เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า อดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบโต้นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ถึงกรณีที่โดนแจ้งความ ข้อหาหมิ่นประมาท ที่ สน.ทองหล่อ โดยระบุว่า
ตนต้องการชี้แจงและตอบโต้คุณช่อ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของการเป็นนักการเมือง เรื่องสิทธิ์การแจ้งความเป็นของคุณช่อ แต่ตนมองว่าไม่ควรใช้วิธีการการเมืองแบบเก่าๆ มาสกัดคนเห็นต่าง ถ้าคนอย่างตนโดนแจ้งความ ตนว่าเมืองไทยอยู่กันไม่ได้ มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าตนเป็นกลาง ตนไม่ใช่แฟนพรรคใดพรรคหนึ่ง ไม่ว่าพรรคประชาชนจะทำอะไร อย่างการต่อสู้สแกมเมอร์ ตนสนับสนุน แต่ถ้าอะไรไม่ดี ตนมีสิทธิ์วิจารณ์ได้
อย่างกรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ขู่จะฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก ตนมองว่าต้องไม่ใช้วิธีนี้ปิดปาก เป็นวิธีของนักการเมืองแบบเก่า บ้านเมืองเราต้องรบกับหลายเรื่องเราต้องช่วยกัน ติอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งสำคัญของการแถลงครั้งนี้
เมื่อถามว่า ข้อความของนางสาวพรรณิการ์ ที่ตกเป็นประเด็นและมีการแชร์อยู่นั้น ไม่ได้มีอยู่จริง นายพงศ์พรหมกล่าวว่า ในรายการ พูดคำว่าถ้าจะรบ ไหนแผนการเตรียมความพร้อมการรบ รบเบ็ดเสร็จจบๆ ไป คือรบถึงไหน รบถึงพนมดงรัก หรือพนมเปญ จะรบเท่าไหร่ 10 โล หรือ 20 โล ตกลงจะยังไง จากประโยคนี้ตนมองว่า คุณช่อมีตำแหน่งใหญ่โตอยู่ในสภาฯ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนมองว่าเป็นจิตสำนึก ไม่ควรพูดในรายการ ขณะที่กำลังเกิดสถานการณ์คุกรุ่นระหว่างประเทศ และขอฝากถึงคุณช่อว่า สิ่งที่คุณช่อพูดมันตีความได้ 2 แบบ พูดเป็นตัวอย่างก็ได้ พูดด้วยเจตนาก็ได้ สิ่งที่คุณช่อควรทำคือการแถลงชี้แจง ส่วนตนเป็นประชาชนมีสิทธิ์ท้วงติง ตนเชื่อว่าไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้
สำหรับประโยคที่ตนโพสต์ว่า เอาศีรษะไว้คั่นหู เอาปากไว้คั่นคาง หมายความว่า คุณช่อพูดโดยการคิดตามน้อยเกินไป หรือถ้าพูดตรงๆ เรียกว่าพูดไม่คิด ตนไม่ได้บอกว่าคุณช่อขายชาติ ตนเชื่อเสมอว่าทุกพรรคแม้กระทั่งพรรคประชาชนและคุณช่อ รักชาติ
นายพงศ์พรหม ยังได้หยิบยก บางโพสต์ข้อความในอดีตจากโซเชียลของตนเองว่าที่ผ่านมากล่าวชื่นชม สส.จากพรรคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นนางสาวรักชนก ศรีนอก, นายรังสิมันต์ โรม และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งนายพงศ์พรหม ก็ถามว่า ถ้าตนเป็น IO ทหาร ตนจะเชียร์แบบนี้หรือไม่ เหมือนที่คุณช่อ กล่าวหาเหมาสุ่มประชาชนธรรมดาแบบตน แล้วไปแจ้งความ ตนต้องการสื่อสารถึงคุณช่อว่า อย่ามารังควานคนตรงกลางแบบตน
นอกจากนี้นายพงศ์พรหม ได้ยกคำพูดของนางสาวพรรณิการ์ ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่งก่อนเข้าไปแจ้งความว่าถึงขบวนการที่จงใจดิสเครดิตพรรคประชาชน โดยนายพงศ์พรหม มองว่า ตนทราบว่าในรายการนี้ไม่ได้มีระบุชื่อตน แต่คุณช่อให้สัมภาษณ์หลังแจ้งความไม่นาน คุณช่อยื่นเอกสารที่เห็นชื่อนายพงศ์พรหม แล้วคุณช่อไปให้สัมภาษณ์ว่านี่คือขบวนการดิสเครดิตพรรคประชาชน และขบวนการที่เกี่ยวข้องทุนเทา ของฮุนเซน ตนขอถามกลับว่า ตนเป็นทุนเทา เป็นสแกมเมอร์จริงหรือเปล่า คนที่ฟังคุณสัมภาษณ์จะคิดถึงตนยังไง นี่คือการใช้สื่อที่เหนือกว่ามาโฆษณาบางอย่าง
นายพงศ์พรหม ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ในส่วนของคลิปที่เป็นปัญหาอยู่ เมื่อตนกลับไปฟังคลิปเต็มอีกครั้งหนึ่ง ตนยังคิดเหมือนเดิม คุณช่อไม่ควรพูดเรื่องสุ่มเสี่ยงในที่สาธารณะ และคุณช่อควรแถลงข่าว เจตนาคืออะไร ตนพร้อมจะเข้าใจ และยุติกัน รวมถึงทุกคนที่คิดในแบบเดียวกับตน ไม่ใช่พูดว่าบิดเบือน ตนยืนยันว่าไม่มีเจตนาบิดเบือนใคร
_____________
#Newsthepoint
#พงศ์พรหม #ช่อพรรณิการ์
#IOทหาร #คณะก้าวหน้า

