ภายหลังจากที่ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดผลสอบเรื่อง “ทุจริตเครื่องออกกำลังกาย กทม.” ราคา 750,000 บาท โดยคณะกรรมการที่ผู้ว่าฯกทม. ได้แต่งตั้งมาสอบสวนนั้น สรุปว่า 20 คนไม่ผิด อีก 12 คน สั่งปรับคนละ 600 แล้วปิดคดีตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. ออกมาชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวยังไม่ถึงข้อยุติ และยังไม่มีการลงโทษตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมา โดยผลสอบสวนที่ถูกพูดถึง เป็นเพียงข้อเสนอจากคณะกรรมการสอบสวนที่ส่งขึ้นมาเท่านั้น
เมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ก.ก. และฝ่ายบริหาร เห็นว่าบทลงโทษดังกล่าวเบาเกินไป จึงให้ส่งเรื่องกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ซึ่งรับผิดชอบ ก.ก. โดยตรง ระบุเพิ่มว่า ที่ผ่านมามีการสอบสวนเป็นระยะ และ นายชัชชาติ ได้ให้สอบสวนเพิ่มเติมมาโดยตลอด ล่าสุดช่วงเดือน ก.พ. – มี.ค. ที่ผ่านมา มีการเสนอผลวินิจฉัยว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง และให้ลงโทษตัดเงินเดือน 2% แต่คณะกรรมการใหญ่ของข้าราชการกรุงเทพมหานครเห็นว่าโทษเบาเกินไป อีกทั้งยังมีข้อสงสัยในสำนวนอีกหลายประเด็น จึงให้กลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
นายชัชชาติ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป ไม่ใช่ว่าฝ่ายบริหารยอมรับผลลงโทษดังกล่าว แต่เป็นฝ่ายบริหารและ ก.ก. ที่เห็นว่า “รับไม่ได้” จึงตีกลับให้พิจารณาใหม่ พร้อมขอให้สังคมรอผลสอบสวนที่ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ กทม. ยังดำเนินการคู่ขนานกับ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจตรวจสอบที่กว้างกว่า โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะที่ กทม. สามารถดำเนินการได้ตามกรอบวินัยและระเบียบราชการเท่านั้น
“ไม่ใช่แค่ลงโทษคนผิด อันนั้นต้องทำอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีผลในการเปลี่ยนโครงสร้างของการเสนองบประมาณด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากได้รับโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง จะเดินหน้าติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่นำข้อมูลออกมา เพราะทำให้เกิดการตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงกระบวนการทำงานของ กทม. ให้ดีขึ้น
_____________
#Newsthepoint
#ชัชชาติ #ศุภณัฐมีนชัยนันท์ #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #เครื่องออกกำลังกายกทม

