ต้องมีรัฐบาลใหม่!!’โรม’ผิดหวังคำชี้แจงคดี’ปวีณ’ชี้เริ่มต้นกระบวนการที่ปลอดภัยได้ต้องมีการเลือกตั้ง

0
253

วันนี้(22 ก.พ.) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เกี่ยวกับเรื่องราวของพล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าชุดสืบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 58 จะต่อยอดเรื่องนี้อย่างไรนั้นว่า ตนอภิปรายเรื่องนี้เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้ผ่านมา 3 วันเต็มๆ แล้ว คิดว่าคงไม่ได้รับคำอธิบายที่น่าพอใจ เพราะคำอธิบายของรัฐบาลไม่ต่างจาก 6 ปีที่แล้วที่บอกว่าให้กลับมาสิ รัฐบาลควรมีสัญญาณที่ดีกว่านั้น เช่น ควรจะกลับไปพิจารณาว่าในวันนั้นว่าใครมีบทบาทหน้าที่ในการปราบปรามการค้ามนุษย์และขัดขวางพล.ต.ต.ปวีณ ตนอาจจะให้ตัวย่อในสภาฯเพราะมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย หากรัฐบาลอยากทราบว่าเป็นใครบ้าง ตนก็พร้อมจะให้ข้อมูล
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า กรณีการปราบปรามการค้ามนุษย์คิดว่ารัฐบาลไม่ได้ต่อยอดหรือขยายผล อีกทั้งกองทัพเรือต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากไม่ได้จับคนที่เกี่ยวข้องได้แค่คนเดียว หรือกรณีฝ่ายปกครองต่างๆ ที่อยู่ในอำนาจของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.1) เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขนคนจากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ต้องมีคนรับผิดชอบ หากรัฐบาลต้องการปราบปรามการค้ามนุษย์จริงๆ ก็จะต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการเป็นคนที่สังคมเชื่อถือ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่ตนอภิปรายไป
.
“ตอนนี้กลายเป็นรัฐบาลยืนกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองปราบปรามการค้ามนุษย์ที่บอกว่าก็กลับมาสิ คำถามคือใครจะกล้ากลับ เราเห็นการอุ้มหาย การเสียชีวิตของข้าราชการน้ำดี หรือคนที่พยายามดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้วยดี แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับความปลอดภัยอยู่ดี”นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้นมีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ซึ่งตนก็อยู่ในกมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หากเราสามารถใช้ช่องทางนี้สืบหาข้อมูล ก็คงจะเป็นการทำคู่ขนาน แต่ต้องยอมรับว่าช่องทางนี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เราอยู่ในบรรยากาศที่ปลอดภัย ที่พล.ต.ต.ปวีณจะสามารถกลับมาพบครอบครัวของเขาได้ เราคงต้องทำมากกว่านั้น
.
นายรังสิมันต์ ระบุว่า บางทีการจะเริ่มต้นสู่กระบวนการที่ปลอดภัยมากที่สุดอาจจะต้องมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่ ซึ่งตนเชื่อว่าทั้ง 3 ป. มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับกระบวนการค้ามนุษย์ เราจะได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมโลกได้อย่างไร หากพล.ต.ต.ปวีณ ซึ่งเป็นมือปราบการค้ามนุษย์อันดับหนึ่งยังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศและหวาดกลัว
.
เมื่อถามว่า อะไรทำให้มั่นใจว่า 3 ป.เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อแรกไม่มีเหตุผลที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะย้ายพล.ต.ต.ปวีณ ถ้าจะอ้างว่าพล.ต.ต.ปวีณ ทำงานกับผู้บังคับบัญชาไม่ได้ เราก็รู้กันอยู่ว่าตำรวจไม่เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก็สามารถได้ดิบได้ดี ข้ามหัวคนนั้นคนนี้ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในวงการตำรวจ การย้ายพล.ต.ต.ปวีณไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องที่อันตรายจริงๆ คล้ายกับตำรวจคนอื่นที่ไปเสียชีวิตที่นั่น
.
ข้อ 2 สำหรับพล.อ.อนุพงษ์ ตนมีแหล่งข่าวที่ยืนยันว่า พล.อ.อนุพงษ์มีความรู้มากในเรื่องกระบวนการค้ามนุษย์ที่ จ.ระนอง แน่นอน อาจจะเพราะพล.อ.อนุพงษ์ เป็นรัฐมนตรีมานาน ฝ่ายปกครองต่างๆ ก็น่าจะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี การจะย้ายชาวโรฮิงญาในหลายๆ ครั้ง จากจ.ระนองไปที่จ.สงขลา ต้องผ่านหลายจังหวัด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับความร่วมมือจากฝั่งตำรวจฝั่งเดียวแล้วจบ แต่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายอย่าง
.
ข้อ 3 สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นคนที่รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะเป็นนายกฯ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับคำขอจาก พล.ต.ต.ปวีณ ให้ทบทวนคำสั่ง แต่ก็ไม่ทบทวน อีกทั้งยังยืนยันในสิ่งที่พล.อ.ประวิตร ได้ทำร่วมกับก.ตร.ในขณะนั้น การที่ไม่ทบทวนทั้งที่เป็นนายกฯ ชัดเจนแล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวข้องกับการทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์แย่ลงเรื่อยๆ ทำให้พล.ต.ต.ปวีณ ต้องลี้ภัย
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #รังสิมันต์โรม #พรรคก้าวไกล #ปวีณพงศ์สิรินทร์ #คดีค้ามนุษย์