หลายคนเข้าใจว่าวิตามิน D มีหน้าที่แค่ช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่ความจริงแล้ว วิตามิน D ทำงานคล้าย “ฮอร์โมน” และมีตัวรับ (Vitamin D Receptor) อยู่ในเซลล์หลายชนิดทั่วร่างกาย โดยเพจ @AVBhealthystylw
1. ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
วิตามิน D ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน กระดูกหัก และช่วยรักษามวลกระดูกเมื่ออายุมากขึ้น
2. สนับสนุนการทำงานของฮอร์โมน
วิตามิน D มีบทบาทต่อการทำงานของฮอร์โมนหลายระบบ เช่น อินซูลิน ฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง รวมถึงฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงาน แม้ว่าการมีวิตามิน D เพียงพอจะไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มระดับฮอร์โมนโดยตรง แต่ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้เป็นปกติ
3. เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน
วิตามิน D ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และมีบทบาทในการควบคุมการอักเสบของร่างกาย
4. ดีต่อกล้ามเนื้อ
การมีวิตามิน D เพียงพอช่วยสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และลดความเสี่ยงการหกล้ม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
5. อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพหัวใจและสมอง
งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการขาดวิตามิน D กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลด้านการป้องกันโรคโดยตรง
วิตามิน D ได้จากไหน?
แสงแดด
เมื่อผิวหนังได้รับรังสี UVB ร่างกายจะสร้างวิตามิน D ได้เอง การตากแดดประมาณ 10–20 นาที หลายวันต่อสัปดาห์ (ขึ้นกับสีผิว ฤดูกาล เวลา และปริมาณผิวที่สัมผัสแดด) สามารถช่วยเพิ่มระดับวิตามิน D ได้
อาหาร
* ปลาแซลมอน
* ปลาซาร์ดีน
* ปลาแมคเคอเรล
* ไข่แดง
* ตับ
* เห็ดที่ได้รับแสง UV
* นม หรืออาหารที่มีการเสริมวิตามิน D
หากได้รับแสงแดดน้อย อยู่ในอาคารเป็นส่วนใหญ่ หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรตรวจระดับวิตามิน D กับแพทย์ก่อนพิจารณาใช้อาหารเสริม
สุขภาพที่ดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการนอนหลับ ออกกำลังกาย รับแสงแดด และรับประทานอาหารที่สมดุลร่วมกัน เพราะทั้งหมดทำงานเชื่อมโยงกันในร่างกาย
r
https://th.shp.ee/CfybjrNm น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ออร์แกนิค นำเข้า จาก อิตาลี

