หน้าแรกข่าวเด่นใครคอนเฟิร์มว่าไม่ขึ้นกลางคืน? “ณัฏฐา” ป้อง พิพัฒน์ไม่ได้โกหก ชี้สงครามเอี่ยวน้ำมัน รัฐต้องยืดหยุ่นสู้ศึก

ใครคอนเฟิร์มว่าไม่ขึ้นกลางคืน? “ณัฏฐา” ป้อง พิพัฒน์ไม่ได้โกหก ชี้สงครามเอี่ยวน้ำมัน รัฐต้องยืดหยุ่นสู้ศึก

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2569  ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวันว่า การปรับรูปแบบการแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้การสื่อสารของรัฐ เล่าความจริง อย่างตรงไปตรงมา และเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนและสื่อมวลชนมากขึ้น โดย ศบก. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล ถ่ายทอดสถานการณ์จริง ควบคู่กับการอธิบายให้เข้าใจง่ายในทุกมิติหัวใจสำคัญของการแถลงครั้งนี้ คือ แนวคิด ยืนระยะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำไว้ก่อนหน้านี้ โดยหมายถึงการที่ประเทศไทยต้องสามารถ ยืนหยัด ผ่านวิกฤตในระยะยาวให้ได้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมเปรียบเทียบว่า วิกฤตครั้งนี้เหมือนการวิ่งมาราธอน ที่ต้องมีการบริหารพลังงานและทรัพยากรอย่างรอบคอบ แตกต่างจากการวิ่งระยะสั้นที่สามารถใช้กำลังทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้น รัฐบาลกำลังวิ่งไปพร้อมกับประชาชนทั้งประเทศ และต้องพาทุกคนไปถึงเส้นชัยให้ได้ โดยมาตรการต่างๆ จะให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีกำลังน้อยหรือเปราะบางเป็นอันดับแรก

น.ส.ณัฏฐา ยังเปิดเผยถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ยกระดับความตึงเครียด เพราะช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด มีข้อจำกัดในการเดินเรือ โดยบางประเทศได้รับอนุญาตให้ผ่านเส้นทางดังกล่าว และบางประเทศถูกห้ามผ่าน

ขณะที่ช่องแคบบาบเอลมันเดบในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของภูมิภาคกำลังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ไทยยังสามารถใช้ช่องทางการทูตเจรจาให้เรือไทยผ่านได้ แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ส่งผลให้ต้องมีการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งกระทรวงพลังงาน มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ หรือสถานการณ์สมมติ 3 แบบ รองรับสถานการณ์ โดยระดับที่ 1 เริ่มได้รับผลกระทบ แต่ยังไม่รุนแรง การขนส่งน้ำมันอาจล่าช้าและมีปริมาณลดลง

ระดับที่ 2 หากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุสต่อเนื่องเกิน 1 เดือน แต่ยังสามารถนำเข้าน้ำมันดิบได้บางส่วน และโรงกลั่นในประเทศยังปรับตัวรองรับได้

ระดับที่ 3 ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้เลย ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ปิดช่องแคบทั้งหมดเลยช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบบาบเอลมันเดบ ถือเป็นสถานการณ์รุนแรงสูงสุด

น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า โดยสถานะน้ำมันสถานการณ์ปัจจุบันของไทยอยู่ในระยะ 2 ที่จะเข้าสู่ระดับ 2.2 คือ ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายภายใน 1 เดือน มีการจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่น ๆ ซึ่งระดับนี้อาจจะขึ้นไปถึงระดับ 3 ได้หากการสู้รบอยู่ในสถานการณ์ที่รุนแรง ขณะนี้โรงกลั่นใช้กำลังผลิตตั้งแต่ 109 ถึง 110 % ใช้กำลังเกินกว่าที่โรงกลั่นใช้อยู่ และจำกัดการส่งออกอยู่ในความจำเป็นในการใช้ ซึ่งมาตรการ คือ การสนับสนุนให้ Work From Home ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาขยับมาตรการ เผื่อหากมีการยกระดับขึ้นเป็นระดับที่ 3 ซึ่งกระทรวงพลังงานมีแผนเตรียมพร้อมแล้วหากสถานการณ์ยกสู่ระดับ 3 ไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ประชาชนสบายใจได้ในระดับหนึ่ง

น.ส.ณัฏฐา ยังกล่าวถึงน้ำมันดีเซลบี 20 ว่าใช้ได้กับรถยนต์ที่ผู้ผลิตรถยนต์ให้การรับรองเท่านั้น หากรถยนต์คันใดที่ยังไม่ได้ผลิตให้ใช้ ก็อย่าเติม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรถบรรทุก และรถกระบะ ประชาชนสามารถตรวจสอบรุ่นรถยนต์ได้ ในเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน หากรถคันไหนใช้บี 20 ได้ ขอให้มั่นใจคุณภาพมาตรฐานปี 20 ในประเทศไทยว่ามีคุณภาพในระดับที่ได้มาตรฐาน เติมได้รถไม่เสียแน่นอน

เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความเสี่ยงมากขึ้น ประเทศต่างๆก็มีการยกระดับมาตรการในการดูแลประชาชน เช่นเกาหลีใต้ มีมาตรการจำกัดการใช้รถยนต์ห้าวันต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับภาคราชการ คิดว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 3,000 บาเรลต่อวัน และมีการเวิร์คฟอร์มโฮมมีการเข้างานแบบเหลื่อมเวลา พร้อม เพราะมีนโยบายใช้กับประชาชนอีก 12 ข้อ เช่น ให้ประชาชนขับรถแบบ 5 วัน เว้นวันตามเลขทะเบียน ระยะทางไกลให้ใช้จักรยานหรือเดิน ปรับอุณหภูมิแอร์ในที่ทำงาน และลดระยะเวลาอาบน้ำขออย่าลากยาว เพราะเกาหลีใต้ใช้น้ำอุ่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ศบก.เคยบอกว่า จะไม่ขึ้นราคาตอนดึก แต่เมื่อคืนวานกลับประกาศขึ้นราคา อยากทราบเหตุผลและหลักการ และหลังจากนี้ประชาชนจะเจอการประกาศกลางดึกหรือไม่ น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า ใครเป็นคอนเฟิร์มว่า จะไม่ขึ้นกลางคืน เพราะตามหลักแล้วควรจะขึ้นกลางคืน และตามหลักแล้วไม่ควรประกาศล่วงหน้า เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดหน้าปั๊ม ในอดีตอาจจะมีการบอกล่วงหน้า เพราะไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤติ บอกล่วงหน้าคนก็ไม่ได้รู้สึกว่า จำเป็นอะไรมากมายที่จะต้องไปกักตุน แต่วันนี้พูดกันตามตรงถ้าบอกล่วงหน้า เราจะเจอสถานการณ์แบบที่ผ่านๆ มา วันนี้นิว นอร์มอลอย่างหนึ่งคือ เราอาจจะเจอการขึ้นราคาน้ำมันเรื่อยๆ แบบนี้ และทุกครั้งที่ขึ้นมันจะไปช่วยลดการพยายามการกักตุน และความพยายามลักลอบส่งออกทั้งหลาย

เมื่อถามย้ำว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. เป็นผู้ระบุว่า จะไม่มีการประกาศกลางดึกอีก จะชี้แจงกับประชาชนอย่างไร น.ส.ณัฏฐา กล่าวว่า สถานการณ์เปลี่ยน มาตรการและแนวทางจำเป็นต้องเปลี่ยน ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแล้วมาตรการไม่เปลี่ยนจะมีปัญหา เชื่อว่า ณ เวลาที่นายพิพัฒน์บอกนั้น ซึ่งตนไม่ยืนยันข้อมูล เพราะจำไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้โกหก แต่วันนี้สถานการณ์ที่ 2 ช่องแคบ เกิดขึ้นในช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกประเทศยกระดับมาตรการขึ้นหมดเลย ดังนั้น ณ วันนี้เป็นต้นไป ถ้ามีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมก็ต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้า และยืนยันว่า มันจะมี แต่เราจะพยายามสื่อสารถึงเหตุและผลให้ดีที่สุด เพราะ ศบก.เชื่อว่า ประเทศเราขับเคลื่อนด้วยเหตุผลได้ และเราจะใช้สิ่งนั้นเป็นหลักในการทำงาน ข้อเท็จจริง เหตุผล และสื่อสาร แค่นี้เลย จะไม่มีอะไรหลุดจากมาตรฐานนี้นับจากวันนี้

_____________

#Newsthepoint

#ช่องแคบฮอร์มุซ #ความมั่นคงพลังงาน #น้ำมันขึ้นราคา #ศบก

Must Read

Related News

- Advertisement -