ในเกมการเมืองที่เสียงดัง แข็งกร้าว และแตกขั้วมากขึ้นทุกวัน ผู้มีอำนาจตัวจริงในโค้งสุดท้าย ไม่ใช่คนที่ตะโกนดังที่สุด แต่คือคนที่ “ควบคุมอุณหภูมิห้อง” ได้ดีที่สุด
ชื่อที่ถูกจับตาในจังหวะนี้คือ ศุภจี สุธรรมพันธุ์—ตัวแปรเชิงคุณภาพที่ พรรคภูมิใจไทย หยิบมาใช้ในสมการชัยชนะ
นี่ไม่ใช่การเมืองแบบสาดอารมณ์ แต่คือการเมืองแบบมืออาชีพ ด้วย “สามสิ่ง” ที่ทรงพลังในสนามจริง
1) ปิยวาจา: อาวุธที่ไม่ต้องยิง
ในยุคที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหนื่อยล้ากับถ้อยคำเสียดสี การสื่อสารที่สุภาพ ชัดเจน และไม่ยั่วยุ กลายเป็นของหายาก
ศุภจีไม่ได้ขายความโกรธ—เธอขาย “ความเชื่อมั่น”
ปิยวาจาไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือการคุมเกมสนทนา ทำให้คู่ขัดแย้งลดการ์ด และเปิดพื้นที่ให้เหตุผลทำงาน
ผลลัพธ์: ฐานเสียงกลางรู้สึกปลอดภัย นักธุรกิจอ่านเกมออก ข้าราชการไม่ปิดประตูคุย
2) อ่อนน้อมถ่อมตน: ความนิ่งที่ชนะใจ
การเมืองไทยแพ้ทาง “ท่าทีเหนือกว่า” มานาน
ศุภจีเลือกทางตรงข้าม—ฟังให้มาก พูดให้ตรง ทำให้เห็นว่างานมาก่อนอีโก้
ความถ่อมตนแบบนี้ไม่ใช่การลดตัว แต่คือการลดแรงต้าน
ผลลัพธ์: คนทำงานร่วมอยากทำต่อ เครือข่ายพร้อมหนุนยาว ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง
3) นักบริหารมืออาชีพ: ผลลัพธ์สำคัญกว่าสโลแกน
สุดท้าย ประชาชนถามคำถามเดียว: “ทำได้จริงไหม?”
ศุภจีมาจากโลกบริหาร—โลกที่วัดผลด้วยตัวเลข ไทม์ไลน์ และความรับผิดชอบ
นี่คือภาษาที่ตลาดเข้าใจ และเป็นภาษาที่ประเทศต้องการ
ผลลัพธ์: นโยบายไม่ลอย ระบบขับเคลื่อนเดินจริง ความเสี่ยงถูกบริหาร ไม่ใช่โยนให้โชค
ทำไมสิ่งนี้คือ “ไพ่เด็ด” ของภูมิใจไทย
• ลดแรงปะทะ ในสังคมแตกขั้ว
• ขยายฐานกลาง โดยไม่เสียฐานเดิม
• ยกระดับภาพลักษณ์ จากพรรคการเมือง → ทีมบริหารประเทศ
ในโค้งสุดท้าย การเมืองไม่ต้องการคนเสียงดังเพิ่ม แต่ต้องการ “คนคุมพวงมาลัย”
และในสมการนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ คือคำตอบเชิงคุณภาพที่อ่านเกมออก—นิ่ง สุภาพ และทำงานเป็น
บทความโดย ทีมข่าวการเมือง
_____________
#Newsthepoint
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ภูมิใจไทย #เลือกตั้ง69

