สถานการณ์ตะวันออกกลางก้าวสู่จุดวิกฤตสูงสุด หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจของตระกูลคาเมเนอี ย้ำสหรัฐฯ ต้องมีส่วนร่วมตั้งผู้นำอิหร่านคนใหม่ ขณะที่มหาเศรษฐี UAE และชาติยุโรปดาหน้าคัดค้าน หวั่นลากโลกสู่สงครามเต็มรูปแบบ
“ทรัมป์” สั่งห้ามทายาทคาเมเนอีขึ้นสู่อำนาจ อ้างโมเดลเวเนซุเอลา
ภายหลังปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด (6 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันจุดยืนแข็งกร้าว โดยปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำเดิมจะขึ้นสืบทอดอำนาจ
“พวกเขากำลังเสียเวลาเปล่า ลูกชายของคาเมเนอีนั้นไร้ความสำคัญ ผมต้องมีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง เหมือนกับกรณีของเดลซีในเวเนซุเอลา” ทรัมป์กล่าวอย่างดุดัน
ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่าต้องการผู้นำคนใหม่ที่จะนำความปรองดองมาสู่ภูมิภาค พร้อมเตือนว่าหากอิหร่านไม่เปลี่ยนทิศทาง สหรัฐฯ อาจต้องจมอยู่ในสงครามต่อไปอีกอย่างน้อย 5 ปี นอกจากนี้ยังอ้างว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายขีดความสามารถทางเรือและอากาศของอิหร่านจนพินาศสิ้นแล้ว
อิสราเอลเผยแผน “เด็ดหัว” เตรียมการมานานครึ่งปี
ด้าน นายอิสราเอล คาตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เปิดข้อมูลวงในว่า แผนการสังหาร อาลี คาเมเนอี ถูกตัดสินใจตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ได้เลื่อนกำหนดการให้เร็วขึ้นเป็นช่วงมกราคมหลังหารือกับสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลว่าอิหร่านอาจเปิดฉากโจมตีอิสราเอลและทรัพย์สินของสหรัฐฯ เพื่อลดแรงกดดันจากการประท้วงภายในประเทศ
พล.ท. อายาล ซามีร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอล (IDF) ระบุว่าขณะนี้อิหร่านถูกปิดล้อมทางยุทธศาสตร์และอยู่ในสภาวะอ่อนแอที่สุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยกองทัพอิสราเอลเตรียมเคลื่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปเพื่อ “โค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน” อย่างถอนรากถอนโคน
เสียงสะท้อนจากอ่าวเปอร์เซีย “ใครอนุญาตให้คุณทำสงคราม?”
ท่าทีของทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจาก คาลาฟ อัล ฮับตูร์ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลจาก UAE ที่ออกมาตั้งคำถามผ่านโซเชียลมีเดียถึงความชอบธรรมในการลากภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่กองเพลิง โดยระบุว่า:
- ผิดคำสัญญา: ทรัมป์ผิดสัญญาที่จะไม่พาอเมริกาเข้าสู่สงครามต่างแดน แต่กลับสั่งปฏิบัติการทางทหารใน 7 ประเทศ (โซมาเลีย, อิรัก, เยเมน, ไนจีเรีย, ซีเรีย, อิหร่าน และเวเนซุเอลา)
- งบประมาณมหาศาล: ค่าใช้จ่ายทางทหารอาจสูงถึง 2.1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมาจากภาษีของชาวอเมริกันและเงินสนับสนุนจากกลุ่มประเทศอ่าวฯ
- คะแนนนิยมตกต่ำ: ผลจากการกระหายสงครามทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงถึง 9% ภายในเวลาเพียง 400 วันหลังรับตำแหน่งสมัยที่สอง
ยุโรปแตกหัก “สเปน” นำทีมโต้กลับสหรัฐฯ
ขณะที่สถานการณ์บานปลาย หลายประเทศในยุโรป อาทิ เบลเยียม อังกฤษ และเยอรมนี ประกาศชัดเจนว่าจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเน้นการทูตเป็นหลัก
ความขัดแย้งรุนแรงที่สุดอยู่ที่ สเปน โดยนายกรัฐมนตรีสเปนโพสต์ข้อความ “ไม่เอาสงคราม” (No to War) และสั่งระงับไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสเปนเพื่อโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้วอชิงตันตอบโต้ด้วยการขู่ตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับมาดริดทันที
_____________
ที่มา
(1) https://www.facebook.com/share/p/14Yj542XYrm/
(2) https://x.com/sanchezcastejon/status/2029274833545040144?s=20
(3) https://www.washingtonexaminer.com/news/white-house/4481664/trump-personally-involved-next-iranian-leader/
(4) https://commonslibrary.parliament.uk/research-briefings/cbp-10521/
#Newsthepoint
#ทรัมป์ #อิหร่าน #สงคราม #แต่งตั้งผู้นำอิหร่าน

