ศาลฎีกา ยกฟ้อง ‘สุเทพ’ คดีทุจริตก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ด้าน ‘ทักษิณ’ ติดคุก 8 ปี ศาลฯบังคับโทษ 3 คดีนับโทษรวม

0
174

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมพวก 6 คน ในคดีร่วมกันกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน และโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก หรือแฟลตตำรวจ จำนวน 396 แห่ง

ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฟ้อง จำเลย ทั้ง 6 คนประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3. พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ 4.พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ 5.บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และ 6.นายวิศณุ วิเศษสิงห์

ต่อมา ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ต.อ.คมวุฒิ จองบุญวัฒนา ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานกรุงเทพ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้นำ (นายทักษิณ ชันวัตร) บุคคลตามหมายจับมาส่งต่อศาล ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทั้ง 3 คดียืนยันว่า บุคคลที่อยู่ต่อหน้าศาลเป็นจำเลยหรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดี โดยจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นจำเลยในคดีทั้งสาม

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตรวจสอบบุคคลที่อยู่ต่อหน้าศาลแล้ว เป็นจำเลยหรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดี ดังนี้

1.คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 ระหว่าง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย กรณีสั่งให้ธนาคารเพื่อการนำเข้าส่งออก(เอ็กซิมแบงก์)ปล่อยกู้ให้แก่รัฐบาลพม่าเอื้อประโยชน์แก่บริษัทในเครือชินคอร์ปฯ

  1. คดีหมายเลขดำที่ อม. 1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ระหว่าง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร ที่ 1 กับพวกรวม 47 คน กรณีการออกหวยบนดินดดยไม่มีกฎหมายรองรับ
  2. คดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ของศาลนี้ ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย กรณีแก้ไขสัมปทานโทรคมนาคมเอื้อประโยชน์ให้ชินคอร์ปฯ

จึงรับตัวจำเลยหรือจำเลยที่ 1 ในคดีทั้งสามคดีดังกล่าวไว้ และศาลได้แจ้งให้จำเลยหรือจำเลยที่ 1 ทราบคำพิพากษาแล้ว โดยคดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 ลงโทษจำคุก 3 ปี
คดีหมายเลขดำที่ อม. 1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ลงโทษจำคุก 2 ปี
คำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ลงโทษจำคุกรวม 5 ปี

นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 และต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552

ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในแต่ละคดีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการนับโทษต่อคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 เเละคดีหมายเลขแดงที่ อม. 10/2552 ศาลฎีกาฯนักการเมืองไม่ได้ให้นับโทษต่อ (คดีที่ 1= 3 ปี , คดีที่ 2 = 2 ปี นับโทษซ้อนกัน ) เเต่ให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำที่ อม. 9/2551 จึงรวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี 3+5

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว

Thepoint #Newsthepoint

เพื่อไทย #ทักษิณ #ทักษิณกลับบ้าน

สุเทพ #ทักษิณติดคุก