พงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์น้ำป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า หลังเห็นข่าวน้ำป่าน่านในปีนี้ ตัดสินใจว่าจะไม่บริจาคหรือให้ความช่วยเหลือกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวอีก ไม่ว่าจะเป็นน่านหรือเชียงราย
พงศ์พรหมระบุว่า มองว่าสาเหตุสำคัญของปัญหาอยู่ที่ “การตัดป่า” และ “การรุกลำน้ำ” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าป่าน่านถูกทำลายเป็นจำนวนมากตลอดช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องผ่านรัฐบาลหลายยุค
เจ้าตัวยังกล่าวถึงช่วงหลังการรัฐประหารว่า เคยคาดหวังว่าสถานการณ์การทำลายป่าจะดีขึ้น แต่กลับมองว่าปัญหายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะจังหวัดน่าน แต่รวมถึงเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา
พงศ์พรหมระบุว่า ปัญหาการทำลายป่าภาคเหนือเกิดขึ้นจากหลายฝ่าย ทั้งนักการเมืองทุกพรรค บุคคลบางกลุ่ม รวมถึงเจ้าหน้าที่บางส่วน พร้อมกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่า แหล่งต้นน้ำ และระบบนิเวศในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การทำงานของภาครัฐ โดยระบุว่ารัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา รวมถึงรัฐบาลที่มีแนวนโยบายและฐานเสียงในภาคเหนือ ไม่สามารถแก้ปัญหาการตัดป่าได้อย่างจริงจัง พร้อมอ้างว่าประเทศไทยสูญเสียพื้นที่ป่าประมาณ 500,000 ไร่ต่อปี
เจ้าตัวเชื่อมโยงปัญหาน้ำป่าที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับการทำลายป่าในพื้นที่สูง พร้อมระบุว่า จากการพูดคุยกับคนในท้องถิ่น มีบางส่วนมองว่าการใช้ประโยชน์จากพื้นที่เป็นสิทธิของตนเอง ขณะที่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทย กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตัดป่า
พงศ์พรหมยังย้อนถึงการรณรงค์ต่อต้านการตัดป่าน่านที่เคยทำร่วมกับเพื่อน ๆ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ในจังหวัดน่านเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยระบุชื่อ Anunta Intra-aksorn และ Ace Thanaboon Somboon ว่าเป็นผู้ที่เคยร่วมรณรงค์ในประเด็นดังกล่าว
อีกประเด็นที่เจ้าตัวตั้งคำถามคือการนำเสนอภาพการท่องเที่ยวจังหวัดน่านบนโซเชียลมีเดีย โดยวิจารณ์อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวบางรายที่นำภาพภูเขาซึ่งถูกตัดป่าไปแล้วมาใช้เป็นฉากหลังในการสร้างคอนเทนต์ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่รู้สึกเศร้าหรือกังวลกับสภาพพื้นที่ดังกล่าว
พงศ์พรหมระบุว่า หลังจากพยายามผลักดันเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน สุดท้ายเกิดความรู้สึกว่า “ช่างแม่งเหอะ!!!” หากคนในพื้นที่จำนวนมากยังปล่อยให้มีการตัดป่า หากคนในจังหวัดไม่สามารถรักษาทรัพยากรของตัวเองได้ หากหน่วยงานรัฐไม่สามารถจัดการปัญหาได้ และหากสังคมยังมองภาพภูเขาที่ถูกทำลายเป็นเพียงฉากสำหรับการท่องเที่ยว
เจ้าตัวจึงตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า
“แล้วผมจะเป็นห่วงพื้นที่ตรงนั้นของประเทศของผมทำไม?”
ทั้งนี้ ข้อความทั้งหมดเป็นความคิดเห็นและข้อกล่าวอ้างของพงศ์พรหม ยามะรัต ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อปัญหาการจัดการป่าไม้และน้ำท่วมในภาคเหนือ
#ThePoint #NewsThePoint #พงศ์พรหมยามะรัต #น่าน #น้ำท่วมน่าน #น้ำป่า #ป่าไม้ #ตัดป่า #เชียงราย #เชียงใหม่ #พะเยา #สิ่งแวดล้อม #ภาคเหนือ

