เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2569 ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ให้สัมภาษณ์ทิศทางทางการเมืองและแนวโน้มการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยที่ 2 ว่า มีโอกาสสูงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อ เพื่อทำงานให้ต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ขอทำหน้าที่ผู้ว่าฯกทม.ให้ดีที่สุดจนกว่าจะครบวาระ แล้วจะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
สำหรับทีมงานบริหารนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นชุดเดิม แต่อาจมีการพิจารณาเรื่องตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอีกครั้งในอนาคต
นายชัชชาติ ระบุว่าไม่กังวลกับการที่ผู้สมัครรายอื่นเริ่มเปิดตัว เพราะมองว่าเป็นเรื่องดีตามระบอบประชาธิปไตยที่จะทำให้ประชาชนมีตัวเลือกที่หลากหลายและเกิดไอเดียใหม่ๆ ในการพัฒนาเมือง ซึ่งปัจจุบันตนยังคงปฏิบัติหน้าที่และรับเงินเดือนในฐานะผู้ว่าฯกทม.จึงต้องให้ความสำคัญกับปัจจุบันให้ดีที่สุด
“สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ยอมรับว่ามีโอกาสสูงที่จะไปต่อ แต่ขอทำหน้าที่ผู้ว่าฯ ในปัจจุบันให้ดีที่สุดก่อนจนกว่าจะครบวาระ ส่วนแลนด์สไลด์นั้น ผมพูดตรงๆ ว่าไม่มีทาง เพราะผลเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด เห็นชัดเจนว่าพรรคประชาชนมีความเข้มแข็งมากและได้รับความนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ” นายชัชชาติ กล่าว
การแข่งขันครั้งนี้จึงจะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้น และเราต้องทำเต็มที่โดยไม่มองใครเป็นศัตรู แต่เสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ หากเราได้กลับมาทำงานต่อ ก็นำนโยบายดีๆ ของคนอื่นมาใช้ได้ หรือถ้าเราไม่ได้กลับมา นโยบายของเราที่เป็นประโยชน์ คนอื่นก็นำไปใช้ได้เช่นกัน
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนเปิดตัวผู้ว่าฯกทม. ก็ระบุว่า สนามกทม.แข่งกับนายชัชชาติยาก นายชัชชาติ กล่าวว่า “พรรคประชาชนก็ทำให้เรายากเหมือนกัน เพราะเขามีเสียงที่เข้มแข็งมากในกทม. ดีแล้ว ยากทำให้เราทำงานเต็มที่”
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่กล้ามั่นใจเพราะต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก และไม่ได้คาดหวังหรือกังวลอะไร เนื่องจากเป็นการทำงานที่อิสระและไม่ได้ลงทุนด้วยตัวเงิน จึงไม่มีอะไรต้องเสียหากไม่ได้ไปต่อ
เชื่อว่าผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งย่อมมีทั้งคนที่มีความเห็นพึงพอใจและไม่พึงพอใจเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อถามถึงความสำคัญและการสนับสนุนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ส.ก.เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผ่านกฎหมายและงบประมาณ จึงอยากได้ ส.ก. ที่มีคุณภาพ โปร่งใส และทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้ประกาศสนับสนุนกลุ่มใดเป็นพิเศษ แต่ในอนาคตหากพบว่าผู้สมัครรายใดมีแนวทางการทำงานที่เข้ากันได้ดีก็อาจพิจารณาสนับสนุนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงนโยบายการทำงานในอนาคต นายชัชชาติยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าแนวคิดเส้นเลือดฝอย ควบคู่ไปกับเส้นเลือดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาพัฒนาประสิทธิภาพของเมืองให้สูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนเห็นผลจากการเน้นเส้นเลือดฝอยที่เข้าไปถึงชีวิตประจำวันของทุกคนได้ดีขึ้น แต่ทั้งสองส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมกัน เหมือนร่างกายที่ต้องมีทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยที่แข็งแรง
เมื่อถามถึงประเด็นการบริหารงบประมาณ กทม.ที่ผ่านมา นายชัชชาติ กล่าวว่า ยึดหลักงบประมาณสมดุล โดยในปี 2568 มีรายได้เกินกว่าประมาณการกว่า 5,000 ล้านบาท จากการประหยัดค่าใช้จ่ายและการจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเงินส่วนต่างเหล่านี้จะสะสมไว้เป็นเงินสะสมจ่ายขาดหรือ “เงินในตุ่ม” เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและใช้หนี้สะสมที่เกิดขึ้นในอดีต
โดยเฉพาะการจ่ายหนี้รถไฟฟ้า BTS กว่า 60,000 ล้านบาท ยอมรับว่าเป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องมาหลายสิบปีจากผู้บริหารชุดก่อนๆ และตนมีหน้าที่บริหารจัดการต่อเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนงบประมาณสำหรับผู้บริหารในอนาคต
_____________
#Newsthepoint
#ชัชชาติ #ผู้ว่ากทม #หนี้BTS #เงินในตุ่ม

