หน้าแรกข่าวเด่น“คนดีที่สีส้มไม่เอา” สู่ผู้สมัคร ส.ส.ตลิ่งชัน และแคนดิเดตนายก กับสงครามการเมืองครั้งสุดท้ายของ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

“คนดีที่สีส้มไม่เอา” สู่ผู้สมัคร ส.ส.ตลิ่งชัน และแคนดิเดตนายก กับสงครามการเมืองครั้งสุดท้ายของ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ

ในสนามการเมืองไทยที่เปลี่ยนเร็วและโหดขึ้นทุกเลือกตั้ง ชื่อของ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะอดีต ส.ส. หรืออดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่เท่านั้น แต่ในฐานะ “นักการเมืองที่ถูกปฏิเสธจากค่ายสีส้ม” และกำลังเดินหน้าเปิดศึกใหม่ในพื้นที่ ตลิ่งชัน–ทวีวัฒนา พร้อมบทบาทที่ใหญ่กว่านั้น คือ การถูกวางตัวเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคใหม่

นี่ไม่ใช่การย้ายพรรคธรรมดา แต่คือการประกาศ “สงครามการเมืองรอบสุดท้าย” ของนักการเมืองรุ่นเก๋าที่เลือกจะไม่จบเส้นทางด้วยความเงียบ

จากตำรวจมือปราบ สู่ ส.ส. และ “คนดีที่ไม่ผ่านระบบคัดเลือก”

สุพิศาลเริ่มต้นจากเส้นทางข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ ก่อนผันตัวเข้าสู่การเมือง และได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในยุคพรรคอนาคตใหม่

ภาพลักษณ์ของเขาในช่วงนั้นคือ “สายความมั่นคง–ต่อต้านคอร์รัปชัน–เน้นวินัยรัฐ” ซึ่งแตกต่างจากนักการเมืองรุ่นใหม่สายการสื่อสารและกระแสโซเชียล

เมื่อโครงสร้างการเมืองฝั่งสีส้มเปลี่ยนผ่าน เขากลับกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ “ไม่ผ่านการคัดเลือก” ในระบบภายในพรรค ทั้งที่มีประสบการณ์รัฐสภาและเครือข่ายการเมืองชัดเจน

สำหรับผู้สนับสนุนของเขา นี่คือภาพของ “คนทำงานจริง แต่แพ้เกมโครงสร้างพรรค” และกลายเป็นที่มาของวลีทางการเมืองที่ถูกพูดถึงในหมู่วงในว่า

“คนดีที่สีส้มไม่เอา”

พรรคใหม่ สนามใหม่ และเดิมพันที่สูงกว่าเดิม

การตัดสินใจย้ายเข้าสู่ พรรคไทยธรรม ไม่ใช่แค่การหาสังกัดใหม่ แต่เป็นการ “รีแบรนด์ทางการเมือง” ของสุพิศาลอย่างชัดเจน

เขาได้รับบทบาทระดับแกนนำ และถูกส่งลงสนาม กรุงเทพมหานคร เขตตลิ่งชัน–ทวีวัฒนา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันเข้มข้นระหว่างพรรคเก่า พรรคใหม่ และฐานเสียงอนุรักษนิยม

ขณะเดียวกัน พรรคยังดันชื่อของเขาในฐานะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการยกระดับสถานะจาก “ผู้เล่นสนามเขต” ไปสู่ “ผู้เล่นระดับประเทศ”

นี่คือการเดิมพันที่สูงที่สุดในชีวิตการเมืองของเขา

ตลิ่งชัน : สมรภูมิแห่งศักดิ์ศรี

ตลิ่งชันไม่ใช่เขตเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อน “รอยต่อการเมืองกรุงเทพฯ” ระหว่างเมืองเก่า ชุมชนดั้งเดิม และชนชั้นกลางใหม่

การเลือกส่งสุพิศาลลงเขตนี้ คือการหวังใช้ภาพลักษณ์ “สายความมั่นคง–ประสบการณ์รัฐ–ต่อต้านคอร์รัปชัน” มาชนกับกระแสการเมืองรุ่นใหม่ และฐานพรรคใหญ่

หากชนะ ไม่ใช่แค่ได้ ส.ส.หนึ่งที่นั่ง แต่จะเป็นสัญลักษณ์ว่า นักการเมืองสายประสบการณ์ยังมีพื้นที่ยืนในยุคโซเชียล

แต่หากแพ้ นี่อาจเป็นการปิดฉากทางการเมืองอย่างถาวร

สงครามครั้งสุดท้าย ไม่ใช่แค่เพื่อที่นั่ง แต่เพื่อ “ชื่อในประวัติศาสตร์”

สำหรับสุพิศาล การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การ “ลองสนาม” แต่คือ ศึกชี้ชะตา

จากอดีตนายตำรวจ สู่ ส.ส.

จากคนในสีส้ม สู่คนนอกระบบ

จากนักการเมืองหลังฉาก สู่ผู้ท้าชิงตำแหน่งสูงสุด

เขากำลังเดิมพันด้วยชื่อเสียงทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่า การเมืองไม่ได้มีแค่กระแส แต่ยังต้องมี “โครงสร้าง ประสบการณ์ และความกล้าแตกต่าง”

บทสรุป

“คนดีที่สีส้มไม่เอา” วันนี้กำลังเดินเข้าสู่สนามรบใหม่ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ตลิ่งชัน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

นี่อาจเป็น สงครามครั้งสุดท้าย ของสุพิศาล ภักดีนฤนาถ

แต่ก็อาจเป็นสงครามที่เขาตั้งใจจะจบด้วย “การเขียนบทใหม่ให้ตัวเอง” บนเวทีการเมืองไทย

บทความโดย ทีมข่าวการเมือง

_____________

#Newsthepoint
#พรรคไทยธรรม

#พรรคประชาชน #พรรคส้ม

#สุพิศาลภักดีนฤนาถ

Must Read

Related News

- Advertisement -