เพจดัง ดึงสติ”คดีลุงพล”ถอดบทเรียนสื่อกระหายแสงเชิดชูผู้ต้องหากลายเป็นไอดอล สร้างบาดแผลให้สังคมทำบิดเบือนรูปคดีเพราะกระแสมหาชน

0
897

จากกรณีศาล ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้อนุมัติ หมายจับนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสีย ชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ”น้องชมพู่” จนเป็นข่าวใหญ่ไปแล้วนั้น ล่าสุด เพจดัง”อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก”ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน ได้โพสต์ข้อความเตือนสติถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า บันทึกไว้ในประเทศไทย ณ วันที่สื่อกระหายแสงเสียจนเชิดชูผู้ต้องหาให้กลายเป็นไอดอล มีคนบอกว่าสื่อสะท้อนคุณภาพประชาชน ผมเองก็ไม่ได้อยากเหมารวมอะไรอย่างนั้น ทุกๆครั้งที่ผมอ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือความหดหู่ ผมไม่ได้ไปหดหู่อะไรกับข่าวอาชญากรรมหรอกครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเราควบคุมไม่ได้ แต่ผมหดหู่กับคุณภาพของสื่อบ้านเรา
.
คดีน้องชมพู่ เป็นคดีฆาตกรรม เด็กคนหนึ่งตายทั้งคน พ่อแม่และคนรอบข้างย่อมเสียใจ ประชาชนให้ความสนใจ แต่สื่อเลือกที่จะไปให้ความสำคัญกับร่างทรง ไปให้ความสนใจกับหมอผีหิวแสง ไปจนถึงเหล่าบรรดาคนหิวแสงก็ดาหน้าไปบ้านกกกอกเพื่อเกาะกระแสข่าว และก็มีตัวละครสำคัญชื่อ ลุงพล ปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมกับแสงไฟก็พุ่งตรงไปหาลุงพลทันที!!
.
แก่นความดังของลุงพลที่คนให้ความสนใจในครั้งแรกคือ beauty privilege คือ ความหล่อ เพราะมีคนเอาภาพลุงพลสมัยหนุ่มๆมาให้สื่อลง และคนก็เฮกรูกันไปกรี๊ดว่าลุงพลหล่อ จากนั้นสื่อก็ตามลุงพล จนลุงพลได้ออกงาน มีนักปั้นมาดันมาหางานให้ลุงพล สื่อก็ทำข่าวลุงพล ลุงพลกินข้าว ลุงพลกินก๋วยเตี๋ยว ลุงพลทำอะไรก็ลงข่าว จนถึงขนาดมีคนแต่งเพลงให้กำลังใจลุงพล ลุงพลทำพิธีสาบานก็ลงข่าว มี youtuber ตามไปลงพื้นที่ สื่อไปเกาะตามถึงหน้าบ้าน เฝ้ากางเต๊นท์อยู่หน้าบ้านลุงพลเป็นเดือนๆปีๆ นักข่าวนำเสนอข่าวลุงพล
.
คนอ่านข่าวก็อ่านข่าวลุงพลโดยอุทิศเวลาให้เบรคนึงไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ร เวลานั้น สื่อไม่กล้านำเสนอเลยว่าลุงพลมีพิรุธหรือมีความน่าสงสัยตรงไหน แต่เกือบทุกสื่อนำเสนอความน่ารักและนำเสนอลุงพลในแง่ความน่าเอ็นดู มีการเอาหมอเอานักจิตวิทยามีวิเคราะห์ภาษากายและบอกว่าลุงพลบริสุทธิ์ ตัดสินแทนไปเสร็จสรรพ จนลุงพลแทบจะกลายเป็นขวัญใจประชาชน มีแต่คนรักลุงพล จนลุงพลเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำ
.
สื่อมวลชนไทยกระหายยอดไลค์ กระหายเอนเกจเมนต์จนเกินงาม นำเสนอแต่ข่าวที่ประชาชนอยากเห็น ไม่เคยคิดต่อยอดหรือตกตะกอนทางความคิดไม่เคยให้ประชาชนได้เรียนรู้ หรือสร้างองค์ความรู้อะไรให้กับประชาชนเลย ไม่เคยให้ประชาชนเรียนรู้ถึงจิตสำนึกทางการเมือง ไม่เคยให้ประชาชนรู้จักความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งที่สื่อต้องการมีแค่ยอดคนดู ยอดคนแชร์ Youtuber ก็อยากได้เอนเกจเมนต์ เพราะมันจะได้เอาตัวเลขไปเสนอขายเอเยนซี่มาลงโฆษณาได้
.
ทุกวันนี้มีคนบ่นว่า ข่าวอภิปรายงบประมาณของรัฐบาลถูกข่าวลุงพลกลบหมด ผมไม่ได้อยากโทษข่าวนะครับ เพราะถ้าสังคมเราให้ความสนใจกับเรื่องรัฐบาลจริงๆ โมเมนตัมมันจะไปที่ข่าวรัฐบาลเอง แต่เราต้องยอมรับว่าสื่อให้ความสำคัญกับข่าวที่คนอยากรู้มากกว่าข่าวที่ประชาชนควรรู้
.
ท่ามกลางกระแสที่เชี่ยวกราก สื่อขาดความกล้าหาญในการนำเสนอข้อเท็จจริงที่อาจจะขัดใจประชาชน เพราะกลัวประชาชน Unlike เพจ เพราะกลัวคนไปรุมเอาทัวร์มาลง สื่อทำหน้าที่ได้เพียงตามน้ำ นำเสนอข่าวที่ประชาชนอยากเห็น ลุงพล ณ เวลานั้นอาจจะเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย แต่ก็มีคนพากันเชิดชู พากันเอาไปออกงาน เอาไปเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา รับทรัพย์นี่ต่ำๆก็หลักสิบล้าน จนมีเงินไปต่อเติมบ้าน ซื้อที่ทางใหญ่โต มีบริษัท เห็นหน้าเห็นหลังในเวลาไม่ถึงปี
.
นี่หรือคือสิ่งที่สื่อมอบให้กับผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม ประชาชนเรียนรู้อะไร นอกจากมีความรู้สึกว่าฉันต้องการแสงบ้าง เพราะถ้ามีแสงก็จะมีเงินอาชีพใหม่ที่เกิดขึ้นคืออาชีพ Youtuber เฝ้าบ้านและตามลุงพล หลายๆคนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำได้ทำหน้าที่สื่อไปด้วย แต่เป็นสื่อที่นำเสนอในสิ่งที่คนชอบใจและอยากเห็น แต่ไม่เคยนำเสนอข้อเท็จจริงได้ เอาจริงๆเราไปโทษ Youtuber ก็คงไม่ได้ เพราะพวกเค้าไม่ใช่สื่ออาชีพ
.
สำนักข่าว ทีวี กลับมาทบทวนบทบาทตัวเองได้หรือยังครับ เราสร้างบาดแผลให้กับสังคมมากขนาดไหน เราไปยกย่องผู้ต้องสงสัยให้กลายเป็นไอดอล แต่วันนี้ผู้ต้องสงสัยกลายมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับไปแล้ว คดีโดนบิดเบือนรูปคดีเพราะกระแสมหาชน จนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทำคดีด้วยความยากลำบากและล่าช้า อย่าคิดว่าสื่อไม่เกี่ยว เรื่องแบบี้นี้ ความรับผิดชอบต่อสังคม ต่อรูปคดี การไปลงพ้นที่มากมายมหาศาล นำฝูงชนเข้าไปในพื้นที่ มันจะมีผลต่อร่องลอยหลักฐานไหม ผมนึกสภาพไม่ออกเลย แต่ผมอยากจะบอกว่าคดีน้องชมพู่เละเทะและล่าช้าเป็นปี เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่ามาจากสื่อที่เข้าไปเล่นข่าวจนเละเทะขนาดนี้!!
.
ข่าวสะท้อนคุณภาพประชาชน เอาจริงๆนะ ถ้าประชาชนเรากระหายใคร่รู้ข่าวรัฐบาล ข่าวการเมืองมากกว่าข่าวชาวบ้าน โมเมนตัมของสื่อมันจะย้ายไปทำข่าวงบประมาณของรัฐบาลเอง ไม่เชื่อลองเอาเอนเกจเมนต์ข่าวลุงพลกับข่าวรัฐบาลมาเทียบสิ คนอ่านอะไรมากกว่ากัน ปัญหาอีกส่วนคือสื่อเองก็ค่อนข้างจะเพิกเฉยกับข่าวรัฐด้วย เพราะกลัวจะมีปัญหากับผู้ปกครองประเทศ รวมไปถึงเม็ดเงินโฆษณาจากผู้สนับสนุนที่บางครั้งก็ตกอยู่ในความกลัวที่จะมาสนับสนุนช่องที่ไม่โปรผู้บริหารประเทศด้วย มันคือผลประโยชน์
.
แต่ในเวลาเดียวกันคนไทยเองก็ชอบข่าวชาวบ้าน ข่าวไสยศาสตร์เป็นทุนอยู่แล้ว ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่โมเมนตัมข่าวมันจะไปที่ลุงพล แต่ก่อนที่เราจะไปด่าเรื่องปั่นประแสข่าว เราต้องถามตัวเองก่อนนะว่า ถ้ามีข่าวงบประมาณกับข่าวลุงพลมาอยู่คู่กัน คนไทยส่วนใหญ่จะอ่านข่าวอะไรก่อน เราอยากจะบอกว่าเราอย่าหยุดที่จะสนใจข่าวรัฐบาล ข่าวงบประมาณ เข้าไปอ่านเข้าไปแชร์ข่าวพวกนี้มากๆ ให้สื่อเค้าอยากทำข่าวให้เราอ่านแทนข่าวอะไรแบบนี้ดีกว่าครับ
.
สื่อกลับมาย้อนดูการทำงานของตัวเองได้แล้วนะครับ เราจะปล่อยให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เต็มไปด้วยข่าวสารแบบที่คุณนำเสนอเหรอครับ พวกคุณเป็นสื่อกระแสหลัก คนจำนวนมากยังให้เครดิตคุณในฐานะสื่อกระแสหลักอยู่ คนเชื่อคนแชร์เพราะเค้าให้คุณค่าพวกคุณนะครับ กรุณานำเสนอข่าวที่มันมีคุณค่าและให้ประโยชน์กับสังคมบ้างเถอะครับ สร้างองค์ความรู้ สร้างภูมิปัญญาให้ประชาชนเถอะครับ อย่างน้อยควรเริ่มต้นด้วยการออกมาขอโทษประชาชนกับบทบาทที่เคยทำที่ผ่านมาให้ประชาชนหยุดสับสนก็ยังดีครับ
.

ThePOINT #ไชย์พล วิภา #ลุงพล #คดีน้องชมพู่” #สื่อมวลชน