอดรถ 2 ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน ถูกตั้งข้อหากระผิดป.อาญา ม.209 (คณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่), ป.อาญา ม.210 (สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค ๒ นี้ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร), พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, และพ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
  16. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน. พหลโยธิน (303/2564) ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดตามป.อาญา ม.135 ((1) ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต หรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ (2) กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ), ป.อาญา ม.140 (ถ้าความผิดตามมาตรา 138 วรรคสอง หรือมาตรา 139 ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป), ป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง), ป.อาญา ม.216 (เจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป แต่ไม่เลิก), ป. อาญา ม.358 (ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย), และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เก้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 1 คดี ชั้นอัยการ 1 คดี 1. มีคดีความมั่นคงที่มีผู้แจ้งความในท้องที่ สภ.หัวไทร (183/2566) โดยเมื่อวันที่ 6 พ.ย.65 นายพิธาโพสวีดีโอบน twitter อันเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญฯ ถูกตั้งข้อหากระทำผิดป.อาญา ม.116

สิบ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร เขต 28 ทั้งหมด 1 คดี ชั้นศาล 1 คดี 1. มีคดีความมั่นคงที่มีผู้แจ้งความที่กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) (81/2564) โดยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 นางสาวรักชนกได้ทวิตข้อความใน Twitter อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ ถูกตั้งข้อหาการกระทำความผิดตามป.อาญา ม.112, และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งนี้นางสาวรักชนกได้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พรบ. คอมพิวเตอร์มาตรา 14 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญได้มีวินิจฉัยไปแล้วว่าไม่ขัดแต่ประการใด นอกจากนี้ศาลอาญาจะนัดอ่านคำพิพากษาคดีมาตรา 112 ของนางสาวรักชนกในวันที่ 13 ธันวาคม นี้และนางสาวรักชนกจะขอใช้สิทธิ์ สส. เพื่อเลื่อนการฟังผลการพิจารณาคดีออกไป

สิบเอ็ด นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สส.พรรคก้าวไกล แบบแบ่งเขต จังหวัดปทุมธานี เขต 3 ทั้งหมด 16 คดี
ชั้นสอบสวน 1 คดี ชั้นอัยการ 8 คดี สั่งไม่ฟ้อง 1 คดี ชั้นศาล 6 คดี ถูกดำเนินคดีตาม ป.อาญา ม.112 (หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์) จำนวน 2 คดี

ถูกดำเนินคดีตาม ป.อาญา ม.116 (กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน) จำนวน 1 คดี

ถูกดำเนินคดีตาม ป.อาญา ม.215 (มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง) จำนวน 2 คดี
ถูกดำเนินคดีตาม ป.อาญา ม.216 (สั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 215 ให้เลิกไป แต่ไม่เลิก) จำนวน 1 คดี

ถูกดำเนินคดีตาม ป.อาญา ม.358 (ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย) จำนวน 1 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 11 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ จำนวน 4 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จำนวน 2 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำนวน 1 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ จำนวน 4 คดี
ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ จำนวน 1 คดี ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จราจรฯ จำนวน 1 คดี

  1. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.นางเลิ้ง (282/2564) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา10.46 น. ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต่อเนื่องแยกผ่านฟ้า ในลักษณะ Car mob ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดป.อาญา ม.215, ม.216, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.จราจรฯ, พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียง, และพ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ
  2. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.พหลโยธิน (225/2564) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 บริเวณห้าแยกลาดพร้าวถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  3. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ชนะสงคราม (387/2563) เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 ณ บริเวณ แยกคอกวัว” ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  4. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ชนะสงคราม (393/2563) เมื่อวันที่ 22 ส.ค.2563 บริเวณหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  5. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.พญาไท (1680/2563) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  6. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ประชาชื่น (980/2563) เมื่อวันที่19 ต.ค.2563 หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  7. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่ สน.ลุมพินี (1053/2563) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  8. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.พญาไท (1689/2563) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
  9. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่ สน.สำราญราษฎร์ (546/2563) เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2563 เวลา 15.30 น. ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดป.อาญา ม.215
  10. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ (1486/2563) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2564 ณ บริเวณ ท่ารถตู้ต่างจังหวัดตรงข้ามฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, และพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ”
  11. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.ชนะสงคราม (379/2563) เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563 เวลา 18.30 น.-20.30 น. ที่หน้าร้านแม็คโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ (คดีนี้รู้จักกันในชื่อคดีแฮรี่พ็อตเตอร์) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดป.อาญา ม.116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.ชุมนุมฯ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ”
  12. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.บางโพ (222/2563) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ
  13. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.บางโพ (239/2563) ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ
  14. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สน.สำราญราษฎร์ (555/2563) เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดพ.ร.บ.ชุมนุมฯ, และป.อาญา ม.358
  15. มีคดีความมั่นคงก่อเหตุในท้องที่สภ.ธัญบุรี (1082/2564) เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2564 หน้าห้างฟิวเจอร์พาร์คไปถึงหน้าศาลธัญบุรี ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดป.อาญา ม.112, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ, และพ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ”
  16. มีคดีความมั่นคงก่อถูกแจ้งความดำเนินคดีที่ กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) (18/2564) เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 ถูกแจ้งข้อหาว่ากระทำผิดป.อาญา ม.112

ประการที่สาม ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับพรรคก้าวไกล อันได้แก่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ตลอดจนกลุ่มทะลุวังก็มีสถิติคดีความมั่นคงโดยเฉพาะคดีมาตรา 112 ป. อาญาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เก็บสถิติตั้งแต่ 24 พ.ย. 2563 จนถึงปัจจุบันมีผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 262 คน ใน 285 คดี โดยแกนนำการชุมนุมถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนทั้งหมด ดังนี้

  1. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิ้น) 24 คดี
  2. นายอานนท์ นำภา 14 คดี
  3. นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) 10 คดี
  4. นายภาณุพงศ์ จาดนอก (ไมค์) 9 คดี
  5. นางสาวเบนจา อะปัญ 8 คดี
  6. นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง (ไบรท์) 7 คดี
  7. นายพรหมศร วีระธรรมจารี (ฟ้า) 5 คดี
  8. นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา 4 คดี
  9. นายชูเกียรติ แสงวงค์ (จัสติน) 4 คดี
  10. นางสาววรรณวลี ธรรมสัตยา (ตี้ พะเยา)
  11. นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ (บิ๊ก) 4 คดี
  12. นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (มายด์) 3 คดี

ข้อมูลจากบทความ สถิติผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ปี 2563-66 https://tlhr2014.com/archives/23983

ประการที่สี่ แกนนำคณะก้าวหน้า มีคดีอาญามาตรา 112 และ 116

ยกตัวอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ Facebook live วัคซีนพระราชทานใครได้ ใครเสีย เพื่อวิจารณ์เรื่องการจัดการวัคซีนของรัฐบาลและลามไปถึงการวิจารณ์บริษัทสยามไบโอไซเอนส์จำกัด ที่ถือหุ้นโดยสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และเป็นการถือหุ้นในพระปรมาภิไธย ผลของการออกคลิปวัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ในครั้งนั้น ทำให้นายธนาธร ถูกฟ้องคดี สองคดี คดีแรกเป็นคดีปิดกั้นคลิปวัคซีนพระราชทานใครได้ใครเสีย อันเป็นการฟ้องตามมาตรา 20. พรบ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกา 1137/2566 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2566 ให้ปิดกั้นคลิปดังกล่าวเพราะมีเนื้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงและต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการละเมิดและกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์

นายธนาธรยังถูกฟ้องในการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากคลิปเดียวกันที่ สน. นางเลิ้ง และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาในศาลอาญาชั้นต้น ซึ่งนายทศพร เพ็งส้ม พยานโจทก์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐได้นำคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวในคดีปิดกั้นวัคซีนพระราชทานส่งให้ศาลอาญาได้พิจารณาด้วย ทั้งนี้การตัดสินของศาลอาญาชั้นต้นเป็นเอกเทศและเป็นอิสระจากการตัดสินของศาลฎีกาอีกคดีหนึ่ง แต่การเขียนคำพิพากษาให้แย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินว่าเนื้อหาของคลิปวัคซีนพระราชทานใครได้ใครเสียดังกล่าวว่าเป็นภัยความมั่นคงและเป็นภัยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนมีเนื้อหาที่ละเมิดและกล่าวหาสถาบันพระมหากษัตริย์ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ประการใด

ทั้งนี้แกนนำคณะก้าวหน้าทั้งสามคนคือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนางสาวพรรณิการ์ วานิช ยังถูกแจ้งความให้ดำเนินคดีฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ที่สน. พญาไท โดยทนายความของหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งอัยการสูงสุดชี้ขาดให้สั่งฟ้องทั้งสามคนนี้

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์จากการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับก้าวไกลที่หว่านแหนิรโทษกรรมมากที่สุดก็น่าจะเป็นพรรคก้าวไกลเอง คณะก้าวหน้า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแนวร่วมทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมหรือกลุ่มทะลุวัง

ทั้งนี้การที่นายธนาธรและแกนนำคณะก้าวหน้าออกมากล่าวว่าจะสละสิทธิ์ไม่ยอมใช้สิทธิ์ในการนิรโทษกรรมทางการเมืองนั้นก็เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่อาจจะเชื่อได้ว่านักการเมืองจะรักษาสัจจะ นอกจากนี้ สส.พรรคก้าวไกลเป็นจำนวนมากจะได้รับอานิสงค์และผลประโยชน์จากการนิรโทษกรรมคดีอาญาและคดีความมั่นคงด้วย จึงเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในสังคมไทยต่อไป โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมืองฉบับก้าวไกลนั้นจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) เป็นการนิรโทษกรรมที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและยกโทษให้ตนเองและพวกพ้องอย่างไม่เป็นการสมควร

Thepoint #Newsthepoint

ธนาธร #ก้าวไกล #คณะก้าวหน้า #นิรโทษกรรม