เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเคยส่งผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 ที่ล่าสุดถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคดีข่มขืน ว่ายอมรับในเชิงกฎหมาย เมื่อปรากฏชัดว่ามีคำสั่งศาลฎีกา สถานะการเป็นผู้สมัคร หรือสมาชิกพรรคจะสิ้นสภาพไป ขอน้อมรับว่า เหตุการณ์นี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่พรรคประชาชนต้องนำไปทบทวนกระบวนการคัดสรรผู้สมัครให้รัดกุมขึ้น น้อมรับในประเด็นนี้ และขอเป็นตัวแทนของพรรคขอโทษเหยื่อ ที่วันนี้พิสูจน์แล้วว่า ต้องเห็นผู้กระทำผิดทำหน้าที่เป็นสมัคร สส.ที่ผ่านมา
ส่วนกรณีเลเซอร์ไอดี ไอติม พริษฐ์ ได้ชี้แจงว่า 1.พรรคไม่มีการกระทําการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนคําสั่งของกรมการปกครอง 2.พรรคไม่เคยเลเซอร์ไอดี จากใครโดยไม่ได้รับการยินยอม และไม่เคยบันทึกเลเซอร์ไอดีของใครเก็บไว้ที่พรรค 3.พรรคต้องการเชื่อมข้อมูลกับข้อมูลของกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเลเซอร์ไอดี เพื่อป้องกันไม่ให้ใครสวมสิทธิ์คนอื่นมาสมัครสมาชิกพรรค เหมือนกับที่เราเคยเชื่อมสําเร็จมาแล้วในสมัยอดีต หากอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล
4.พรรคได้ดําเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลไปแล้ว และอยู่ในช่วงขั้นตอนท้ายก่อนเสร็จสมบูรณ์
และ 5.พรรคเข้าใจข้อทักท้วงของประชาชน จึงได้นําขั้นตอนการกรอกเลเซอร์ไอดี ออกจากขั้นตอนการสมัครสมาชิกพรรคประชาชนเป็นการชั่วคราว จนกว่าการเชื่อมกับบริการข้อมูลของกรมการปกครองจะเสร็จสมบูรณ์
นายพริษฐ์ ระบุว่า การสมัครสมาชิกพรรคเป็นหน้าที่ของพรรค ที่ต้องออกแบบกระบวนการให้รัดกุม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ ซึ่งจะมีชุดข้อมูลบางอย่างที่เป็นขั้นต่ำตามระเบียบ กกต. ที่บังคับกับทุกพรรคการเมืองอยู่แล้ว แต่เพื่อให้กระบวนการรัดกุมขึ้น แต่ละพรรคก็มีการสิทธิ์ออกแบบ แม้เราจะมีการนําการกรอกเลเซอร์ไอดี ออกไปเป็นการชั่วคราว
ส่วนกรณีที่กรมการปกครอง ออกมาระบุว่า ยังไม่มีการอนุญาตให้พรรคประชาชนเก็บเลเซอร์ไอดีจะนําไปสู่คําร้องขอยื่นยุบพรรคได้หรือไม่ เนื่องจากถูกเทียบเคียงกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และทางพรรคเตรียมพร้อมอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวยืนยัน ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการดําเนินการในการตัดสินใจของพรรคประชาชนที่ผ่านมาในเรื่องนี้ ไม่มีอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ฉะนั้น ความเสี่ยงเรื่องการยุบพรรค จากการหารือกับฝ่ายกฎหมายยืนยันว่า ไม่มีความเสี่ยง เพราะไม่มีอะไรที่เราทําผิดกฎหมาย
สําหรับเรื่องการขออนุญาตกับกรมการปกครอง ไม่ได้เป็นการขออนุญาต เพื่อให้ประชาชนกรอกเลเซอร์ไอดีเข้ามา แต่ต้องขออนุญาตประชาชนผู้กรอกข้อมูล ซึ่งเรามีการขอคํายินยอมถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์พรรคและบริษัท สเปกเตอร์ ซี จํากัด นายพริษฐ์ กล่าวในนามพรรคถึงข้อกล่าวหา ว่าพรรคมีการว่าจ้างบริษัทใด เพื่อทําปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ขอยืนยันว่า ไม่เป็นข้อเท็จจริง ตามนิยามที่การทําปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่เป็นที่เข้าใจทั่วไป ซึ่งคือการสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อกระทําการบางอย่างในโซเชียลมีเดีย ที่ทําให้รู้สึกว่าประชาชนส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับพรรค หรือไม่เห็นด้วยกับพรรคอื่น หรือบิดเบือนข้อมูล ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่เคยมีการกระทํา และไม่เคยว่าจ้างบริษัทใดในการกระทำ มั่นใจว่า วิธีการที่เราทําถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ จะไม่นําไปสู่การยุบพรรคประชาชน
ส่วนในรายละเอียดเป็นหน้าที่ของ บริษัท สเปกเตอร์ซี ที่ต้องชี้แจง การดําเนินการ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพรรค ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะมีแถลงการณ์ออกมาจากทางบริษัทเร็วๆ นี้
สําหรับกรณีมีผู้ช่วย สส.เข้าไปทํางานในสเปกเตอร์ ซี อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า พรรคยินดีให้ตรวจสอบทุกประการ ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้มีการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าพรรคมีการดําเนินการใดที่ผิดกฎหมาย หรือระเบียบ การจัดตั้งผู้ดําเนินการหรือผู้ช่วย สส.ตามระเบียบของสภา
_____________
#Newsthepoint
#SpectreC #พรรคประชาชน #ไอโอส้ม #ไอติมพริษฐ์

