เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังพา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกฯ ว่า
นายกฯ ขอคำแนะนำจากนายวันมูหะมัดนอร์ ถึงเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง ไทยควรวางตัวอย่างไร โดยนายวันมูหะมัดนอร์บอกว่า การวางตัวของนายกฯของประเทศไทยเหมาะสมที่สุด เราต้องวางตัวเป็นกลาง ทำตัวนิ่งๆ เพื่อดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ที่จะก้าวต่อไปไม่ว่า จะเดินไปในทางที่ดีขึ้น หรือถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนายกฯอาจต้องเชิญ นายวันมูหะมัดนอร์ มาปรึกษาอีกครั้ง
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากอิหร่านไปยังตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยว่า ระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร จากอิหร่านมาตุรกี และเดินทางมาที่ประเทศไทย จึงเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยว่ามีความพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกลและไม่ได้ง่าย ระหว่างทางอาจจะมีด่าน รวมถึงผู้ที่ประสงค์ดีและไม่ประสงค์ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย
เมื่อถามว่าเรื่องเครื่องบินที่นำคนไทยกลับ มีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่นายกฯพูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ เช่น หาเครื่องบินพาณิชย์ที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้ามาที่ไทย ซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า
ส่วนคนที่จะตัดสินใจนำกลับจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประเมินของสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำอิหร่าน ที่จะให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกฯอีกครั้ง
นายวันนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่อง ประเทศมุสลิม นายกฯจึงเชิญมาหารือ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง และ เราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศ ที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล และมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว และมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม รวมไปถึงเป็นประโยชน์ต่ออาเซียน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าหลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกายสุหนี่ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90% ว่าความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่างแต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะห์มีอยู่ประมาณ 10 %”
เมื่อถามว่าพรรคประชาชาติ เข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ด้วย จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุด มาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลางยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง
_____________
#Newsthepoint
#วันนอร์ #อนุทิน #สงครามตะวันออกกลาง #คนไทยในอิหร่าน

