‘อภิสิทธิ์’ฟันโช๊ะ!!งานยาก’3ป.’คัมแบ็ค เชื่อ’เพื่อไทย’มาแน่ เตือน’อุ๊งอิ๊ง’เก็บบทเรียนอดีตทำเพื่อครอบครัวความวุ่นวายกลับมา

0
247

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์รายการ “อยากมีเรื่องคุย” ของข่าวสดออนไลน์ วานนี้(28 มี.ค.) โดยระบุถึงสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลยังเป็นขั้วอำนาจเดิมหรือไม่ 3 ป. จะกลับมาหรือไม่ ว่า เป็นงานที่ยาก สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องให้เสียงของพรรคร่วมเดิมหรือพรรคที่เกิดใหม่และพร้อมจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เกิน 250 เสียง ซึ่งเป็นเรื่องยาก ถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เล็กกว่าพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคพลังประชารัฐ ฉะนั้นมีเหตุผลอะไร ถ้ามารวมกันแล้ว จะให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีความชัดเจนในการแยกทางเดิน ซึ่งถ้าพล.อ.ประยุทธ์ สามารถทำได้จริงก็อยู่ด้วยกันได้ แต่ถ้าไม่ได้ พล.อ.ประวิตร ก็มีทางเลือกใหม่แล้ว อีกทั้งการสื่อสารกับสังคมก็ชัดเจน เพราะมีจดหมายเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พล.อ.ประวิตร มีทางเลือกอื่นที่จะเดิน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ปฏิเสธว่าจะไม่เดินทางอื่น ฉะนั้น ตนจึงคิดว่าเป็นงานยากที่ 3 ป.จะกลับมา
.
ส่วนกรณีที่เคยวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทย จะได้ตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนมองว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสตั้งรัฐบาลสูงกว่าพรรคอื่นแน่นอน เพราะยังไม่เห็นผลสำรวจไหนที่พรรคเพื่อไทยไม่มาเป็นอันดับหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้เกิน 200 ที่นั่งสูงมาก ขณะที่พรรคอันดับสอง ก็ยังไม่มีตัวเลขไหนบอกว่าจะได้ถึง 100 ที่นั่ง ซึ่งถ้าพรรคฝ่ายค้านเดิมได้เกิน 250 เสียง ตนก็นึกไม่ออกว่า จะไปตั้งโจทย์ ไม่ให้พรรคเพื่อไทยลองตั้งรัฐบาลก่อน จะเป็นไปได้อย่างไร
.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนจะตั้งสำเร็จหรือไม่นั้น เนื่องจากต้องไปเจอด่านนายกฯ ที่ต้องได้ 375 เสียง โดยต้องมีเสียงสนับสนุนในสภาฯ 250 เสียง ปัจจุบันจึงมีข่าวการจับมือกับพลังประชารัฐ เพราะมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งนอกจากเป็นหัวหน้าพรรค ยังมีการมองว่าสามารถโน้มน้าว ส.ว. ได้อีกจำนวนหนึ่ง
.
เมื่อถามถึงกระแสที่มองว่าต่อให้เพื่อไทยได้เสียงมากที่สุดก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ แต่ถามว่าวิธีการคืออะไร ถ้าจะทำวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เอาเสียงของ ส.ว. มาหักล้างเสียงประชาชน แล้วตั้งรัฐบาลที่ไม่มีเสียงข้างมากในสภาฯ รัฐบาลนั้นตั้งมาแล้วจะอยู่ได้หรือไม่ หรือถ้าตั้งมาแล้ว ใช้วิธีพิเศษในการดึง ส.ส.เข้าไป ก็ต้องคำนึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของสังคมในขณะนั้นว่า เขาต้องการเลือกพรรคไหนเป็นรัฐบาล รวมถึงอาจมีกรณีแจกกล้วย ก็จะยิ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือในระบบการเมืองมากขึ้นไปอีก
.
“หนักกว่านั้น สมมติถ้าพรรคเพื่อไทยทำอย่างไรก็ไม่ถึง 375 เสียง ส่วนส.ว.ถึงอย่างไรก็ไม่เลือก แต่ก็ไม่สามารถเลือกใครมาได้เหมือนกัน ก็จะมีแรงกดดันของสังคมว่า แล้วคุณกำลังทำเพื่ออะไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อตัวระบบอีกครั้ง ฉะนั้น ถ้าผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพยายามทำบางอย่างที่ท้าทายการตัดสินของประชาชน ตนมองว่าไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
.
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า ส.ว. เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคที่ได้เสียงข้างมากไม่ได้ตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ความจริงการมี มาตรา 272 สร้างคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยได้ดีที่สุด เพราะบ่งบอกถึงอารมณ์ของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักการประชาธิปไตย ทุกวันนี้มาตรา 272 ทำให้หลายประเทศมองระบบการเมืองไทยว่า นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้ากลไกนี้ถูกนำมาใช้เพื่อปฏิเสธเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ต่างประเทศ แต่คนในประเทศจะคิดอย่างไร
.
เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลไม่เป็นไปตามเสียงประชาชน จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีโอกาสที่จะเกิดความวุ่นวายสูง ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ การเมืองจะต้องเดินออกมาจากปัญหาต่างๆ ที่สะสมมา ไม่ว่าจะเป็นบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ หรือเดินออกจากกรอบรัฐธรรมนูญปี 60 ซึ่งหลายอย่างตนคิดว่ามันถดถอย
.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันหากพูดถึงพรรคเพื่อไทย อยากให้เก็บบทเรียนจากในอดีต สมมติถ้ามีโอกาสได้เสียงข้างมากและเป็นรัฐบาล จะหลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาจากสังคมอย่างรุนแรงอย่างไร ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะประเด็นเรื่องการกลับบ้านของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังวนเวียนอยู่ในข่าวตลอดเวลา
.
“ผมยังคิดเลยว่าวันแรกที่พรรคเพื่อไทย เปิดตัวน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ในเมื่อมีคุณสมบัติครบ และประชาชนเลือก ก็มีความชอบธรรมทุกอย่างที่จะดำรงตำแหน่งที่พรรคเพื่อไทยเสนอ แต่ก็หวังว่าเขาจะเก็บบทเรียนจากอดีตว่า ถ้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ทำเพื่อเรื่องของครอบครัว ปัญหาก็จะย้อนกลับมาอีก ผมยังไม่ได้ยินคนจากพรรคเพื่อไทยแม้แต่คนเดียว ที่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธว่า วาระพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับวาระของนายทักษิณและครอบครัว ฉะนั้น จึงเป็นความกังวลอยู่ในใจว่า มันจะย้อนกลับไปสู่จุดเดิมหรือไม่”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ยิ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ และกลายเป็นว่านายทักษิณเป็นคนปฏิเสธ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ซึ่งแปลกดี อีกทั้งยังมีคำพูดของนายทักษิณ ที่ตนรู้สึกสะดุด คือ บอกลูกสาวอย่าไปยอมพรรคเพื่อไทย ที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม พูดอย่างนี้แปลว่า นายทักษิณยังเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตนจึงกังวลว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะย้อนกลับไปเรื่องวุ่นวายเดิมๆ หรือไม่ ตนอยากให้พรรคเพื่อไทยออกมาปฏิเสธว่าไม่ทำ จะได้เดินหน้ากันต่อไป
.

ThePoint #Newsthepoint #ข่าวการเมือง #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #อดีตนายก #ประชาธิปัตย์ #เลือกตั้ง #อุ๊งอิ๊ง #ทักษิณ #เพื่อไทย