เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 จากกรณีสื่อได้เผยแพร่ข่าวอาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม ที่พูดถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ร้านอาหาร หรือ ร้านที่ลักลอบเปิดเป็นผับ ย่านลาดพร้าว จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น ว่า “ถ้าเอาตามความเป็นจริง มันก็จริงว่าจะไปเยียวยาทำไม เพราะว่าเป็นคนไปเที่ยว คนที่เยียวยาควรจะเป็นร้าน ควรจะเป็นเจ้าของร้าน เจ้าของกิจการเป็นคนเยียวยา”
“เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจะเอาอะไรที่เป็นภาพรวมของประเทศไปใช้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่ไปสรรหาเสียเงิน ไปสรรหามอมเมาตัวเอง ไปสรรหาให้ตัวเองขาดสติ เดินไปสู่ความประมาท แล้วสถานที่นั้นพระพุทธเจ้าเรียกว่า สถานที่อโคจร อโคจรคือไม่ควรจะไป ไปทางเสื่อมที่เสื่อม”
หลังจากนั้น เพจ บันทึกนักเรียนแปล ได้แชร์โพสต์ข่าวดังกล่าวพร้อมให้ความคิดเห็นว่า เราสามารถพูดถึงผู้เสียชีวิตซึ่งไม่ได้ทำผิดอะไรโดยการใช้คำพูดที่ดีกว่า “ที่ไปสรรหาเสียเงิน ไปสรรหามอมเมาตัวเอง ไปสรรหาให้ตัวเองขาดสติ เดินไปสู่ความประมาท” ได้นะคะ คลั่งศาสนาให้น้อยลง เพิ่มความเป็นคนให้มากขึ้นค่ะ
ต่อมา เจี๊ยบ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้แชร์โพสต์ต่อจากเพจดังกล่าว โดยระบุว่า ดิฉันมองอุบัติภัยนี้ว่าเป็นภัยสาธารณะที่รัฐพิจารณาให้การเยียวยาผู้เสียหายร่วมกับเจ้าของกิจการได้
และอุบัติภัยไม่ว่าจะเกิดในสถานปฎิบัติธรรมหรือในสถานบันเทิง ก็ควรได้รับการเยียวยาด้วยมาตรฐานเดียวกัน
เราไปตัดสินพฤติกรรมบุคคลจากการที่ใครจะเลือกสันทนาการรูปแบบใดไม่ได้ โดยเฉพาะหากเป็นสถานบันเทิงถูกกฎหมายที่
1. รัฐเป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ
2. นำส่งภาษีเข้าเป็นรายได้รัฐ
3. รัฐเป็นผู้ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย ล่าสุดสถานบันเทิงที่เป็นข่าวก็ผ่านการตรวจสอบไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
สิ่งที่สนใจคือ เจ้าหน้าที่รัฐเก็บส่วยให้เปิดเกินเวลาหรือไม่ การกำกับดูแลให้ประกอบกิจการเป็นไปตามใบอนุญาต และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐทำอย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน
____________
ที่มา https://www.facebook.com/share/p/1PuFv2XahS/?mibextid=wwXIfr
#Newsthepoint
#เจี๊ยบอมรัตน์ #อาจารย์เบียร์ฅนตื่นธรรม #ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว #เยียวยาไฟไหม้

