เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. กรณีได้รับรายงานกัมพูชาใช้โดรนพลีชีพโจมตีเจ้าหน้าที่หรือไม่ว่า กองทัพรับทราบ และมีแผนเผชิญเหตุอยู่แล้ว พวกเราต้องให้กำลังใจกันเยอะๆ อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ
เมื่อถามว่ากัมพูชายังไม่ติดต่อมาเจรจาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ไม่มีครับ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ติดต่อมาหรือเราไม่เจรจา นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยดำเนินการในสิ่งที่ควรจะทำ ได้แสดงความเป็นประเทศไทยให้กับผู้ที่คิดไม่ดีกับเราได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้น ตอนนี้ให้กำลังใจผู้ที่ปกป้องประเทศ และอธิปไตยของเราดีกว่า
เมื่อถามว่ามีคำสั่งให้ทหารหยุดหรือไม่ นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มี ตอนนี้หยุดไม่ได้แล้ว รัฐบาลให้คำมั่นสัญญากับกองทัพแล้วว่าให้ดำเนินการตามแผนการที่คิดไว้อย่างเต็มที่ รัฐบาลให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ
เมื่อถามย้ำว่าจะดำเนินการจนกว่ากองทัพกัมพูชาจะสิ้นสภาพใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “กองทัพเขา ไม่ใช่กองทัพเรา กองทัพเราไม่มีวันสิ้นสภาพ”
ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เดินทางมอบเงินช่วยเหลือ พร้อมให้กำลังใจ นายทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา พร้อมขอให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ววัน
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บว่า ในปัจจุบันเพื่อนทหารกำลังปฏิบัติการในการไล่ยึดพื้นที่ต่างๆ และไม่ต้องห่วง เพราะเราจะเอาแผ่นดินไทยคืนมาให้หมดแน่นอน โดยตอนนี้กัมพูชา มีการใช้โดรนในพื้นที่มากขึ้น สิ่งที่น้องได้ทำมาคือการทำเพื่อชาติบ้านเมือง อย่างแท้จริง ยืนยันว่าจะยึดคืนให้หมดตอนนี้เหลือ 4 ที่หมาย เพื่อนๆที่อยู่ที่นั่นจะจัดการเอาคืนให้
จากนั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ให้สัมภาษณ์หลังจากที่เยี่ยมกำลังพลทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะทั้งหมด ว่า กำลังพลทั้งหมดที่บาดเจ็บมีทั้งคนที่รับราชการ และเป็นพลทหาร รวมทั้ง ตชด. ทุกคนปกป้องแผ่นดินไทยแม้จะบาดเจ็บก็ตาม
ในการปฎิบัติหน้าที่แนวปะทะ ทางกองทัพมีแผนปฎิบัติในการดูลาดเลาฝ่ายตรงข้ามและแจ้งเข้ามาเพื่อให้ปรับแผนปฏิบัติหน้าที่ โดยวันแรกกัมพูชาพยายามสร้างภาพว่าไทยเป็นผู้กระทำ ส่งผลให้วันที่ 2 เขาก็จะสร้างภาพจากการเป็นผู้กระทำก็จะปฏิบัติตอบโต้กับเรา ทางเรามีหลักฐานอยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง
เพราะต้นเหตุที่ไทยต้องปกป้องอธิปไตย มาจากวันที่ทหารเราเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย จากการที่กองกำลังของเรากำลังทำถนน ซึ่งเราทำถนนในพื้นที่ดินแดนไทย ส่งผลให้ทหารกัมพูชาไม่พอใจมีการเตือนด้วยเสียง หลังจากนั้นก็ยิงใส่ทหารไทยทันที ขัดแย้งกับกฎการปะทะ ที่ต้องมีการยิงเตือนก่อนไม่ใช่ยิงใส่ อีกทั้งพื้นที่ที่ทหารกัมพูชายิงใส่ทหารไทยคือพื้นที่ของดินแดนไทย ไทยจึงมีสิทธิ์สมบูรณ์ที่จะตอบโต้กัมพูชา
ยืนยันหลังปะทะวันนี้ถือเป็นวันที่สอง หลายพื้นที่ที่ทหารไทยสามารถครอบครองเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น แต่ไม่อยากลงรายละเอียดเนื่องจากอยู่ในยุทธวิธีทางทหาร แต่ในวันที่ 2 ทหารกัมพูชาเริ่มใช้ทั้งโดรนทิ้งระเบิด รวมทั้งอาวุธหนักโจมตีทหารไทยมากขึ้น ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังออกไป ทหารกัมพูชาก็ไม่ได้ถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งมีการฝังตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นเครื่องยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยพูดอะไรอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่า การปะทะครั้งนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด เสธ ทบ. กล่าวว่า ขอยืนยันว่า อาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะเราต้องคำนึงการปฎิบัติโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนของเราให้มากที่สุด และการปฎิบัติภารกิจต่างๆต้องค่อยๆคืบคลานและใช้ยุทธวิธีต่างๆ และต้องใช้วิธีลิดรอน และทำลายประสิทธิภาพของทหารเขมรให้มากที่สุด เพราะรัฐบาลก็ไฟเขียวอยู่แล้วว่าให้กองทัพปฎิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ เราก็ทำไปตามแผนที่เราได้เตรียมไว้ สัญญาว่าเราจะทำให้เต็มที่
“เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคตต่อไป ครั้งนี้เราจำเป็นต้องลิดรอนขีดความสามารถของเขาไปให้ไกล รวมทั้งขีดความสามารถในเชิงลึกด้วย เพื่อให้เขาหมดสภาพในแนวคิดที่เขาเข้ามาในดินแดนของเรา ด้วยวิธีการต่างๆที่เขาเคยใช้ และให้ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อไปในอนาคตจึงทำให้เรามีวิธีการที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนในการปะทะกันรอบก่อน และปี 54
_____________
#Newsthepoint
#ชายแดนไทยกัมพูชา #วิกฤติชายแดน
#ทหารชายแดน #รัฐบาลอนุทิน

