หน้าแรกข่าวเด่นด่วน! ชูวิทย์ฟาดธนาธร: สนิมพรรคส้มไม่ได้มาจากศัตรู แต่มาจากอุดมการณ์ทางลัดของคุณเอง

ด่วน! ชูวิทย์ฟาดธนาธร: สนิมพรรคส้มไม่ได้มาจากศัตรู แต่มาจากอุดมการณ์ทางลัดของคุณเอง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้ารักประเทศไทย โพสต์ ฟาด ธนาธร และ พรรคส้ม

ขอบคุณรูป จากคุณชูวิทย์

สนิมส้ม เกิดจากเนื้อในส้ม

อุดมการณ์ทางลัด

.

ไม่ใช่พรรคส้มจะเปลี่ยนการเมืองไทย แต่การเมืองไทยได้เปลี่ยนพรรคส้มไปแล้ว 

.

นี่ไม่ใช่หาว่าผมพูดโจมตีพรรคส้ม

.

แต่คนพูดคือ “หมอนิว” (กัลยพัชร รจิตโรจน์) ที่ทุ่มเทให้พรรคทั้งแรงกายและแรงใจ 

.

หมอนิวพูดว่า

.

“คุณมองตัวเองในกระจกบ้างไหมว่าคุณเปลี่ยนไปแค่ไหน คุณลืมไปแล้วใช่ไหมว่าคุณเข้ามาการเมืองเพื่ออะไร 

.

ที่สำคัญ คุณเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ทำให้เราเสียแนวร่วมเรื่อยมา เพราะมีแกนนำท่านหนึ่งพูดว่า ยังไงประชาชนก็ต้องเลือกเรา เพราะเขาไม่มีทางอื่นแล้ว

.

ประชาชนไม่ใช่ของตายค่ะ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในวันนี้ ผลการตัดสินอยู่ที่ประชาชนค่ะ”

.

นั่นคือสิ่งที่หมอนิวสะท้อนความรู้สึกถึงพรรคส้ม ในฐานะอดีต ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค

.

แท้จริงแล้ว สนิมที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มาจากใครที่ไหน กลับกลายเป็นสนิมเนื้อในของพรรคส้มเสียเอง

.

เมื่อหมอนิวมาด้วย “อุดมการณ์” ไม่ได้ถูกซื้อมาเหมือนที่พรรคอื่นๆ ทำ 

.

จึงก้าวออกไปจากพรรค เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของพรรคส้มที่ไม่สามารถหลีกหนี “สัจธรรม“ ของการเมืองได้ 

.

ในฐานะที่ผมเคยเป็น

.

”ผู้สนับสนุน“ พรรคส้ม 

“โหวตเตอร์” พรรคส้ม

.

ด้อมส้มแก่ (หัวใจหนุ่ม) ที่เคยเชียร์พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และสะดุดกึกที่ “พรรคประชาชน”

.

พรรคที่ถูกยุบ แต่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อพรรคเท่านั้น “อุดมการณ์“ กลับถูกเปลี่ยนไปพร้อมกับชื่อพรรคเสียด้วย

.

เริ่มต้นจากพรรค “อนาคตใหม่” ที่อุดมการณ์ท้าทายระบบ ด้วยสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ยกเลิก ม.112 

.

สร้างแกนนำคนรุ่นใหม่ ประสบความสำเร็จได้ ส.ส. 81 คน ในปี 2562

.

แต่แล้ว “บรรดาแกนนำ 3 นิ้ว” ต้องแตกกระเจิง ถูกดำเนินคดีพาเหรดกันขึ้นศาล เข้าคุก สิ้นอิสรภาพ จรลีลี้ภัยไปต่างประเทศ

.

เมื่อถูกยุบพรรคเป็นพรรค “ก้าวไกล“ ปลุกกระแสการเมืองใหม่ด้วยสโลแกน “มีลุง ไม่มีเรา”

.

สร้างวาทกรรมบาดลึก “ทหารมีไว้ทำไม?”

.

อาศัยกระแสคนเบื่อลุงที่ครองอำนาจมา 8 ปี

.

จนคนไทยเฮโลกันลงคะแนนตามกระแส ได้จำนวน ส.ส. หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกในการเลือกตั้งปี 2566

.

พรรคส้มบวมขึ้น ได้ ส.ส. มากถึง 151 คน

.

แล้วปัจจุบัน พรรคก้าวไกลถูกยุบอีกครั้ง เปลี่ยนชื่อเป็นพรรค “ประชาชน”

.

เหล่า “ชนชั้นบริหาร” ของพรรคส้มนำโดยธนาธร เริ่มใช้ “การเมือง” นำ “อุดมการณ์” ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

.

ออกสโลแกนสร้างวาทกรรม “มีส้ม ไม่มีเทา”

.

หัวหน้าเท้งสำทับให้นิยามว่า “ไม่ร่วมจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเทา”

.

โดยให้คำจำกัดความของพรรคเทาว่า 

.

“พรรคไหนที่ไม่ประกาศให้ชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใครตั้งแต่ประชาชนยังไม่เข้าคูหา พรรคที่บอกเก็บไว้ก่อน เคารพเสียงประชาชน ไว้หลังเลือกตั้งค่อยว่ากัน“

.

นั่นแหละคือ “พรรคเทา”

.

และยกระดับพรรคส้มขึ้นเป็น “พระเอกผู้ปราบเทา“ ผลักไสไล่พรรคอื่นเป็น “ผู้ร้ายสีเทา”

.

เพื่อให้ประชาชนต้องเลือก พระเอก มากกว่า ผู้ร้าย อยู่แล้ว

.

เป้าหมายอุดมการณ์มุ่งตรงไปที่ ”ต้องเป็นรัฐบาลให้ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า“ เท่านั้น

.

โดยเลือกพรรคส้มให้เกิน 250 ที่นั่ง เป็นพระเอกพรรคเดียวเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ให้มีพรรคผู้ร้ายสีเทามาผสม

.

พรรคส้มบีบเส้นทางตัวเองเพื่อเข้าสู่วงจรอำนาจ

.

ด้วยการ กีดกัน แย่งชิง ผูกขาดตัดตอน ริดรอนสิทธิของพรรคอื่นๆ เหมาว่าเป็นเทา เป็นพรรคการเมืองแบบเก่า

.

วลีของธนาธรที่ชี้ว่า ”พรรคอื่นได้เป็นรัฐบาลหมดแล้ว เหลือพรรคส้มที่ยังไม่เคยได้เป็นรัฐบาลอยู่พรรคเดียว จึงสมควรจะให้โอกาสพรรรคส้ม“

.

กลายเป็นว่าบัดนี้ ธนาธรต้องใช้ “อุดมการณ์ทางลัด“ แทนอุดมการณ์ที่แท้จริงในยุคเริ่มต้น

.

สะท้อนออกมาอย่างแจ่มชัดในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ 

.

อุดมการณ์ของพรรคส้มโบยบินไปพร้อมกับกาลเวลาที่ผ่านไป

.

การตกขบวนแล้วขบวนเล่า พรรคส้มไม่ได้เป็นรัฐบาลเสียที ไม่ได้เกิดจากประชาชนไม่ให้โอกาสพรรคส้ม

.

คะแนนมากถึง 14 ล้านเสียง ได้จำนวน ส.ส. มากสุดเป็นอันดับหนึ่ง

.

มันเป็นการไม่ให้โอกาสพรรคส้มของธนาธรตรงไหน?

.

ทั้งที่ประชาชนมีหน้าที่แค่ไปกาบัตรในวันเลือกตั้งเท่านั้น 

.

ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพรรคส้ม หรือธนาธร ในการแย่งชิงอำนาจรัฐตามระบอบประชาธิปไตยหลังผลคะแนนออก

.

เพียงแต่ธนาธร และพรรคส้มทำไม่ได้เอง

.

ยิ่งในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พรรคส้มกลับบีบเส้นทางของตัวเองให้แคบลงไปอีก

.

ด้วยบทที่ตั้งตัวเองเป็น ”พระเอก“ คนเดียว และพรรคอื่นเป็นผู้ร้ายเสียหมด

.

เมื่อกาลเวลาผ่านมา ทำให้เรามองเห็นแล้วว่า

.

”บรรดาหนุ่มสาวก้าวออกมาเผชิญโลกกว้าง ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกไปในสิ่งที่ตัวเองฝัน

.

เวลาผ่านไป หนุ่มสาวเหล่านั้นได้พบกับความจริงที่ว่า

.

Must Read

Related News

- Advertisement -