‘สนธิรัตน์’ลุยเมืองตราด เปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย ประกาศเร่งเดินเครื่องเลือกตั้งเต็มที่!!จับตา ส.ส.บิ๊กเนมย้ายค่าย-ควบรวมพรรค

0
292

วานนี้(17 พ.ย. 2565) ที่อ.เมือง จ.ตราด นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.ตราด พร้อมด้วยนายกิตติธัช ไชยอรรถ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จ.ตราด นายบุญสนอง หิรัญรักษ์ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จ.ระยอง นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จ.สมุทรปราการ พรรคสร้างอนาคตไทย โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง
.
โดยนายสนธิรัตน์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า จ.ตราด เป็นจังหวัดที่มี ส.ส.ได้คนเดียว อีกไม่กี่เดือนจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งครั้งนี้สำคัญมาก พี่น้องต้องเลือกให้ดี ต้องเลือกพรรคที่แก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชนได้ วันนี้การเมืองเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ที่ตนมาพบพี่น้องอยากบอกว่าพรรคสร้างอนาคตไทยเป็นพรรคใหม่ เราเป็นทีมเศรษฐกิจ บริหารเรื่องเศรษฐกิจมาโดยตลอด รวบรวมคนแก้ปัญหาบ้านเมือง แก้ปัญหาปากท้องการทำมาหากิน เราได้รับการยอมรับจากประชาชนว่าเป็นพรรคที่มีมือเศรษฐกิจที่มีฝีมือดีที่สุด เราจึงกล้าอาสามาพบพี่น้อง
.
“ผมขอบอกว่าเลือกตั้งครั้งหน้าคือการเลือกตั้งเพื่อปากท้องของเราเอง ตราดมี ส.ส.ได้แค่คนเดียว ถ้าเราเลือกคนที่ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องให้เราได้ ผลก็อยู่ที่ตัวพี่น้องเอง พรรคสร้างอนาคตไทยเป็นพรรคเศรษฐกิจ ไม่มีคำครหา ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่มีคอรัปชั่น มีแต่คนทำงาน พรรคเลือกนายกิตติธัช หรือชาติ) มาเป็นผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จ.ตราด เพราะเราอยากได้ส.ส.ที่มีหัวใจทุ่มเทให้ประชาชน เราอยากได้ส.ส.ที่เป็นตัวแทนพรรคที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ดังนั้น ถ้าพี่น้องอยากช่วยชาติ ขอให้เลือกชาติมาเป็น ส.ส. จ.ตราด ขอให้เลือกพรรคสร้างอนาคตไทย ผมมองว่า จ.ตราด ยังเติบโตได้อีกเยอะ” นายสนธิรัตน์ กล่าว
.
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยเริ่มเสนอนโยบาย 2 ข้อ โดยทันทีที่เราเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือพักหนี้พี่น้อง 5 ปีทั้งต้นและดอก จากนั้นจะเติมทุนเพื่อช่วยพี่น้องในการทำมาหากินและนโยบายปุ๋ยคนละครึ่งซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก พรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมรับใช้พี่น้อง จ.ตราด แม้เราเป็นพรรคใหม่ แต่ไม่ใช่ของใหม่ เราเคยสร้างพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาแล้ว


จากนั้นนายสนธิรัตน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการประชุมเอเปค ว่า หลังการประชุมเอเปคจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะหลังจากวันที่ 30 พ.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งหากเสร็จสิ้นนั่นหมายความว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ความพร้อมในการเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นคาดว่าอาจจะเกิดการเคลื่อนย้ายของบิ๊กเนมต่างๆ ในทางการเมือง การประกาศจุดยืนและความชัดเจนทางการเมือง อาจจะเห็นการควบรวมพรรคที่อาจเกิดขึ้น บรรดานักการเมืองมีการลาออกการเป็นส.ส.ปัจจุบันไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ๆ
.
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเมืองจากนี้ไปจะไม่สงบนิ่ง จะมีการแปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและพร้อมที่จะไปสู่การเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้ ถือว่าเป็นเวลาที่เข้าสู่โหมดการเมืองอย่างแท้จริง ทั้งนี้ พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราได้เตรียมแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว หากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเร็ว เราก็จะใช้แผนระยะสั้น หากการเมืองยาวนานออกไปก็จะปรับแผนขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง ในส่วนผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคสร้างอนาคตไทย
.
ขณะนี้เรามีความพร้อมลงสนามเลือกตั้งประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เวลาที่เหลือเราจะเร่งเดินเครื่องเต็มที่ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบัตรสองใบ พรรคต้องวางยุทธศาสตร์ทั้งเรื่องส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ เราตั้งเป้าจำนวน ส.ส.ให้เพียงพอพร้อมรับใช้ประชาชน เรามีเป้าภายในที่ประเมินตลอดเวลา พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ทะลุเป้าที่วางไว้
.

ThePoint #ข่าวการเมือง #สนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์ #สร้างอนาคตไทย #ทีมสมคิด #เลือกตั้ง