ไม่มีใครห้าม!! ‘จตุพร’ กวักมือเรียน ‘ทักษิณ’ กลับไทย เน้นควรมาก่อนเลือกตั้ง

0
264

2 พ.ค.2566- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “กดดัน” โดยสงสัยถ้อยคำของทักษิณ ชินวัตร โพสต์ “ขออนญาตกลับบ้านนะครับ” ถึงสองครั้งนั้น ขออนุญาตใคร เพราะทักษิณเป็นคนไทย ย่อมมีสิทธิเดินทางกลับไทยได้ทันทีที่ต้องการกลับ

นายจตุพร อ่านข้อความทวิตเตอร์ของทักษิณ ชินวัตร โพสต์ดีใจได้หลานคนที่ 7 ลูกของอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร พร้อมกับถามว่า การขออนุญาตกลับบ้านถึงสองครั้งในทวิตเตอร์ โดยอ้างต้องการกลับมาเลี้ยงหลานนั้น “ทักษิณ ขออนุญาตใคร”

ทั้งนี้ ทักษิณ หลังจากประกาศจะไม่พูดอะไรอีกจนถึงหลังการเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 แต่เมื่อเช้า 1 พ.ค. 2566 ได้โพสต์ทวิตเตอร์ข้อความแสดงความดีใจ โดยระบุว่า “เช้าวันนี้ (1 พ.ค.) ผมดีใจมากที่ได้หลานคนที่ 7 เป็นชาย ชื่อ ธาษิณ จากน้องอิ๊งค์ แพทองธาร หลานทั้ง 7 คน คลอดในขณะที่ผมต้องอยู่ต่างประเทศ ผมคงต้องขออนุญาตกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน เพราะผมอายุจะ 74 ปีในกรกฎานี้แล้ว พบกันเร็วๆ นี้ครับ ขออนุญาตนะครับ”

นายจตุพร สงสัยว่า ทักษิณ โพสต์ต้องการกลับบ้านมาเลี้ยงหลานนั้น แต่ในโพสต์ระบุขออนุญาตถึงสองครั้ง ทักษิณ ขออนุญาตใคร และความเป็นจริง กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าต้องขออนุญาต เพื่อให้เกิดปัญหาและความเสียหาย โดยเฉพาะที่เผยแพร่และตีความในขณะนี้คือ เรื่องสถาบัน

“การใช้ถ้อยคำวาจาที่ไม่ระมัดระวัง ความเป็นจริงแล้วคนอายุจะครบ 74 ปี ควรทบทวนถ้อยคำวาจา ตั้งแต่เนรื่องที่พูดว่า กระซิบข้างหู ถ้าเป็นคนธรรมดาแล้วกระซิบกันได้ แต่ในความหมายของทักษิณ พูดขณะนั้นคือพูดกับพระเจ้าแผ่นดิน”

อีกทั้งกล่าวว่า ไม่ทราบทักษิณ คิดอะไรอยู่จึงมีทวงทำนองไม่ระมัดระะะวังคำพูด หรือจงใจ เพราะการใช้ถ้อยคำขออนุญาตถึง 2 ครั้งนั้นมันเป็นปัญหา โดยข้อเท็จจริงขณะนี้ คดีความทักษิณ มีโทษจำคุก 12 ปี โดยในจำนวนนี้ 10 ปีไม่มีอายุความและคดีมีคำพิพากษาถึงที่้สุด จึงเป็นที่ยุติแล้ว

นอกจากนี้ ย้ำว่า เราพยายามพูดหลายครั้งว่า ไม่มีคนไทยไปห้ามคนไทยเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ซึ่งทักษิณ มีสิทธิกลับได้ทุกวัน พร้อมย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อทหารยึดอำนาจปี 2549 ไทยรักไทยถูกยุบ แล้วเกิดพรรคพลังประชาชน ลงเเลือกตั้งปี 2550 ได้นายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค และชูคำขวัญเลือกสมัครเป็นนายกฯ เอาทักษิณ กลับบ้าน โดยทักษิณได้กลับมาก้มกราบแผ่นดินไทยจริงในครั้งนั้น

หลังจากนั้น เมื่อทักษิณ ได้กลับไทยแล้ว ยังไม่กล้าเข้าบ้านต้องไปเหมาโรงแรม 5 ดาวขนาดใหญ่ โดยอ้างเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ท้ายที่สุดก็เข้าบ้านจนได้ เมื่อคดีที่ดินรัชดาใกล้มีคำพิพากษาของศาล ทักษิณ จึงเรียกแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับตัวเองไปขอความคิดเห็น ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งในนั้น และได้บอกทักษิณ อย่างได้หลบหนี ถ้าต้องคำพิพากษาจำคุกให้เดินเช้าเรือนจำอย่างสง่างาม

ขณะนั้น เราเชื่อว่า ทักษิณจะเป็นนักต่อสู้ แต่ว่าเสียงส่วนใหญ่บอกติดคุกวันเดียวก็ตายแล้ว โดยอ้างคดีฆ่าตัดตอน และคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นขณะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ตนเป็นเสียงข้างน้อยและเชื่อว่าคงเป็นเสียงเดียวด้วยซ้ำว่า ไม่ต้องการให้หลบหนี

“แต่ท้ายที่สุดจิตใจที่มีความขี้ขลาด กล้ากระทำต่อคนอื่น แต่กลัวชีวิตตัวเอง แล้วตัดสินใจ โดยแต่ละฝ่ายรู้แล้วว่า เมื่อออกไปแล้วจะไม่กลับ มีการขออนุญาตศาลไปดูกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน คนในพรรคพลังประชาชนและผมก็ไปส่ง มีการร่ำลากัน และในใจของทุกคน คงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมา ว่ากันตามเนื้อแท้ก็คือ มีการจงใจปล่อยให้ออกนอกประเทศ แล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย”

อีกทั้ง ย้ำว่า เหตุที่ไม่ได้กลับมาไทยอีกนั้น ไม่มีใครห้ามไม่ให้กลับ แต่เพราะจิตใจไม่แข็งพอ ซึ่งกลัวแม้กระทั่งติดคุกวินาทีเดียวก็ไม่ได้ จนกลายเป็นแบบอย่างให้น้องสาวอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในเวลาต่อมา ว่าติดคุกแม้วินาทีเดียวก็ไม่ได้ แต่ลูกน้องตัวเองติดคุกได้ ไม่ว่าอยู่ในสนามการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี จนต้องคดีทุจริตคอร์รัปชั่นเช่นเดียวกับทักษิณ โดยส่วนใหญ่ติดคุกทั้งสิ้น แม้มีหลบหนีเหมือนทักษิณบ้างก็ตาม

นายจตุพร กล่าวว่า การแสดงความยินดีที่ได้หลานชายนั้น เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ แต่การเจตนาใช้ถ้อยคำว่า “ขออนุญาตกลับบ้านนะครับ” ซึ่งตนเชื่อว่าคำนี้เป็นปัญหา โดยคนชี้เป้าคำนี้เป็นกองเชียร์ของพรรคก้าวไกลกับเพื่อไทยที่แข่งขันกันแย่งชิงคะแนนเสียงกันอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งคนเป็นวิญญูชนก็คิดไม่ต่างกัน ว่า พูดกับใคร

“เพราะถ้าขอนุญาตกับประชาชนแล้ว ทักษิณไม่จำเป็นต้องขออนุญาต ขออนุญาตกับรัฐบาลทักษิณก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เพราะรัฐบาลไม่มีสิทธิที่จะห้ามไม่ให้ทักษิณ เข้่ามาในไทย หรือจะขออนุญาตต่อศาลก็เลยการขออนุญาตไปแล้ว เนื่องจากคดีตัดสินเป็นที่สิ้นสุดแล้ว”

นายจตุพร ย้ำว่า การหนีคดีและมีหมายจับแล้ว ต้องเดินทางเข้ามาเอง ไม่ต้องขออนุญาตใคร จะได้เลี้ยงหลานก็ได้เลี้ยงแน่นอน แต่ต้องเข้าเรือนจำ ติดคุกก่อน อีกทั้งการใช้คำขออนุญาตถึง 2 ครั้งจึงเป็นความละเอียดอ่อนและเป็นเส้นแบ่งบางๆ มาก ซึ่งประเด็นนี้จะถูกนำไปขยายความ

พร้อมทั้ง ระบุว่า การแสดงความยินดีที่ได้ชีวิตใหม่เกิดขึ้นมา และคู่แข่งขันทางการเมืองก็ร่วมแสดงความยินดี แต่ทักษิณ คนเป็นตาใช้ถ้อยคำโพสต์นั้น จะกลายเป็นปัญหาใหม่ และเริ่มเป็นปัญหาตั้งแต่วันแรงงานนี้เป็นต้นไป

“ทักษิณ คนที่เป็นนายกฯถึง 2 ครั้ง รู้ถึงสถานการณ์ของไทย รู้วัฒนธรรมจารีต ทั้งทางกฎหมายและสังคม ว่าที่พูดนั้น จะทำให้คนคิดว่า กำลังพูดกับใครได้ นี่คือความละเอียดอ่อนที่ไม่รู้จักจดจำ ไม่รู้การหลาบจำ ผมว่าไม่กี่บรรทัดนี้จะกลายเป็นปัญหาใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

รวมทั้ง กล่าวว่า เมื่ออุตสาห์ใช้คำว่าขออนุญาตถึง 2 ครั้งแล้ว ตกลงใจจริงๆ จะมีความกล้าหาญที่จะกลับมาประเทศไทยหรือไม่ เพราะถ้าคิดว่าลูกจะได้เป็นนายกฯ แล้ว การกลับในวันที่ลูกเป็นนายกฯ จะสร้างปัญหาให้กับลูก และจะสร้างปัญหาให้กับหลาน ซึ่งต้องแบกรับปัญหามากมาย ถ้าไม่เข้าไปเรือนจำตามที่คนอื่นๆ ที่ปฏิบัติตามกฎหมายไทยก็ย่อมเป็นภาระอย่าางหลีกเลี่ยงไม่ได้อีก

ดังนั้น ทางที่ดีถ้าทักษิณไม่ต้องการเป็นภาระให้ลูกหลาน ต้องกลับมาในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ อีกทั้งทักษิณ สามารถกลับได้ทุกวัน กลับมาวันนี้ก็ได้เพราะมีเครื่องบินอยู่แล้ว จะลงสนามบินไหนก็ได้

อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ต้องรู้อย่างหนึ่งว่า ไม่มีกฎหมายไทยให้ทักษิณลงจากเครื่องแล้วเข้าบ้านได้ ข้อกำหนดไปขังไว้ที่บ้าน อย่างไรก็ต้องเข้าเรือนจำก่อน เพราะถ้าจะมีคุณสมบัตินักโทษชั้นดีต้องเป็นไปตามคุณสมบัติเรือนจำกำหนด
ดังนั้น ทักษิณ เมื่อกลับเข้ามาแล้วจะไม่มีทางจะได้ไปอยู่ที่บ้านได้โดยทันที หรืออย่างมากที่สุดต้องไปโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ยกเว้นมีโรคที่รักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่ได้ ก็ต้องไปโรงพยาบาลตำรวจ แล้วจึงไปโรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ ได้

อีกทั้ง กล่าวว่า ทักษิณต้องรู้ว่า สังคมเฝ้าจับตามอง โดยไม่ได้เป็นไปตามลายลักษณ์อักษรที่ อดีต รมว.ยุติธรรม ไปแก้ไขให้ขังที่บ้านได้ แต่ทักษิณเป็นเป้าหมายของคนไทยทั่วไป ดังนั้นการส่งตัวไปขังที่บ้านจึงไม่ได้ทำกันง่ายๆ เพราะมีระเบียบของราชทัณฑ์กำหนดไว้

“หากไปขังไว้ที่บ้านแล้ว ก็จะมีการเรียกร้องว่า แล้วคนอื่นละ ทำไมบุญทรง เตริยาภิรมย์, ภูมิ สาระผล และวัฒนา เมืองสุข ไม่มีโอกาสไปขังไว้ที่บ้านบ้าง รวมทั้งคนอื่นอีกมากมาย ดังนั้นถ้าคิดว่าระเบียบเดียวของกรมราชทัณฑ์สามารถสร้างอภิสิทธิชนได้ ผมว่าระเบียบนี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของสังคม เพราะจะเกิดแรงต่อต้านขึ้นมา โดยไม่ใช่การต่อต้านทักษิณ กลับไทยแล้วเข้าเรือนจำ แต่ถ้าลงจากสนามบินเดินเข้าบ้านเลย ตรงนี้แผ่นดินลุกเป็นไฟทันที”
นายจุพร ย้ำว่า ไม่มีใครห้ามทักษิณเข้ามาในราชอาณาจักร และทักษิณก็ไม่ต้องขออนญาตใครที่ต้องเขียนถึงสองครั้งในข้อความโพสต์ไม่กี่บรรทัดนั้น จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิด วันนี้ทักษิณเดินทางเข้าไทยได้ตลอดเวลา และเมื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรับตัวแล้วก็นำไปเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ดังนั้น คำพูดดูเสมือนว่า การกลับมาจะช่วยให้กระแสการเลือกตั้งดีขึ้น แต่ร้อยคำพูดไม่เท่าหนึ่งการกระทำ เพราะทักษิณพูดกลับบ้านอย่างทางการถึง 18 ครั้ง และไม่เป็นทางการนับร้อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้กลับมา อีกทั้งคำพูดนี้แม้ไม่ได้กลับจริงก็เป็นปัญหาแล้ว เนื่องจากจะเป็นหัวคะแนนหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ และเป็นคำพูดที่จะกระชากฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องตัดสินใจไม่ยากเลย

รวมทั้งต้องเจอกับฝ่ายเดียวกันคือพรรคก้าวไกลและไทยสร้างไทย ดังนั้น คำพูดนี้คงเป็นความกดดันที่ทักษิณไม่ได้พูดหลายวันในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทักษิณต้องทบทวนมากที่สุดว่า ทั้งคนรักและคนชังต้องมาตายกับทักษิณจำนวนเท่าไรแล้ว ดังนั้น การพูดอะไรควรต้องมีความรับผิดชอบ

“ถ้าเชื่อว่าการกลับบ้านจะทำให้เกิดกระแสแลนด์สไลด์ได้จริง ก็ควรจะต้องกลับ ถ้ากลับมาแล้วไม่เป็นภาระให้ลูก หลาน ก็ต้องกลับนับจากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง ถ้ากลับหลังเลือกตั้งเมื่อคิดว่าลูกจะได้เป็นนายกฯ ก็เป็นภาระ”
นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 13 วันจะเลือกตั้งแล้ว แต่ทักษิณ กลับมาพูดแบบนี้อีก เพราะแรงเหวี่ยงทั้งสองฝ่าย ทั้งเป็นคู่แข่งขันฝ่ายเดียวกันต้องนำประเด็นนี้มาวิพากษ์วิจารณ์ และยังจะไปปลุกมวลชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่หลับอยู่ให้ลุกตื่นขึ้น ทักษิณจึงเป็นคนมีอิทธิพลที่สามารถปลุกทั้งสองฝ่ายขึ้นมาได้

อีกทั้งความร้อนแรงของพรรคก้าวไกลยิ่งจะทำให้พรรคเพื่อไทยอ่อนด้อยเสียงลง แม้เพื่อไทยจะได้เสียงมาอันดับหนึ่งก็ตาม แต่ก้าวไกลจะตีคู่ตามมาด้วย เมื่อทักษิณโพสต์เช่นนี้แล้ว ย่อมทำให้ทุกพรรคราวกับเป็นปลากระดี่ได้น้ำ

“การหายไปหลายวัน ไม่ได้ทำให้คนเรามีความคิด ถ้าไปปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ ปิดวาจา ดังนั้นวาจาแรกต้องเป็นวาจาที่ดีมาก ความจริงแล้ว เรื่องนี้ถ้าแสดงความยินดีที่มีหลานเพิ่มมาใหม่เป็นคนที่ 7 ผู้คนก็สรรเสริญแล้ว จะไม่มีใครไปต่อว่า แต่พอพ่วงเรื่องขออนุญาตกลับบ้านถึงสองครั้ง มันหมายถึงอะไร เมื่อเคยพูดเรื่องกระซิบข้างหู ซึ่งทุกคนคิดอยู่แล้วว่า กำลังพูดนั้นหมายถึงใคร ปัญหาคือ ควรจะพูดหรือไม่ และรู้หรือไม่ว่าที่พูดนั้นเป็นปัญหา แล้วนำพาไปสู่ความขัดแย้งใหม่

นายจตุพร เชื่อว่า คำพูดขออนุญาตกลับบ้านของทักษิณ จะลุกลามไปเร็วอย่างไฟลามทุ่ง และคนปากเร็วอย่างทักษิณ ที่เก็บวาจาได้นานก็ถือว่า เป็นความยากลำบากแล้ว เมื่อพูดออกมาในวันที่น่ายินดี ก็กลายเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาไป ดังนั้น สิ่งนี้คือความกดดันใหม่ในสถานการณ์การเลือกตั้งครั้งนี้.

Thepoint #Newsthepoint #เลือกตั้ง2566 #ทักษิณ #จตุพร #ทักษิณกลับไทย