“อรรถวิชช์”ชงเพิ่มงบสภากาชาดไทยและ4 องค์กร จัดการโรคระบาดหา’วัคซีน-ฟาวิพิราเวียร์’สู้โควิด

0
895

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงมติที่ประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565  ที่ตกลงตัดงบประมาณ 16,300 ล้านบาท จากรายการอื่นๆ แล้วไปเพิ่มให้งบกลางของรัฐบาลว่า ไม่สมควรอย่างยิ่ง เหมือนการให้เงินไปใช้ทั้งที่ไม่มีแผนงานโครงการ เพราะเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมานี้ รัฐบาลมีเงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว และที่กู้เพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท แต่ปัญหาตอนนี้คือ“ระบบราชการรวมศูนย์” เงินมีแต่ใช้ไม่เป็น ระบบล่าช้า ระเบียบรุงรัง ไม่ตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤต
.
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ดังนั้นอยากเสนอให้แปรญัตติงบประมาณไปไว้ในองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรง 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1. สภากาชาดไทย 2. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 3. กรมควบคุมโรค 4. องค์การเภสัชกรรม 5. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งหน่วยงานทั้ง 5 มีอำนาจทะลุกรอบปกติในยามวิกฤตโควิด ตามที่ ศบค. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งงานจัดหาวัคซีน การผลิตและส่งยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อ ถ้ามีงบชัดด้วย เชื่อว่างานเดิน โดยเฉพาะ“สภากาชาดไทย”ที่มีวัฒนธรรมจิตอาสา มีประสบการณ์ในการรับมือวิกฤตทั้งสงครามและโรคระบาดมา 128 ปีแล้ว ตั้งแต่วิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ไทย-ฝรั่งเศส
โรคระบาดอหิวาตกโรค ไข้ทรพิษ กาฬโรค
.
เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าในวิกฤตโรคระบาด แต่องค์กรเหล่านี้กลับถูกปรับงบลดลงจากปีที่แล้ว ได้แก่สภากาชาดไทย ถูกปรับลด 606 ล้านบาท,ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ถูกปรับลด 1,990.9 ล้านบาท ,กรมควบคุมโรค ถูกปรับลด 478.9 ล้านบาท , สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ถูกปรับลด 1.2 ล้านบาท.และองค์การเภสัชกรรม มีเงินทุนหมุนเวียนปี 2564 เพียง 2,650 ล้านบาทเท่านั้น จึงอยากให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่อยู่ใน กมธ.งบประมาณฯ ทบทวนมติแล้วจัดสรรงบให้องค์กรที่มีความพร้อมอย่างแท้จริง
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี #พรรคกล้า #โควิด19 #สภากาชาดไทย #องค์กร จัดการโรคระบาด #วัคซีน #ฟาวิพิราเวียร์