‘อุตตม’แนะเร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยเต็มแรง!!มองปี65 ปีแห่งการฟื้นฟูประเทศ ลุยแก้ปัญหาเชิงรุก เดินหน้า EEC

0
257

นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และแกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย ระบุถึงมุมมองการเดินหน้าโครงการ EEC ว่า ที่ผ่านมาหลายประเทศในภูมิภาคได้มีการขยับตัวเคลื่อนไหว เพื่อทำให้เกิดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าในประเทศ โดยมีโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบของ โครงการเศรษฐกิจพิเศษ หรือรูปแบบอื่น ที่เกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนในประเทศไทยมองว่า การเคลื่อนไหวหรือการขับเคลื่อนในเรื่องนี้น่าจะเร็วกว่านี้ได้ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าไปดู วิเคราะห์ จริงจังว่า อะไรติดขัดอยู่
.
“ในเวลานี้ ต้องพูดตามตรงว่า ต้องอาศัยความมุ่งมั่นของทางรัฐบาลเป็นหลัก ที่จะผลักดันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมๆ กันนั้น ต้องแก้ไขปัญหาเชิงรุก เพื่อสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายขึ้นมา”นายอุตตม กล่าว
.
นายอุตตม ระบุว่า ขณะที่เชิงรุกนั้น หมายถึง การประสานกับภาคเอกชนไทยที่มีขีดความสามารถ รวมถึงการเจรจาเชิงรุกกับต่างประเทศที่มีความสนใจที่จะลงทุน เพราะจริงๆแล้ว EEC เป็นที่ติดตามและได้รับความสนใจมากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นคู่ค้าใหญ่ๆ อย่าง ญี่ปุ่น จีน ยุโรป สหรัฐฯ อย่างชัดเจนมาก
.
ขณะเดียวกันที่ผ่านมาในตอนหลัง คิดว่าการเดินหน้าในเชิงรุก ดูจะหายไป ไม่ชัดเจน นี่เป็นจุดที่เราต้องมาทบทวน และเดินหน้าในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพราะการเจรจาการค้ากับคู่ค้าและ EEC จำเป็นต้องอาศัยการพูดคุย ทำให้นักลงทุนได้เห็นถึงความก้าวหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของการทำโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีเอกชนคนไทย พร้อมลงทุน พร้อมจับคู่ นี่เป็นมิติต่างประเทศ ที่เห็นว่าต้องรีบเดิน โดยเฉพาะใน 2 ด้านนี้ด้วย
.
นายอุตตม ระบุอีกว่า ความคืบหน้าในโครงการหลัก ในโครงสร้างพื้นฐาน ต้องมีการประกาศการลงทุนให้เห็นในโครงการที่สอดคล้องกับการพัฒนาในเชิงอุตสาหกรรมและบริการ S-curve เพราะเมื่อโครงการใหญ่ๆเกิดก็จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนทั้งห่วงโซ่ ภาคเอกชนต้องอาศัยภาครัฐในการสนับสนุน ส่วนภาครัฐเองก็สามารถเจรจาตรงแบบพาเอกชนไปด้วย ซึ่งต่างประเทศที่เคลื่อนไหวกันเร็วก็ใช้วิธีนี้นี้ทั้งสิ้น
.
นายอุตตม กล่าวว่า ส่วนการสื่อสารก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องมี Content ที่หมายถึง เกิดความเคลื่อนไหวในโครงการหลักต่างๆ ที่วางไว้แล้ว อย่างโครงสร้างพื้นฐานใดๆก็ตาม และการลงทุนใหม่ๆที่จะเกิด เพราะเมื่อเกิดขึ้นมา ก็จะเกิด Momentum หรือแรงกระเพื่อม ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยภาคเอกชนจากต่างชาติ ก็จะจับตามองว่า เมื่อแบรนด์นี้มาบุกเบิกธุรกิจได้ แบรนด์ของเขาก็น่าจะมาได้ ถ้ามีความยึดโยงของธุรกิจ ถ้าเป็นเช่นนี้การลงทุนก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าปล่อยตามธรรมชาติก็จะน่าเสียดายเพราะเราจะเสียโอกาสไป
.
“ในเรื่องของธุรกิจ เราก็เห็นแล้วว่า การเชื่อมโยงมันเป็นทั่วโลก มันมาไกลแล้ว แล้วโควิดก็เป็นตัวเร่งให้เกิดการคิดใหม่ ของการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม คือ ต้องคิดใหม่ว่าจะสร้างห่วงโซ่การผลิต การบริการอย่างไร แล้วจะลงทุนที่ไหนเพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะฉะนั้น ทางนักลงทุนก็รอไม่ได้เช่นกัน ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าประเทศไทยพร้อมหรือไม่ ถ้าไม่พร้อมเขาอาจมองที่อื่น เพราะฉะนั้นมองว่า ช่วงสองปีนี้ เป็นช่วงหักเหสำคัญ ทั้งของ EEC และของประเทศไทย ในการใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่มาก ได้เต็มที่จริงๆ เพราะโจทย์ใหญ่อีอีซี คือ ทำอย่างไรไม่ให้ถูกโลกทิ้ง”นายอุตตม กล่าว
.
นายอุตตม ระบุว่า พร้อมกันนี้โครงการขนาดใหญ่จะต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ ถ้าทำต่อเนื่องในวันนี้ โอกาส ยังมีอยู่แน่นอน เพราะประเทศไทยมีจุดเด่นหลายประการโดยเฉพาะทำเลที่ตั้ง เพราะเป็นศูนย์กลางการขนส่ง คมนาคม ที่เรียกว่า Transshipment Hub เพียงแต่ว่า ทำอย่างไรให้มีความก้าวหน้า จับต้องได้ และมียุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงไปยังภูมิภาคอื่น ซึ่งเอกชนก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเข้ามาลงทุน
.
นายอุตตม ยังแสดงวิสัยทัศน์ในปี 2565 โดยระบุว่า ปี 2565 จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูประเทศและสร้างความหวังให้กับคนไทย ส่วนปี 2564 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปีที่ประเทศไทย คนไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยส่วนปีหน้าก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน แน่นอนว่าเรื่องที่โฟกัสก็ยังเป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและการบริหารจัดการโควิด เพราะที่ผ่านมามีบทเรียนมากมาย แต่เรื่องเศรษฐกิจก็ยังเป็นประเด็นสำคัญ ที่คนไทยจะต้องเผชิญและจะต้องพยายามจัดการให้ดีที่สุดจากบทเรียนที่มี
.
“เพราะฉะนั้น มองว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรการ มีแนวทางที่จะดูแลประชาชน ดูแลผู้ประกอบการ ที่คงจะต้องแตกต่างไปจากของเดิม เพราะวันนี้มันไม่ใช่เรื่องของสภาพคล่องแล้ว มันเป็นเรื่องของการจ้างงาน แต่เรื่องการจับจ่ายใช้สอยบริโภค ก็ยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อยู่ แต่ตนเองคิดว่าต้องทำมากกว่านั้น”นายอุตตม กล่าว
.
นายอุตตม ระบุว่า ในปี 2565 น่าจะต้องมีมาตรการใหม่ๆ ออกมา และอยากเห็นคือการใช้งบประมาณมาเน้นหนักมากขึ้นในเรื่องของการฟื้นฟู อย่างผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการ SMEs รายเล็ก ร้านโชห่วย ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ จะเอาทุนที่ไหนมาเพื่อให้มันก้าวต่อไปได้ เพราะการพักชำระหนี้ ถือว่าเป็นการช่วยเฉพาะหน้า มันจึงอาจจะต้องมีเครื่องมือใหม่หรือไม่ ที่จะช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถเดินได้ เพราะแค่ช่วยไม่ให้ล้มแล้ว แค่นั้นไม่พอ ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องช่วยทันทีคือ ให้มีเงินพอในกระเป๋า รวมทั้งฟื้นฟู ให้มีทุนพอ และต้องลงทุนเพื่ออนาคต ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อยากให้เกิดในปี 2565
.
ส่วนปีหน้าประชาชนจะมีความหวังในการสร้างอนาคตใหม่ได้หรือไม่ นายอุตตม ระบุว่า ประชาชนต้องรู้สึกในใจว่ามีความหวังนะ เข้าใจว่าต้องแข่งขัน แต่ความหวังมีไหม? จะมีความหวังได้อย่างไร มันก็ต้องมีภาพและมีทางเดินที่ชัดเจนพอสมควร อันนี้ตนเองคิดว่าจริงๆ หัวใจ แก่นของมันอยู่ตรงนี้ ว่า ต้องสร้างความหวัง เศรษฐกิจจะฟื้นฟู พลิกฟื้นได้ มันเป็นเรื่องของจิตใจ ของความหวัง แต่ก็ต้องมีของที่สัมผัสได้ให้เห็น
.

ThePOINT #ข่าวการเมือง #อุตตมสาวนายน #พรรคสร้างอนาคตไทย #EEC #เศรษฐกิจ