- Advertisement -
หน้าแรก การเมือง 'สุรนันทน์'แชร์!!90ปีประชาธิปไตยไทยในสายตาชายอายุ61 วอนทหารเลิกยุ่งการเมือง รัฐบาลผิดถูกให้ประชาชนตัดสิน

‘สุรนันทน์’แชร์!!90ปีประชาธิปไตยไทยในสายตาชายอายุ61 วอนทหารเลิกยุ่งการเมือง รัฐบาลผิดถูกให้ประชาชนตัดสิน

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า 90 ปีประชาธิปไตยไทยในสายตาชายอายุ 61 โดยระบุข้อความว่า ผมเกิดปี พ.ศ. 2504 ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงใช้ชีวิตภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ลุ่มๆดอนๆ มา 61 ปีแล้ว ผมเริ่มสนใจการเมืองก็ช่วง 14 ตุลาคม 2516 – 6 ตุลาคม 2519 อายุ 12 – 15
.
ด้วยคุณพ่อเป็นโฆษกรัฐบาลในยุครัฐบาลอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และด้วยเป็นยุคเปิด ประชาชนมีความหวังในระบอบประชาธิปไตย เสรีภาพเบ่งบาน มีหนังสือหลากหลายความคิดพิมพ์ขาย ที่บ้านผมจึงมีหนังสือการเมืองเต็มชั้นเต็มห้อง และได้อ่านเกือบทุกเล่ม บางเล่มซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ
.
แต่แล้วกระบวนการ “ขวาพิฆาตซ้าย” การปราบปรามนิสิตนักศึกษาและผู้เห็นต่าง ทำให้เหตุการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรงในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และการกวาดล้างกล่าวหาที่ตามมา กลายเป็นโจทย์ที่คาใจผม เมื่อไปเรียนต่อต่างประเทศจึงเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์การเมือง (Political Economy) ทำให้ได้ศึกษาระบบเศรษฐกิจ และระบอบการปกครองต่างๆ
.
รวมทั้งได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยที่หาอ่านไม่ได้ในบ้านเกิดตัวเอง แรงบันดาลใจหลายๆ อย่างที่มีจากการเรียนการอ่าน จึงกลับมารับราชการที่สภาพัฒน์ในยุค ดร.เสนาะ อูนากูล เป็นเลขาธิการฯ ภายใต้รัฐบาล “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ของรัฐบาล พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
.
ด้วยความเมตตาของ ดร.เสนาะ ผมจึงได้เป็นศิษย์คนหนึ่งที่ได้ถือกระเป๋าหอบเอกสารตามไปประชุมทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญคือถึงแม้จะต้องนั่งแถวหลังสุดในห้องประชุมหรือท้ายเครื่องบิน แต่ก็ได้เห็น พลเอกเปรมทำงาน ความไม่ชอบ “ทหาร” ของผมที่ติดตาติดใจตอนเด็กๆ ลดลงไปบ้าง เพราะพลเอกเปรม เป็นผู้นำที่รับฟัง หาข้อมูลครบถ้วนทุกฝ่าย กล้าตัดสินใจ และที่สำคัญไม่ชอบการคอรัปชั่น ตัวท่านไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง
.
เมื่อพอมีประสบการณ์ทำงาน ประกอบกับความสนใจการเมือง จึงลาออกจากราชการ และได้มีโอกาสไปเป็นทีมงานของพรรคความหวังใหม่ ที่ตั้งโดย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2533 โดยการชักชวนจากคุณไพศาล พืชมงคล แห่งสำนักธรรมนิติ “นายจิ๋ว” เป็นทหารนักประชาธิปไตย ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศ ต้องการเห็น “อีสานเขียว” และยอมออกจากการเป็นผู้บัญชาการทหารบก เพื่อมาตั้งพรรคการเมือง ทั้งๆ ที่บารมีขณะนั้นจะเลือกแนวทางขึ้นสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารก็ทำได้
.
และโลกก็เหมือนจะเปลี่ยนแปลงสู่ยุคเสรีประชาธิปไตย การทลายกำแพงเบอร์ลินในปี 2532 (1989) ถึงขนาดนักวิชาการอย่าง Francis Fukuyama มีวรรคทองว่าเป็น “The End of History” แต่ประเทศไทยกลับถอยหลังด้วยการรัฐประหารคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) โดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ การแก่งแย่งอำนาจระหว่างทหารรุ่น 5 รุ่น 7 การมีนายทุนใหม่ที่เกิดขึ้นการผลพวงของการ “โชติช่วงชัชวาล” ในยุค “ป๋าเปรม” และนโยบายการ “เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า” ของ​ “น้าชาติ” พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ การเปิดโลกโลกาภิวัฒน์ และเทคโนโลยีการสื่อสารดาวเทียม ทำให้เงื่อนไข “ทุน” ตรงกับ “ทหาร” ขุนศึกจับมือกับพ่อค้า เป็นตัวขับเคลื่อนเปลี่ยนการเมืองไทย
.
“นายจิ๋ว” โดนทหารรุ่นน้อง “ไล่บี้” พรรคความหวังใหม่โดน “บล็อก” ในทุกทิศ ผมเป็นพลเรือนคนหนึ่งกับทีมทหารคนสนิทของท่านที่ตระหนักถึงแรงกดดันเพื่อทำลายล้าง ยังดีที่มี “เทคโนแครต” อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน มาคั่นเป็นนายกรัฐมนตรีไว้ แต่เมื่อโฉมหน้า พลเอกสุจินดา คราประยูร โผล่เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีเอง ประชาชน ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ไม่ยอมรับ นำไปสู่การประท้วงและความรุนแรงในการปราบปราม “พฤษภาทมิฬ” ในปี 2535 ช่วงนั้นผมทำงานบริษัทเอกชน ชวนลูกน้องพากันส่ง “Fax” ชวนคนไปประท้วง และไปนอนกลางราชดำเนินในฐานะหนึ่งใน “ม็อบมือถือ” กระโดดหลบกระสุนกัน ถึงกับ “Phonelink” ตกหายแถวสะพานมัฆวาน
.
ผลพวงตรงนั้นทำให้เกิด สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีหลายคนที่ผลักดัน แต่ก็ต้องให้เครดิต นายกรัฐมนตรี นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่เป็นแรงผลักดันจนได้รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดฉบับหนึ่ง ในสายตาคนที่ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง ดูมีความหวังขึ้นสำหรับคนไทย
.
ผมเองไปลงเลือกตั้งกับ คุณทักษิณ ชินวัตร ในนามพรรคพลังธรรม ปี 2538 และ “สอบตก” แต่ได้บทเรียนมากมาย ทำให้เข้าใจคนกรุงเทพฯ และความเป็นอยู่มากขึ้น เพราะเมื่อก่อนถึงผมจะเป็นเด็กเกิดกรุงเทพฯ แต่ด้วยงานที่สภาพัฒน์ และการอยู่กับ “นายจิ๋ว” ทำให้ผมเข้าใจประเทศไทยในต่างจังหวัดมากกว่า ทำให้เมื่อมาลงพื้นที่จริงในกรุงเทพฯ จึงเหมือนเห็นอีกโลกของความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียม บ้านมีรั้ว บ้านตึก ชุมชน คนเดินถนน ฯลฯ
.
ประสบการณ์นั้นทำให้ผมตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับ คุณทักษิณ ในการตั้งพรรคไทยรักไทยในปี 2542 ทำงานช่วยสร้างพรรคการเมือง เป็นโฆษกพรรค และได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อในปี 2544 ต่อด้วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในปี 2548 ไทยรักไทยเป็นพรรคที่มีนโยบาย “ก้าวหน้า” มีเวลาตกผลึกความคิดการพัฒนาประเทศที่ไม่ต้องไปลอก “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” และ คุณทักษิณ เป็นผู้นำที่เสนอแนวคิดการ “เปลี่ยน” ประเทศได้ชัดเจนที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งคือปัจจัยของความสำเร็จของพรรค และรัฐบาลในยุคนั้น
.
ผมไม่เคยรังเกียจการประท้วงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในยุคคุณทักษิณ ผมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แต่ที่ “ทำลาย” ประชาธิปไตยในขณะนั้น คือการ “บอยคอต” การเลือกตั้งของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในเวลานั้น เพราะถ้ามีความขัดแย้ง การยุบสภาเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย
.
การที่คิดว่ารัฐบาลคุณทักษิณผิด ไม่ว่าในกรณีใด ต้องให้กติกาตามรัฐธรรมนูญเป็นวิถีในการเดินต่อ เพราะเมื่อเรามีชีวิตอยู่และเชื่อมั่นในประชาธิปไตย เราต้องเคารพอำนาจการตัดสินใจของประชาชน ประชาชนจะเห็นเองด้วยข้อเท็จจริงที่ถกเถียงกันว่าจะเชื่อใคร และ “บัตรเลือกตั้ง” ของแต่ละคน คือ เสียงที่ตัดสิน จง “อย่าดูถูกประชาชน”
.
แต่นั่นคือทัศนะของฝ่ายอำนาจนิยมและอนุรักษ์นิยมในประเทศไทย การบอยคอตการเลือกตั้งทำให้เกิดปรากฏการณ์การเลือกตั้งที่บิดเบี้ยวและนำไปสู่การรัฐประหารในที่สุด เป็นการเริ่มต้นของความขัดแย้งที่รุนแรง การเผชิญหน้าที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ เป็น “Lost Decades” 2 ทศวรรษที่หายไปของคนไทยอย่างแท้จริง
.
ผมเป็นคนหนึ่งใน 111 คนของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบและถูกตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งรวมถึงการตัดสิทธิการลงคะแนนในการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน การยุบพรรคการเมืองเป็นการทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง เป็นการตัดตอน ซึ่งขัดกับหลักประชาธิปไตย เพราะพรรคการเมืองเป็นของสมาชิกที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ ในยุคนั้นไทยรักไทยมีสมาชิกเป็นล้านคน เป็นผลพวงให้เกิดความไม่เป็นธรรมในระบอบการปกครอง และถูกบิดเบี้ยวหนักขึ้นเรื่อยๆ เกิดความขัดแย้งในชาติสูง และมีการใช้ความรุนแรง การใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมจนทุกวันนี้
.
ถึงผมคิดว่าการประท้วงและเห็นต่างกับรัฐบาลเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการที่พันธมิตร “เสื้อเหลือง” เข้ายึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิ หรือการที่ กปปส. เข้ายึดสถานที่ราชการเพื่อขับไล่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ “เสื้อแดง” ปิดสี่แยกราชประสงค์ ไล่ทุบรถนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือการเข้าไปบุกสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา
.
ผมว่าเกินเลย เป็นการเอาชนะคะคานนอกกติกา และเป็นการทำลายประชาธิปไตย จากทั้งสองฝ่าย แต่ที่เศร้าใจมาก คือการใช้กำลังปราบปรามประชาชนกลางเมืองหลวง มีผู้เสียชีวิตทั้งประชาชนและทหาร เป็นเกมการเมืองที่โหดร้าย ใครที่เป็นรัฐบาลในช่วงเวลาที่มีผู้เสียชีวิตกลางเมืองกว่าร้อยคนจากการใช้กำลังทหาร ต้องรับผิดชอบ
.
ผมไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือนายทหารที่รับผิดชอบการปฏิบัติการ ซึ่งวันนี้มีอำนาจในประเทศ และผมเป็นคนหนึ่งที่จะไม่มีวันให้อภัย ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้ปฏิบัติการ จนกว่าข้อเท็จจริงจะปรากฏ และผู้ที่กระทำการถูกเปิดโปงและสังคมลงโทษ แม้ทางกฎหมายจะเอาผิดไม่ได้ด้วยการแทรกแซงหรือเทคนิคเพื่อเลี่ยงบาลีก็ตาม
.
ผมไม่ได้ขมขื่นเพราะเป็นคนที่อยู่ในรัฐบาลที่ถูกรัฐบาลที่โดนรัฐประหารสองครั้งสองหน ครั้งแรกเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร หนีไปนอนหลบในโรงแรม 7 วัน โดนตัดสิทธิการเมือง รอบสองเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอนค่ายทหาร 7 วัน
.
ที่ผมเห็นว่าน่าเป็นห่วงมากกว่า คือ การทำให้เกิดเงื่อนไขรัฐประหาร เมื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ยุบสภา ก็คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน รัฐบาลจะถูกจะผิดประชาชนเป็นผู้ตัดสิน แต่การใช้มวลชน และกองกำลัง ขัดขวางการเลือกตั้ง ขัดขวางการลงคะแนน เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในการทำลายระบอบประชาธิปไตย
.
การรัฐประหารที่ตามมายิ่งเลวร้าย ครั้งนี้หัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นนายกรัฐมนตรี สร้างฐานอำนาจให้ “3ป.” อยู่มายาวนาน จาก ปี 2557-2562 และจัดให้มีการเลือกตั้งด้วยระบบที่ทำให้พรรคที่ได้ที่ 1 คือพรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล สืบทอดอำนาจให้กับพวกตนเองผ่านพรรคพลังประชารัฐ เป็นการสนองความทะเยอทะยานแบบล่อนจ้อน (Naked Ambition) เพราะไม่คิดแม้จะตั้งพลเรือนมารักษาการณ์ และรีบจัดให้มีการเลือกตั้งคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างในอดีต แต่ใช้วิธีสร้างความ “กลัวผี” คือ “คุณทักษิณ” มาหลอกชาวบ้าน เพื่อรักษาอำนาจของพวกตนเอง
.
หากการเมืองไทยยังเป็นเช่นนี้ ความเสื่อมจะถึงจุดต่ำสุด ผมขอฝากข้อคิดดังนี้

  1. ทหาร ผมมีเพื่อนเป็นทหารเยอะ รู้จักนายทหารดีๆ หลายคน และนับถือคนอย่างพลเอกเปรมและพลเอกชวลิต แต่เอาเข้าจริงทหารไม่เหมาะกับการบริหารประเทศ ทหารถูกฝึกมาให้สั่งและปฏิบัติการในยามสงคราม ไม่ใช่การบริหารประเทศในยามปกติหรือวิกฤตอย่างในปัจจุบัน ทหารที่ไม่ดีคือ ทหารที่หลงตัวเอง คิดว่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว หรือที่เลวร้ายกว่า คือ คิดเข้ามาวางรากฐาน เพื่อกอบโกยจากประชาชน ทั้งคิดว่าจะ “สั่ง” ประชาชนได้ เมื่อไม่ได้ก็ใช้ปากกระบอกปืนกดหัวให้ยอมรับ
    .
    ความจริงสถาบันทหารผมชื่นชมอย่างหนึ่ง คือ ด้วยระบบการคัดเลือกคัดสรร ลูกชาวบ้านลูกชาวนาสามารถขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. หรือ ผบ.เหล่าทัพอื่นๆ ได้ เรื่องนี้เป็นปัจจัยที่ดี แต่คงต้องฝากนักวิชาการที่ตามเรื่องการทหารในประเทศไทยอย่างอาจารย์สุรชาติ บำรุงสุข ช่วยไขว่าเหตุใดบางคนเข้าสู่อำนาจทางการเมืองแล้วดี บางคนชั่วร้ายสร้างความเสียหาย
    .
    สำหรับผม “ทหาร” ควรกลับเข้ากรมกอง ในสถานะโลกที่มีความไม่แน่นอนเรื่องสงคราม ทหารควรกลับไปทบทวนบทบาท ยุทธศาสตร์ และหน้าที่ เพื่อป้องกันประเทศจากการรุกราน “ภายนอก” ผมไม่เคยไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ขอให้สิ่งที่ซื้อเป็นของดี มีคุณภาพ ตรงตามยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของประเทศในฐานะ “รั้วของชาติ” และไม่มี “เงินทอน”
    .
    ที่สำคัญที่สุด ทหารต้องเป็นมืออาชีพ เลิกยุ่งกับการเมืองและแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจทางการเมือง
  2. นักการเมืองและพรรคการเมือง ผมได้รู้จักนักการเมืองหลายคนที่มีความตั้งใจดี อยากทำจังหวัดบ้านเกิดของตนเองให้เจริญ อยากเห็นบ้านเมืองพัฒนา แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่มองว่าตัวเองได้ “ลงทุน” ไปแล้วในการลงเลือกตั้ง ก็ย่อมต้องหาลู่ทาง “ถอนทุน” และ “สะสมทุน” เพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป (หรือเป็นเงินเก็บยามเกษียณ) แต่ “ธนาธิปไตย” มีวงจรที่ขยายใหญ่กว่า “นักเลือกตั้ง” แต่ละคน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำลายประชาธิปไตย ทั้งเป็นข้ออ้างให้ทหารเข้ามาสู่อำนาจด้วยการรัฐประหาร เมื่อประชาชนเอือมระอากับพฤติกรรมนักการเมือง
    .
    พรรคการเมืองที่มีอยู่ในปัจจุบัน น้อยพรรคที่มีอุดมการณ์ชัดเจน และเสนอว่าจะเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศอย่างไร ต้องแก้โครงสร้างที่เป็นต้นตอของปัญหาอย่างไร ส่วนใหญ่จะพูดระดับโครงการมาตรการ และใช้ในการหาเสียง ไม่แตะประเด็นที่จะกระทบทุนใหญ่ ขณะเดียวกันก็จะดำเนินงานทางการเมือง รวบรวมจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มากพอที่จะเข้าร่วมรัฐบาล และใช้จำนวน ส.ส. ในมือต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป
    .
    วงจรการคืนทุนจึงไม่จบสิ้น ยิ่งเมื่อทุนรวมกับพรรคที่ทหารตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจอย่างพรรคพลังประชารัฐ การกวาดต้อน ส.ส. เพื่อเข้าสู่และรักษาอำนาจ เป็นการสร้างวงจรอุบาทว์เข้าสู่ทุกวงการ “ตั๋วช้าง” เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมา
    .
    วิธีแก้วิธีเดียว คือ ให้เลือกตั้งบ่อยๆ ประชาชนจะเรียนรู้ว่าควรเลือกใครไม่เลือกใคร ใครดีใครไม่ดี ชนชั้นนำ (Elite) ไม่ต้องไปตัดสินแทน ไม่ต้องเรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร แผนปฏิรูปการเมืองที่ร่างๆกันเป็นเพียงความฝันแบบยูโทเปีย (Utopia) ไม่ใช่ไม่ดี แต่ดีที่สุดคือประชาชนไต่เส้นการเรียนรู้ (Learning Curve) จากประสบการณ์
  3. รัฐธรรมนูญ หลายฉบับมีรากที่มาจากการรัฐประหาร ดังนั้นเนื้อหาสาระสำคัญ คือการให้อำนาจที่ยึดมาได้คงอยู่ โดยเฉพาะฉบับปัจจุบันที่เอื้อให้ สมาชิกวุฒิสภามีบทบาทในการคัดเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษาฐานอำนาจที่มีจุดเริ่มต้นจากการรัฐประหาร ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดีที่ให้มี สสร. ที่ประชาชนเลือกขึ้นมา และดำเนินการแก้ไขให้เสร็จก่อนวาระของ ส.ว. ปัจจุบันจะจบสิ้นในปี 2567 รวมถึงโครงสร้างอื่นๆ ที่ยังบิดเบี้ยวอำนาจของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย
    .
    ผมเชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ถึงแม้ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ดีกว่าเผด็จการ ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะมีการวาง การคานและดุลอำนาจ มีการตรวจสอบระหว่างอำนาจต่างๆ ได้ มีความโปร่งใสในการใช้อำนาจ และให้ความเป็นธรรมที่เท่าเทียม ให้คนมีโอกาสที่เท่าเทียมในทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
    .

ThePOINT #ข่าวการเมือง #สุรนันทน์เวชชาชีวะ #สร้างอนาคตไทย #ทีมสมคิด #90ปีประชาธิปไตย

- Advertisement -

Stay Connected

21,427แฟนคลับชอบ

Must Read

‘ไพศาล’เผยความจริงที่ปิดบังไม่ได้อีกแล้ว!!ชี้ล้ม’ระบบเลือกตั้งกล้วยอุบาทว์’เพื่อไทยแลนด์สไลด์มาแน่

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ความจริงอันปิดบังไม่ได้อีกแล้ว 1 มีการเบี้ยวข้อตกลงในการปรับคณะรัฐมนตรีที่ตกลงกันในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไปเรียบร้อยแล้ว 2 สื่อและไอโอ 3 ค่ายใหญ่กองเชียร์ลุงสามเปิดฉากถล่มลุงหนึ่งชนิดไม่ยั้งมือทุกวัน วันละหลายๆรอบ และปลุกกระแสล้มพลังประชารัฐอย่างไม่เกรงใจใคร.3 เกี่ยวกับร่างกฎหมายเลือกตั้งนั้น มีปฏิบัติการสวนทางกัน 2 กระแส กระแสหนึ่งระดมกำลังสั่งการให้ใช้วิธี 500 หารเพื่อสร้างและรักษา"ระบบกล้วยอุบาทว์"...
- Advertisement -

ดราม่าจนได้!!โซเชียลรุมค้าน’รมว.ยุติธรรม’ออกหน้าเคลียร์เอง หนุ่มติดหนี้กยศ. 3 แสนแถมโดนยึดคอนโด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์คลิปวิดิโอการช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ กยศ. ของหนุ่มรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนี้ 3 แสนบาท จนถูกฟ้องยึดทรัพย์ ก่อนที่จะสามารถไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ ได้ลดหนี้ลงและมีโอกาสได้คอนโดคืน โดยนายสมศักดิ์ ระบุข้อความว่า "ผมได้ช่วยไกล่เกลี่ยให้ได้คอนโดคืน หลังเป็นหนี้ กยศ. 3 แสนบาทจนถูดฟ้องยึดทรัพย์ ผมอยากให้ทุกท่านมาเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยหนี้ จะได้คลายทุกข์ มีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป".ทั้งนี้ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป...

‘นิพิฏฐ์’ซัดสภาใช้วิธีพิสดาร!!คว่ำกฎหมายสำคัญ เสียดายฉีกเงินล้านทิ้ง ลั่นฝากผีฝากไข้ไม่ได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ประชาธิปไตยก็เหมือนต้นไม้ ที่ไม่ได้เจริญงอกงามได้ในดินทุกชนิด ในที่สุด กฎหมายสำคัญที่ต้องแก้ไขให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็ถูกรัฐสภาคว่ำลง ด้วยวิธีพิสดาร คือ ไม่เข้าประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ และไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลา 180 วัน หากถือว่า กม.นี้ เป็นกม.สำคัญก็ต้องมีผู้แสดงความรับผิดชอบ กล่าวคือ.1.พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขที่ว่า จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย...

‘บิ๊กป๊อก’พูดชัด!!ปมลือสะพัด’บิ๊กป้อม’จ่อรับไม้ต่อบิ๊กตู่ ลั่นไม่สืบทายาท 3ป. มาด้วยกันไปด้วยกัน

วันนี้(11 ส.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นนมีอะไร และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร 100 อีกด้วย.ส่วนมองว่าพล.อ.ประวิตร อายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี...

Related News

‘ไพศาล’เผยความจริงที่ปิดบังไม่ได้อีกแล้ว!!ชี้ล้ม’ระบบเลือกตั้งกล้วยอุบาทว์’เพื่อไทยแลนด์สไลด์มาแน่

นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ความจริงอันปิดบังไม่ได้อีกแล้ว 1 มีการเบี้ยวข้อตกลงในการปรับคณะรัฐมนตรีที่ตกลงกันในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไปเรียบร้อยแล้ว 2 สื่อและไอโอ 3 ค่ายใหญ่กองเชียร์ลุงสามเปิดฉากถล่มลุงหนึ่งชนิดไม่ยั้งมือทุกวัน วันละหลายๆรอบ และปลุกกระแสล้มพลังประชารัฐอย่างไม่เกรงใจใคร.3 เกี่ยวกับร่างกฎหมายเลือกตั้งนั้น มีปฏิบัติการสวนทางกัน 2 กระแส กระแสหนึ่งระดมกำลังสั่งการให้ใช้วิธี 500 หารเพื่อสร้างและรักษา"ระบบกล้วยอุบาทว์"...

ดราม่าจนได้!!โซเชียลรุมค้าน’รมว.ยุติธรรม’ออกหน้าเคลียร์เอง หนุ่มติดหนี้กยศ. 3 แสนแถมโดนยึดคอนโด

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์คลิปวิดิโอการช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ กยศ. ของหนุ่มรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนี้ 3 แสนบาท จนถูกฟ้องยึดทรัพย์ ก่อนที่จะสามารถไกล่เกลี่ยจนสำเร็จ ได้ลดหนี้ลงและมีโอกาสได้คอนโดคืน โดยนายสมศักดิ์ ระบุข้อความว่า "ผมได้ช่วยไกล่เกลี่ยให้ได้คอนโดคืน หลังเป็นหนี้ กยศ. 3 แสนบาทจนถูดฟ้องยึดทรัพย์ ผมอยากให้ทุกท่านมาเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยหนี้ จะได้คลายทุกข์ มีกำลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป".ทั้งนี้ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป...

‘นิพิฏฐ์’ซัดสภาใช้วิธีพิสดาร!!คว่ำกฎหมายสำคัญ เสียดายฉีกเงินล้านทิ้ง ลั่นฝากผีฝากไข้ไม่ได้

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ประชาธิปไตยก็เหมือนต้นไม้ ที่ไม่ได้เจริญงอกงามได้ในดินทุกชนิด ในที่สุด กฎหมายสำคัญที่ต้องแก้ไขให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ก็ถูกรัฐสภาคว่ำลง ด้วยวิธีพิสดาร คือ ไม่เข้าประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ และไม่สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลา 180 วัน หากถือว่า กม.นี้ เป็นกม.สำคัญก็ต้องมีผู้แสดงความรับผิดชอบ กล่าวคือ.1.พรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเงื่อนไขที่ว่า จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย...

‘บิ๊กป๊อก’พูดชัด!!ปมลือสะพัด’บิ๊กป้อม’จ่อรับไม้ต่อบิ๊กตู่ ลั่นไม่สืบทายาท 3ป. มาด้วยกันไปด้วยกัน

วันนี้(11 ส.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นนมีอะไร และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร 100 อีกด้วย.ส่วนมองว่าพล.อ.ประวิตร อายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี...

ป.ป.ช. เปิดเชฟ!!‘ชัชชาติ’รวย 42 ล้านบาท สถานภาพหย่าภรรยาปี60 มีคริปโต 4 แสนเศษ

วันนี้(11 ส.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2565 ทั้งนี้พบว่า นายชัชชาติ ระบุประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี ไว้ว่า ระหว่างปี 2560-2561 มีตำแหน่งประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์...

‘สร้างอนาคตไทย’ปล่อยคลิป!!ย้ำจุดยืนเทิดทูนสถาบัน พร้อมเปิดเหตุผลที่’ทีมสมคิด’ต้องกลับมา

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์คลิปวิดิโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเนื้อหาย้ำจุดยืนของพรรคสร้างอนาคตไทย เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ และเหตุผลที่ทีมสมคิดต้องกลับมา เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบราชการ สู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยระบุว่า เรารักในหลวง เราคิดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักสำคัญของประเทศ แล้วเป็นเสาหลักที่ทำให้ประเทศ อยู่รอดมาจนวันนี้ เพราะเราเชื่อว่าสถาบันกษัตริย์เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตประเทศไทยด้วยครับ.ผมเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นสิ่งที่พรรคสร้างอนาคตไทยเชื่อมั่น ทีมสมคิดกลับมาครั้งนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบราชการ เราจะทำให้ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย ได้เติบโตและพัฒนาตามศักยภาพของตัวเอง ทีมสมคิดตั้งใจจะเข้ามาขัดขวางการทุจริตคอร์รัปชั่นในระบบราชการทุกระดับครับ ทีมสมคิดจะร่วมกับทุกองค์กร...

‘วิเชียร’จี้ถามใครอยู่เบื้องหลังสภาล่ม??ลั่นหยุดใช้สภาเป็นเครื่องมือผู้มีอำนาจ ถึงเวลาแก้รธน. คืนอำนาจให้ปชช.

วันนี้(11 ส.ค) นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวถึงกรณีสภาล่ม เนื่องจากมีส.ส.เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… ไม่ครบองค์ประชุม ว่า การแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ต้องใช้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาบนพื้นฐานความเชื่อมั่นว่าวุฒิสภาจะคอยป้องกันการใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไปแก้ไขกติกาต่างๆ ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ."ผลร้ายกลับกลายเป็นว่าผู้มีอำนาจสั่งผ่านวุฒิสภามาตัดสินสูตรคำนวณ...

‘อุตตม’เตือน!!ดอกเบี้ยพุ่งส่อทำเอสเอ็มอีโคม่า ชวนระดมความเห็นหาทางออกแก้ปัญหาหนี้สิน

ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ที่ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ร้อยละ .25 เป็นร้อยละ .75 ในวันนี้ (10 ส.ค.65) เป็นไปตามการคาดการณ์ของหลายฝ่าย การใช้นโยบายการเงินโดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น เป็นแนวทางปกติในภาวะที่มีความห่วงใยเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่จะสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดอกเบี้ยก็จะส่งต่อเศรษฐกิจโดยรวมด้วย เช่น อาจทำให้การบริโภคของประชาชนชะลอตัวลงได้.รวมทั้งทำให้ต้นทุนการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปัจจุบันเศรษฐกิจของไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง ผู้ประกอบการภาคธุรกิจหลายประเภทยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ...

‘ทนายตั้ม’เผยจบแล้ว!!คดี’โฟกัส’ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด ให้จำเลยโพสต์ขอโทษกลุ่มFcท็อปนิวส์ 8 สัปดาห์

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊ก"ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ" ระบุข้อความว่า'คดีน้องโฟกัส ที่ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ศาลอาญา วันนี้จำเลยรับสารภาพและสัญญาว่าจะโพสต์ขอโทษในกลุ่ม Fc Top News สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 8 สัปดาห์ น้องโฟกัสให้อภัยเพราะเห็นว่าจำเลยอายุมากแล้ว แต่ขอให้ระวังในการแสดงความคิดเห็นอย่าทำให้คนอื่นได้รับความเสียหายอีก.

‘ธันวา’จี้ปิดช่อง!!ขบวนการล้มเจ้าใช้ทำลายสถาบัน เชื่อสุดท้ายปชช.เห็นธาตุแท้ ม.112แค่วาทกรรมหวังเปลี่ยนระบอบการปกครอง

นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กข้อความระบุว่า พรุ่งนี้จะครบรอบ 2 ปี แห่งการชุมนุมที่มีการขึ้นป้ายชัดเจนว่า "เราไม่ต้องการปฏิรูป แต่เราต้องการปฏิวัติ" โดยข้อเรียกร้องหลักๆนอกเหนือจากการกล่าวโจมตีสถาบันแล้ว คือการยกเลิกมาตรา 112 ในฐานะเป็นคนหนึ่งที่มีจุดยืนชัดเจนมาตลอด ว่าต้องการให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์คงอยู่ เพื่อคานอำนาจนักการเมืองชั่วที่มีมาทุกยุคทุกสมัย ผมขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า "สถาบันสามารถคงอยู่อย่างมั่นคงและสง่างามได้ โดยปราศจากมาตรา 112".หากคิดให้ดีๆ มาตรา 112...

‘น้องแรมโบ้’กระซวกปาก!!’แม่ยกประชาธิปัตย์’อย่าอวดรู้อวดฉลาด ปมฟันธงนายกฯครบวาระ8 ปี เย้ยระวังเอาปี๊บคุมหัว

วันนี้(10 สิงหาคม) นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นางกาญจนี วัลยะเสวี แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยกเอกสารของ กรธ. ชี้ชัดวาระ 8 ปีนายกฯต้องนับตั้งแต่ 24 ส.ค.57 พร้อมเตรียมจุดพลุกันทั่วประเทศ โดยระบุว่าไม่แน่ใจว่านางกาญจนี ตีความหมายของ กรธ.ไว้อย่างไร หรือตีความเข้าข้างตัวเอง แต่ตนเองมองว่าหากมีการไปยื่นตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ...

‘ดร.เสรี’งงอยู่ประเทศเดียวกันหรือเปล่า?? รู้แล้วเหตุบางพรรครีบไล่’ลุงตู่’อ้างทำประเทศชาติล่มจม

วันนี้(10 ส.ค.) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า นักการเมืองบางคนในบางพรรค เขาอยู่ประเทศเดียวกับเราหรือเปล่า เขาจึงพูดว่าลุงตู่ทำประเทศชาติล่มจม ให้อยู่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เขาไม่เห็นหรือว่าลุงตู่แก้ปัญหาอะไรบ้าง เขาไม่เห็นหรือว่าลุงตู่พัฒนาอะไรบ้าง จะต้องไล่ลุงตู่ให้ออกไปให้ได้เพื่อฝ่ายตนจะได้อำนาจ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน เพราะถ้าให้อยู่ต่อลุงตู่จะมีผลงานมากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกตนจะฉุดความนิยมลุงตู่ไม่ได้.บอกให้พวกเราเปิดตาให้กว้าง แล้วจะเห็นว่าถ้าลุงตู่อยู่ต่ออะไรจะเกิดขึ้น เราเปิดตามานานแล้ว และสิ่งที่เราเห็นคือประเทศชาติพัฒนาเป็นอย่างมาก เขาบอกให้ลุงตู่ไม่ต้องมองกฎหมาย ให้มองประชาชนแล้วจะรู้ว่าอยู่มา...

‘เจี๊ยบ ก้าวไกล’เปิดหลักฐาน!!ข้อสรุป 8 ปี’บิ๊กตู่’ที่ชัดเจนที่สุด ด้าน’โฆษกรัฐบาล’ติงบางกลุ่มเคลื่อนไหวปลุกประเด็นบิดเบือน

จากกรณีในโซเชียลมีเดีย มีการแชร์เอกสารบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.ย. 2561 เกี่ยวกับประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และการนับระยะเวลา 8 ปี.ขณะที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เปิดหลักฐานข้อสรุป 8 ปีประยุทธ์ ที่ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องตีความใดๆ อีกแล้ว...

วางมือจากงาน!!รู้หรือไม่10 สิงหา’วันขี้เกียจสากล’ ปล่อยตัวเองพักผ่อนเต็มที่

หลายคนรู้กันหรือไม่ว่าวันนี้ 10 สิงหาคม เป็นวันขี้เกียจสากล (International Day of Layziness) เป็นอีกวันแสนสบายสำหรับคนชอบผ่อนคลาย  โดยในวันดังกล่าวนี้ ยังมีชื่อเรียกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น วันขี้เกียจสากล วันขี้เกียจ และวันแห่งการไม่ทำอะไรสักอย่างสากล (IDODN – International Day Of Doing Nothing) เป็นต้น.แม้ต้นกำเนิดของวันขี้เกียจสากลนี้...

‘เพื่อไทย’ปัดดีลลับ!!จับมือพปชร. เดินเกมสภาล่ม ยืนยันหนุนใช้สูตรหาร 100 ตั้งแต่แรก

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ระบุถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (10 ส.ค.) ที่จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า เชื่อว่าภาพรวมไม่มีปัญหาที่จะลงชื่อเป็นองค์ประชุม แต่ฝ่ายค้านกำหนดไม่ได้ว่าจะให้เกิดสภาล่มเพื่อให้ร่างกฎหมายไม่ทันตามกำหนดเวลา 180 วัน และจะต้องกลับไปใช้ร่างเดิม เพราะฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อย แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่า ทำไมไม่หาร 100 ตั้งแต่แรก."อยากให้เสียงข้างมากคำนึงถึงเสียงของประชาชน...
- Advertisement -