หน้าแรกข่าวเด่น"เอกนิติ" รับเผือกร้อน! จับตา “อนุทิน” เปลี่ยนหัวพลังงาน “อภิสิทธิ์” จองกฐินซักฟอก ปชช.วิกฤตปากท้อง

“เอกนิติ” รับเผือกร้อน! จับตา “อนุทิน” เปลี่ยนหัวพลังงาน “อภิสิทธิ์” จองกฐินซักฟอก ปชช.วิกฤตปากท้อง

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ “อนุทิน 2” ว่า ภาพรวมไม่ได้เหนือความคาดหมาย และเป็นรัฐบาลที่มีความต่อเนื่องจากชุดเดิม

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เป็นพื้นที่ตรวจสอบและตั้งคำถามต่อการทำงานของรัฐบาล โดยเบื้องต้นคาดว่า จะมีการอภิปรายประมาณ 2 วัน ซึ่งยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นช่วงวันที่ 8-9 หรือ 9-10 เมษายนนี้

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านจะนำเสนอข้อคิดเห็นในเชิง “ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง” ของนโยบาย โดยคาดว่าจะได้รับเวลาอภิปรายรวมประมาณ 14-15 ชั่วโมง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อาจได้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะใช้โอกาสดังกล่าวสอบถามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ถึงแนวทางแก้ปัญหาประเทศในระยะสั้น กลาง และระยะยาว

ในประเด็นปัญหาปากท้องและพลังงาน นายอภิสิทธิ์ แสดงความกังวลว่า ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสินค้าและต้นทุนการผลิตในหลายภาคส่วน เช่น เม็ดพลาสติก ปุ๋ย และสินค้าอุปโภคบริโภค

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งเสนอว่า ภาครัฐควรกำหนดแนวทางให้โรงกลั่นน้ำมันเข้ามามีส่วนร่วมรับภาระ เพื่อบรรเทาผลกระทบ และทำให้ประชาชนสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงบทบาทของภาครัฐในการดูแลราคา ว่าจะใช้มาตรการทางการเงินการคลังเข้ามาช่วยเหลือ หรือปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

“ข้อเท็จจริง คือ ประชาชนกำลังแบกรับภาระอยู่ แม้จะมีการใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย แต่ก็เป็นภาระในอนาคตอยู่ดี ต่อให้ราคาลดลง ประชาชนก็ยังต้องจ่ายในราคาที่สูง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว


หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเร่งด่วน และชี้ว่า แม้รัฐบาลจะอ้างว่าอยู่ในช่วงรอยต่อ แต่ตามรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินนโยบายได้ทันที

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงประเด็นความโปร่งใสด้านพลังงาน โดยแสดงความกังวลต่อคำชี้แจงของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งมักให้ข้อมูลในมุมของผู้ประกอบการพลังงานมากกว่าประชาชน

รวมถึงกรณีข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อน แม้มีการระบุว่าได้พยายามลาออกจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏความชัดเจนในการพิจารณา ทำให้เกิดความกังวลและข้อสงสัยในสังคมเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเตรียมใช้เวทีรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อให้การดำเนินนโยบายตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

ล่าสุดวันนี้ ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ ว่าขอไม่คุมกระทรวงพลังงาน ในส่วนงานของรองนายกฯ นายกฯกล่าวว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งเป็นศูนย์ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมัน จะหมดไปกับรัฐบาลอนุทิน 1 และเมื่อเป็นรัฐบาลอนุทิน 2 ก็ตั้งกันใหม่ สลับสับเปลี่ยนคนในตำแหน่ง คิดว่าจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานแทน เพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งกับประชาชนและนายพิพัฒน์เอง

“ผมจะต้องระดมความรู้ประสบการณ์ของทุกคนมาแก้ไขปัญหาประชาชน ผมรับฟังสังคมและประชาชน รวมถึงนักวิชาการและทุกๆ ฝ่าย เพื่อให้เกิดความสบายใจและสามารถทำงานต่อไปได้”

_____________

#Newsthepoint

#อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #ประชาธิปัตย์ #ซักฟอกรัฐบาล #น้ำมันแพง

Must Read

Related News

- Advertisement -