นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอแนวทางให้ภาครัฐใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตลาดให้กับสินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Made in Thailand เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการผลักดันเป็นพิเศษ มี 3 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาและผลิตสินค้าได้เองมากขึ้น แต่ในบางส่วนยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ
นางศุภจีมองว่า หากภาครัฐสามารถสร้างตลาดผ่านการจัดซื้อจัดจ้างให้กับผู้ผลิตไทยได้ จะช่วยให้ภาคธุรกิจมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง และมีแรงจูงใจในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับมาตรฐานการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของโครงการภาครัฐ
ทั้งนี้ มาตรการ Made in Thailand ไม่ใช่นโยบายที่เพิ่งเริ่มต้น โดยมีการนำมาใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมาตั้งแต่ปี 2564 สิ่งที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการ และกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้การใช้จ่ายของภาครัฐสามารถสร้างประโยชน์กลับสู่ผู้ผลิตในประเทศได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมสินค้าไทยจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการรักษามาตรฐาน คุณภาพ ราคา และความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยไม่ควรสนับสนุนสินค้าในประเทศโดยละเลยประสิทธิภาพหรือความคุ้มค่าของงบประมาณ
ขณะเดียวกัน นางศุภจีเตรียมหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ รอบใหม่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อติดตามประเด็นด้านภาษีและความตกลงทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย
การผลักดัน Made in Thailand จึงเป็นอีกแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการใช้เพื่อสร้างตลาดภายในประเทศให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าในระยะยาว
#ThePoint #NewsThePoint #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #กระทรวงพาณิชย์ #MadeInThailand #สินค้าไทย #อุตสาหกรรมไทย #ระบบราง #เครื่องมือแพทย์ #อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ #เศรษฐกิจไทย

