หน้าแรกข่าวเด่น"สู้อีกสักตั้ง!" ส.ว.นันทนา นำทีมล่าชื่อสอย กกต. ย้ำเลือกตั้งต้องโมฆะ ห่วงปชช.อกสั่นขวัญแขวน

“สู้อีกสักตั้ง!” ส.ว.นันทนา นำทีมล่าชื่อสอย กกต. ย้ำเลือกตั้งต้องโมฆะ ห่วงปชช.อกสั่นขวัญแขวน

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. กรณีขอให้วุฒิสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยนายภัทรพงศ์กล่าวว่า มีข้อกังขาว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงคนไทยตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการโกงมากกว่าปี 2500 ด้วยซ้ำ ตนจึงมายื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา ซึ่งหนทางที่พวกตนพยายามทำ คือ การไปร้องต่อหน่วยงานต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องกับ ส.ว. ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นต่างๆ แต่ไม่เคยสำเร็จ

วันนี้มีข้อกังวลที่หนักอึ้งในหัวใจที่รู้สึกแปลกๆ ว่าหากไม่พยายามจะสกัด คือหาก กกต. มีการรับรอง ส.ส. ที่มีที่มาสกปรกไม่ต่างกับ ส.ว.เสียงส่วนใหญ่ในขณะนี้ ช่องทางที่ขณะนี้คิดว่าน่าจะรวดเร็วที่สุด คือ ส.ว. รวมเสียงกัน 20 คน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และเป็นความลับตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ หวังว่า ส.ว. ฝ่ายอิสระจะสามารถรวมเสียงกันได้ 20 เสียง เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

“ฝากไปถึง ส.ว.ส่วนใหญ่ วันนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของตัวเอง หากท่านยังมีความเป็นข้าราชการทางการเมือง เพราะท่านเคยอ้างประชาชนหลายครั้งในการอภิปรายว่า ถ้าจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ สักครั้ง ครั้งนี้มาร่วมลงชื่อกับอาจารย์นันทนา ผมหวังอยากจะเห็นอย่างนั้น” นายภัทรพงศ์กล่าว

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชนกล่าวว่า คิวอาร์หรือบาร์โค้ดไม่ควรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง เพราะทำให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัย และส่วนตัวมองว่าการแถลงข่าวแต่ละครั้งของ กกต.ก็เป็นเหมือนเป็นการแถมากกว่า ซึ่งการที่ กกต.บอกว่าสามารถป้องกันการปลอมแปลงบัตรได้ จึงอยากจะถามว่าบัตรเขย่งมาจากไหน เยอะจนจะได้แชมป์โลก หากมีการแข่งขันโอลิมปิก เรื่องบัตรเขย่ง เชื่อว่าหากส่ง กกต.ชุดนี้ไปเป็นโค้ชรับรองว่าประเทศไทยได้เป็นแชมป์แน่นอน พร้อมตั้งคำถามว่าขณะนี้ผลการเลือกตั้งมีแค่ 94% อีก 6% ไว้เกลี่ยให้ลงตัวหรือไม่

ด้าน น.ส.นันทนากล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในการไทย นับจากปี 2500 เป็นต้นมา นอกจากสกปรกเลอะเทอะแล้ว การจัดการก็ยังสกปรกไม่เป็นระบบ มีบัตรเขย่งรวมถึงมีการทำคะแนนที่ยาวนาน เรายังไม่สามารถทราบได้ว่าผลการเลือกตั้งที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่ทางซีกพรรคการเมืองที่เขาได้เสียงข้างมาก ก็ไปจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว ทั้งที่ผลการเลือกตั้งยังมีปัญหา จากที่ทราบขณะนี้มีกรณีที่ไม่ปกติมาร้องเรียนที่ กกต.ถึง 5,000 คดี ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์

อีกทั้งการนับคะแนนยังไม่เรียบร้อย มีบัตรเขย่ง มีปัญหาการซื้อเสียงทั่วราชอาณาจักร กกต. จับไม่ได้แม้แต่รายเดียว จึงเป็นการเลือกตั้งที่เละเทะที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งยังมีปัญหาในเรื่องของการนับคะแนนมากมายที่ไม่ตรงกัน ยอดของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกับยอดของคะแนนที่ผู้ได้รับคะแนนนั้น ได้รับสูงกว่าผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นไปได้อย่างไร นั่นคือการเติมบัตรเข้าไป

น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า ในกรณีที่หนักสาหัสที่สุดคือกรณีบาร์โค้ด ถ้าทำเพื่อที่จะรักษาความถูกต้องตรวจสอบว่าเป็นบัตรปลอมหรือไม่ เขาจะไม่ทำ 1 ต่อ 1 แต่จะทำเป็นเล่ม บาร์โค้ด 1 ชุดต่อ 1 เล่ม 20 ใบ เลขท้ายที่อยู่ในบัตรเราสแกนออกมาจะตรงกัน 20 ใบ หมายความว่ามาจากเล่มเดียวกัน ก็ตรวจสอบได้ว่าบัตรไม่ปลอม แต่การทำบาร์โค้ดให้ตรง 1 ต่อ 1 จะทราบทันทีว่าคนที่กาเลือกใคร เป็นสิ่งของผู้เลือกไม่ควรรู้ว่าเขาเลือกใคร ขัดกับรัฐธรรมนูญ และยังขัดกับหลักปฏิญญาสิทธิมนุษยชนข้อ 20 (3) การเลือกตั้งต้องเป็นความลับเฉพาะผู้ที่ใช้สิทธิเลือกเท่านั้น ผิดทั้งหลักสากลและรัฐธรรมนูญ

นี่คือปัญหาว่าทำไมเราจึงปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้ เพราะตราบใดที่บาร์โค้ดยังปรากฏอยู่ที่ในบัตรเลือกตั้งของเรา เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าใครจะไปสแกนบัตรเลือกตั้งของเรา แล้วตรวจกับต้นฉบับซึ่งเก็บอยู่ที่เดียวกัน ตามระเบียบของ กกต. ข้อ 183 บอกว่า บัตรเลือกตั้งกับต้นขั้วเก็บอยู่ที่เดียวกัน และจะไม่เจอกันได้อย่างไร เมื่อเจอกันแล้วหายนะจะเกิดตรงที่เมื่อมีคนเข้าถึงว่าเราเลือกใคร อาจจะมีใครบางคนที่เดินไปเคาะประตูบ้านแล้วบอกว่า รู้นะว่าคุณเลือกใคร ฉะนั้น พฤติกรรมการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปหมด บัตรเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นอันตรายที่สุด

ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะ และทำลายบัตรเลือกตั้งชุดนี้ไม่ให้เหลือซาก เพราะคนเลือกตั้งกำลังอกสั่นขวัญแขวน ทำไปแล้วมีคนรับรู้และมีผลต่อชีวิตอย่างไร ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนและและเอกสิทธิ์ของประชาชนถูกทำลายไป

เมื่อถามว่าจะใช้เวลาเข้าชื่อและยื่นต่อประธานวุฒิสภาได้ภายในเวลาเท่าใด น.ส.นันทนากล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ตนขอเรียกร้อง ส.ว.อิสระ ส.ว.เสียงข้างน้อยให้เห็นแก่อนาคตของประเทศและการเมืองไทย ให้ร่วมลงชื่อดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าเป็นประเด็นสำคัญ เพราะกรณีที่สามารถตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถลงคะแนนเลือกบุคคลใดจะทำให้เกิดความเดือดร้อนได้ อย่างไรก็ดีตนคาดหวังว่านายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความเป็นกลาง

“หากมีพรรคการเมืองที่เข้าถึงชุดข้อมูลของการเลือกตั้งได้ จะสามารถคุมเลือกตั้งในประเทศได้ทุกระดับ ทั้งส.ส. ส.ว. อบต. เทศบาล เพราะสามารถรู้ได้ว่าใครเลือกอย่างไร ซึ่งจะทำให้ผลเลือกตั้งมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้น จะพยายามเร่งรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด ส่วนที่กรณีที่การเข้าชื่อ รวมถึงยื่นศาลรัฐธรมนูญ แต่การวินิจฉัยไม่ทันก่อนที่ กกต.รับรองผลเลือกตั้งนั้น มองว่าไม่เป็นไรเพราะหากผลพิจารณาว่าจัดการเลือกตั้งไม่ชอบ จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” น.ส.นันทนากล่าว

เมื่อถามว่ากรณีข้อครหาของการเลือกตั้งหาก กกต.เร่งรับรองผลก่อนมีคำตัดสินจะมีผลกระทบตามมาอย่างไรต่อสภา หรือการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.นันทนากล่าวว่า กรณีที่พรรคที่ได้อันดับหนึ่ง เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นการชิงความได้เปรียบ ซึ่งตามมารยาทควรรอให้ กกต. มีข้อยุติและประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก่อน แต่ขณะนี้คะแนนยังไม่นิ่ง ประชาชนมีข้อสงสัย อีกทั้งคะแนนยังประกาศไม่ได้ การเร่งรัดชิงจัดตั้งรัฐบาลทำให้คิดได้ว่าเป็นกระบวนการสมคบคิดกันหรือไม่ จึงอยากได้คำตอบจาก กกต. และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการรับหนังสือและตอบคำถามสื่อมวลชน น.ส.นันทนา และคณะ ได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ชู 2 นิ้ว เป็นสัญลักษณ์วิคตอรี่ พร้อมระบุว่า “สู้อีกสักตั้ง” ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น เมื่อ ส.ค.68 น.ส.นันทนาได้พยายามเข้าชื่อกันเพื่อส่งศาลรัฐฐธรรมนูญ ให้ถอดถอน ส.ว. 136 คน เพื่อยุติกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระ เนื่องจากที่มีประเด็นถูกตรวจสอบที่มาจากการเลือกกันเองที่ไม่สุจริต หรือมาโดยกระบวนการฮั้ว แต่ไม่สำเร็จเพราะมี ส.ว.ร่วมลงชื่อไม่ถึง 1 ใน 10

_____________

#Newsthepoint

#สวนันทนา #ทนายอั๋นบุรีรัมย์ #เลือกตั้ง2569 #เลือกตั้งโมฆะ

Must Read

Related News

- Advertisement -