‘นารา’ครวญขายทรัพย์สินแทบหมดตัว!!ใช้หนี้เหยื่อกล่องสุ่ม รับเป็นคนพูดจาแรง-โผงผาง ได้บทเรียนครั้งใหญ่สุดในชีวิตแล้ว

0
179

วันนี้(17 มี.ค.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่าย ทนายคลายทุกข์ พานายอนิวัต ประทุมถิ่น หรือ นารา เครปกะเทย แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง เดินทางเข้าพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายจากกรณีกล่องสุ่ม โดยนารา เปิดเผยว่า ตนเอง เริ่มทำกล่องสุ่มทอง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 หลังจากนั้นก็ทำเรื่อยมา ซึ่งก็มีลูกค้าที่ยอมรับในข้อตกลงของตนเองได้ คือ สามารถรอกล่องสุ่มได้ ซึ่งตนเองทำมาในระยะเวลา 7-8 เดือน ลูกค้าได้รับของจริงๆตามที่ตนเองโฆษณา
.
นารา ระบุอีกว่า กระทั่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เริ่มรู้สึกว่าการทำกล่องสุ่มไปไม่ไหวแล้ว จึงขอยุติการทำกล่องสุ่ม โดยเริ่มแจ้งลูกค้าผู้หญิง 1 คน ซึ่งลูกค้ารายนี้เคยได้กล่องสุ่มจากตนเองไปแล้วมูลค่า 7-8 หมื่น และเมื่อแจ้งกับลูกค้ารายนี้ว่าขอยกเลิกก่อน โดยจะคืนทุนให้ ต่อมาลูกค้ารายนี้ได้โพสต์ เรื่องการขอยกเลิกกล่องสุ่ม ทาง Facebook และหลังจากที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ลูกค้ารายอื่นๆกังวล และมาขอเงินคืนทีเดียวกว่า 500 คน ซึ่งทั้งหมดต้องการเงินทุนคืน ตนเองจึงทำตารางวันเวลา ที่ขอใช้เงินคืนทุกคน
.
นารา ระบุว่า ขณะที่ปัจจุบันได้ทยอยใช้เงินคืนไปแล้ว เหลือประมาณ 98-100 คน ในส่วนผู้เสียหายอีกหนึ่งกลุ่ม คือ กลุ่ม เปิดบิลสินค้า ตนเองยังไม่ได้ประเมินว่ามีจำนวนเท่าไหร่ แต่คาดว่ารวมแล้วหลายบาท ส่วนกรณีที่หลายคนมองว่านาราเป็นคนแรงๆ เรื่องนี้ยอมรับว่า ตนเองเป็นคนพูดจาแรง เป็นคนโผงผาง อาจจะไม่มีสติในบางเรื่อง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตนเอง เรื่องนี้ทำให้รู้ว่าครั้งต่อไปที่จะพูดมันมีผลกับการใช้ชีวิตของตนเองมาก
.
นารา กล่าวต่อว่า หลายปีที่ผ่านมาตนเองเคยทำธุรกิจ เช่น ขายของออนไลน์ รับงานรีวิว ซึ่งพอเกิดเรื่องเกิดราวก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่มีงานรีวิว ตนเองหันมาขายของออนไลน์และมาทำกล่องสุ่ม ตั้งแต่ทำธุรกิจมาตนเองมีทีมบัญชี แต่สิ่งที่ตนเองขาด คือ ทีมระบบหลังบ้าน ยอมรับว่าการทำธุรกิจของตนเองระบบหลังบ้านไม่แข็งแรง เช่น เรื่องของการสต๊อกสินค้า การตลาด ซึ่งทั้งหมดตนเองใช้ความคิดของตัวเองคนเดียว จนถึงตอนนี้ทำให้ตัวเองเข้าใจว่า การทำธุรกิจไม่สามารถใช้ความคิดของตัวเองทั้งหมดได้แล้ว
.
“หลังจากนี้จะยังเดินหน้าขายของใน tiktok เหมือนเดิม และยืนยันว่าการขายของใน tiktok ลูกค้าทุกคนจะได้สินค้า เพราะระบบของ tiktok หากไม่ส่งสินค้า จะไม่สามารถไลฟ์ขายของได้ แต่ในส่วนกล่องสุ่มนั้น จะไม่ขายแล้ว เพราะมันได้แบบงูกินหาง”นารา กล่าว
.
นารา ระบุว่า ส่วนเรื่องทรัพย์สินได้ทยอยขายจนเกือบหมดแล้ว ตนเองมีรถทั้งหมด 3 คัน ขายไปแล้ว 2 คัน ก็คือ รถเบนซ์ และรถพอร์ช และเหลือรถตู้อีก 1 คันที่ไม่ได้ขาย เนื่องจากว่าได้นำไปประเมินขายแล้ว แต่ได้เงินแค่ 20,000 บาท เพราะรถตู้ติดไฟแนนซ์ แล้วตนเองซื้อมาเงินดาวน์น้อย จึงให้พี่ที่รู้จักนำรถคันนี้เข้าบริษัทไปรับส่งลูกค้า อย่างน้อยก็ได้เงินรายเดือนมา 7-8 หมื่น ก็สามารถนำไปทยอยคืนใช้หนี้ได้
.
นารา กล่าวว่า ส่วนนาฬิกาแบรนด์ต่างๆก็ขายหมดแล้ว แต่บ้านของนารา ได้นำเข้าธนาคาร ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนเห็นในโซเชียลนั้น เป็นบ้านของแม่ ซึ่งได้สร้างมาประมาณ 2 ปีแล้ว เป็นบ้านที่แม่ทำมา แต่พอเกิดเรื่องเกิดราวแม่ก็ยอมนำบ้านหลังนี้ไปเข้าธนาคาร เพื่อนำเงินมาให้ตนเองใช้หนี้หลังจากนี้ ถึงแม้ว่าวันนี้ตัวเองจะได้ชี้แจงแล้ว แต่หากมีผู้เสียหายที่จะดำเนินการแจ้งความ ตนเองก็ยินดี และเคารพการตัดสินใจของผู้เสียหาย
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวสังคม #นาราเครปกะเทย #อนิวัตประทุมถิ่น #กล่องสุ่มนารา #กล่องสุ่ม