จากกระแสดราม่าของพรรคส้ม ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากวาทกรรมและท่าทีในอดีต โดยเฉพาะคำพูดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรื่อง “ทหารมีไว้ทำไม” ที่ถูกนำกลับมาขยายผลอีกครั้งในช่วงหาเสียง
ล่าสุดวันนี้ (9 ม.ค.) รองศาสตราจารย์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ในรายการจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ ว่าการออกมาขอโทษของนายพิธาต่อประเด็นกองทัพนั้น “ช้าเกินไป” และยังเป็นการขอโทษที่มีเงื่อนไข โดยโยงไปถึงทหารบางกลุ่ม เช่น การกล่าวถึงนาฬิการาคาแพงหรือสนามกอล์ฟ ซึ่งเป็นการพาดพิงเฉพาะบุคคล แต่กลับสร้างภาพลบต่อกองทัพในภาพรวม ทำให้ความไม่พอใจยิ่งขยายวงกว้าง
หากต้องการขอโทษให้ดูจริงใจ ควรยอมรับความผิดพลาดตรงไปตรงมาโดยไม่ตั้งเงื่อนไข พร้อมยอมรับว่าบริบทโลกและความมั่นคงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คำพูดในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปไกลแล้ว การแก้เกมจึงทำได้ยาก ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มในรอบนี้คือการต้อง “ตั้งรับ” แก้โจทย์เก่าที่ถูกขุดขึ้นมาจากร่องรอยดิจิทัล (digital footprint) ไม่ว่าจะเป็นท่าทีต่อกองทัพ มาตรา 112 หรือวาทกรรมทางการเมืองอื่น ๆ ส่งผลให้พรรคหมดพลังในการเปิดเกมรุกทางนโยบายใหม่ ๆ แม้พรรคจะพยายามสร้างจุดขายด้วยการเปิดตัวแคนดิเดตรัฐมนตรี โดยดึงบุคคลภายนอกและเทคโนแครตเข้ามา แต่กลับไม่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างที่คาดหวัง อีกทั้งบางรายยังมี “แผลเก่า” ในอดีต จนถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาขยายผลโจมตี ทำให้คะแนนนิยมไม่เพิ่มขึ้น และบางส่วนอาจกลายเป็นผลลบแทน
ดร.สุริยะใส ยังวิเคราะห์เชิงโครงสร้างว่า พรรคส้มยึดมั่นใน “กรอบความคิด” ที่มองระบบการเมืองไทยว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง มีรัฐพันลึกและอำนาจอนุรักษนิยมเป็นตัวฉุดรั้งประเทศ ซึ่งแนวคิดนี้อาจไม่ผิดในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยน โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงและความตึงเครียดระหว่างประเทศ การยึดกรอบเดิมอย่างแข็งตัวกลับทำให้ทางเลือกในการแก้ปัญหาถูกจำกัด
จากการประเมินสถานการณ์หาเสียงในช่วงกว่า 10 วันที่ผ่านมา เห็นว่าหากพรรคส้มยังไม่สามารถสร้างประเด็นใหม่ที่ “พลิกเกม” ได้ในช่วง 20–30 วันสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง มีความเป็นไปได้ที่จำนวน ส.ส. จะลดลงต่ำกว่า 100 ที่นั่ง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์บางรายก่อนหน้านี้
ในขณะเดียวกัน ไม่เชื่อว่าพรรคส้มจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอื่นตามที่เคยประกาศ เพราะในทางปฏิบัติ หากไม่ได้เสียงเกิน 250 ที่นั่งด้วยตัวเอง การเมืองย่อมต้องอาศัยการเจรจาและต่อรอง ซึ่งเป็นธรรมชาติของระบบรัฐสภา
สำหรับภาพรวมสนามเลือกตั้ง ดร.สุริยะใส ประเมินว่ายัง “อ่านยาก” แม้จะมีแนวโน้มว่าพรรคน้ำเงินอาจได้เปรียบจากกระแสความมั่นคง แต่ทุกอย่างยังขึ้นอยู่กับข้อมูลหรือประเด็นใหม่ที่อาจถูกปล่อยออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางเกมได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดร.สุริยะใสสรุปว่า หากพรรคส้มยังคงวนอยู่กับการแก้คำพูดเก่าและตั้งรับอย่างหนัก โดยไม่สามารถปรับวิธีคิดและสร้างวาทกรรมใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ผลการเลือกตั้งอาจต่ำกว่าที่คาดหมายอย่างมีนัยสำคัญ
________________
#Newsthepoint
#สุริยะใส #พรรคประชาชน #พิธา #ทหารมีไว้ทำไม

