หน้าแรกข่าวเด่นชูวิทย์ชี้ พรรคประชาชน แพ้ไม่ใช่เพราะคนไม่เลือก แต่เพราะผู้บริหารพรรคตัดสินใจผิดซ้ำซาก

ชูวิทย์ชี้ พรรคประชาชน แพ้ไม่ใช่เพราะคนไม่เลือก แต่เพราะผู้บริหารพรรคตัดสินใจผิดซ้ำซาก

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์

คลื่นลูกใหม่ กับผู้บริหารพรรค 

.

บรรดา ส.ส. รุ่นใหม่ตัวเอกของพรรคประชาชน เป็นความหวังของการเมืองใหม่ที่ไม่ได้ทำให้คนเลือกผิดหวัง

.

วิโรจน์ โรม ไอติม ลิซ่า ณัฐชา และไอซ์ 

.

โดยสวนดุสิตโพลล์สอบถามประชาชนกว่า 10,000 คน ระบุว่า 

.

”นักการเมืองที่สุดของปี“ โดดเด่น เป็นข่าวที่น่าสนใจ เป็นตัวแทนของประชาชน มีบทบาทน่าจับตา 

.

ทำงานสภาตรวจสอบรัฐบาล มีการเตรียมข้อมูลจริง เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่โปร่งใส สดใหม่ แตกต่างจากการเมืองเก่า 

.

ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ประชาชนฝากความหวังไว้ 

.

แต่ผลโพลล์หมายถึงบทบาทของ “ไอซ์” เฉพาะส่วนตัวเท่านั้น 

.

เช่นเดียวกันกับ ส.ส. คนอื่นๆ ของพรรคประชาชนที่ผมกล่าวถึงข้างต้น 

.

ในโพลล์ระบุเป็นรายบุคคล แต่ไม่ได้สะท้อนถึงตัวพรรคประชาชน

.

หากประชาชนทั่วไปไม่เข้าใจ ผมขอขยายความในฐานะนักการเมืองสักนิด 

.

การทำงานที่โดดเด่นของนักการเมืองมีอยู่ทุกพรรค แต่นักการเมืองต่างๆ เหล่านั้นอาจถูกมองแยกออกจากตัวพรรค 

.

พูดง่ายๆ หากเป็นการเลือกตั้งระดับเขต ผู้สมัครอาจได้รับการยอมรับ

.

แต่หากเป็นพรรคในระดับปาร์ตี้ลิสต์ อาจแตกต่างออกไป 

.

เพราะประชาชนมองเน้นไปที่ตัวบุคคลมากกว่าพรรค 

.

ส.ส. รุ่นใหม่ต่างทำงานภายใต้พรรค แต่ไม่ใช่ “ผู้บริหารพรรค”

.

หากจะเปรียบไป เหมือนพนักงานที่ทำงานดี แต่อยู่ในบริษัทมหาชน

.

ผู้บริหารเป็นคนกำหนดนโยบาย การนำกำไรไปขยาย หรือจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น

.

เมื่อไม่ได้เป็นกรรมการบริหารย่อมไม่ได้มีสิทธิตัดสินใจ

.

แต่มีส่วนอย่างมากในการสร้างกำไร หรือในทางการเมืองคือความนิยมส่วนบุคคล ที่มี “แสง” ในตัวเอง

.

แม้พรรคเป็นผู้เปิดโอกาสให้ในครั้งแรก แต่ที่เหลือต้องสร้างเอาเอง บางคนหาตัวตนเจอ มีฝีมือ การพูดจาทำให้โดดเด่นขึ้นมาได้

.

ในขณะที่ปัจจุบันพรรคประชาชนมี ส.ส. มากกว่า 140 คน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้

.

มีที่ไม่ไหว มีที่ไม่รู้จัก และห่างหายไป เพราะงาน ส.ส. ไม่ใช่จะง่าย ยิ่ง ส.ส. เขตต้องทำทั้งงานในสภา พื้นที่ และอื่นๆ อีกมากมาย 

.

ที่นี้มาถึงตัวพรรค และทิศทางหาเสียงของพรรค ถูกกำหนดโดยผู้บริหารหรือเจ้าของพรรค ที่มีที่ปรึกษาพรรคเป็นบุคคลต่างๆ 

.

กรณีพรรคประชาชนที่คุณธนาธรบอกว่า 

.

“ลองให้โอกาสพรรคประชาชนอีกครั้ง แล้วจะทำให้ดู”

.

ผมเคยพบประชาชนจำนวนมากทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทราบดีถึงวิธีการหาเสียงแบบเดิมที่ไปตามตลาด แจกใบแนะนำตัว หัวหน้าไปช่วยลูกพรรคเขตโน้นเขตนี้

.

คนไทยยิ้มแย้มรับใบแนะนำตัวไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเลือก 

.

ชาวบ้านรับหมดทุกพรรค แต่ในใจมีคำถามคำโตๆ ที่ไม่ได้ถาม ได้แต่เก็บไว้ในใจ 

.

ผมจึงขอเป็นตัวแทนถามถึงคุณธนาธรว่า 

.

คนไทยให้โอกาสพรรคประชาชนไปแล้วในคราวที่แล้ว ได้คะแนน 14 ล้านกว่าเสียง

.

ได้รับ ส.ส. มากเป็นอันดับ 1 ถึง 151 ที่นั่ง ในนามพรรคก้าวไกล 

.

โอกาสที่ประชาชนได้มอบให้พรรคของคุณธนาธร ตั้งแต่อนาคตใหม่มาถึงก้าวไกลในคราวที่แล้วมีมากมายเหลือล้น 

.

แต่เป็นคุณธนาธร และผู้บริหารพรรคต่างหาก ที่ไม่สามารถแปรคะแนนที่ประชาชนมอบโอกาสให้เป็นอันดับ 1 ไปเป็นรัฐบาลได้

.

จะโทษประชาชนไม่ได้ เพราะเขาทำได้แค่กาบัตรครั้งเดียวในวันเลือกตั้ง 

.

พรรคก้าวไกลพลาดในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกจากเรื่อง ม.112 เพราะไม่มีพรรคอื่นกล้าไปร่วม 

.

อันนี้ก็เพราะนโยบายพรรคเอง ที่บรรดาอาจารย์หัวก้าวหน้าคิด

.

แต่ไม่เป็นไร ประชาชนที่เลือกยังเห็นใจ และให้โอกาส 

.

หลังจากนั้นกลายเป็น ”พรรคประชาชน“ เพราะโดนยุบเอง ไม่ได้เกี่ยวกับประชาชนอีก 

.

ส่วนรอบสอง ที่ตัดสินใจเอาคะแนน 14 ล้าน ที่ประชาชนมอบให้ไปเลือกคุณอนุทินเป็นนายกฯ และให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

.

ส่วนพรรคประชาชนยอมไปนั่งเป็นฝ่ายค้าน

.

อันนี้ก็เป็นเพราะคุณธนาธร หรือผู้บริหารคนใดไม่ทราบ แต่ข้อสรุปย่อมไม่ได้มาจากบรรดา ส.ส. คลื่นลูกใหม่ที่ทำผลงานโดดเด่นแน่นอน

.

แม้จะอ้างว่า “โหวตในพรรค” จนตกผลึกเลือกทางนี้ แต่ผมไม่เชื่อ ท้ายสุดพรรคประชาชนโดนหลอกตลบหลังครั้งที่ 2 

.

หากประชาชนจะให้ ”โอกาส“ พรรคประชาชนอีก จะมีอะไรไป ”การันตี“ ว่าพรรคประชาชนจะทำให้ตัวเองเป็นรัฐบาลได้?

.

แม้ว่าจะได้รับเลือกมากเป็นอันดับ 1 

.

นั่นคือสาเหตุที่คุณธนาธรร้องขอให้ได้ ส.ส. มากกว่า 250 ที่นั่ง เพื่อไปจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดี่ยว

.

อันนี้มันมากไป และไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง ในฐานะที่ผมเคยลงสนาม และรู้จักกระแสดี 

.

เพราะไม่ว่าผมไปเจอชาวบ้านที่ไหนช่วงนี้ มีแต่คน ”ลังเล“ กับการเลือกแล้ว ”เสียของ“

Must Read

Related News

- Advertisement -