เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความในหัวข้อ จากสแกมเมอร์ปล้นประชาชน ใช้นอมินีสีเทายึดเศรษฐกิจ มาสู่การใช้ “ลูกทิพย์” ปฐมบทการกลืนกินประเทศไทย โดยแจ้งเตือนภัยความมั่นคงครั้งใหญ่ ชี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับคลื่นลูกใหม่ของกลุ่มทุนสีเทาผ่านขบวนการ “ลูกทิพย์” ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของอาชญากรรมข้ามชาติ หวังกลืนชาติทางเศรษฐกิจ การเมือง และเปลี่ยนไทยเป็นถังขยะรองรับมลพิษ เผยต่างจากคลื่นย้ายถิ่นฐานในอดีตที่เข้ามาทำมาหากินสุจริตอย่างสิ้นเชิง
เปิด 3 แรงจูงใจ ‘ทุนเทาจีน’ ทำไมต้องสร้าง ‘ลูกทิพย์’
นายวิโรจน์ระบุว่า แม้ประเทศจีนจะเจริญก้าวหน้า แต่ความเหลื่อมล้ำในชนบทยังสูง ประกอบกับนโยบาย “Go Out Policy” ของรัฐบาลจีน ส่งผลให้กลุ่มทุนจีนหลั่งไหลออกนอกประเทศ โดยมีแรงจูงใจสำคัญ 3 ประการ คือ:
- เลี่ยงกฎหมายที่ดินจีน: ประเทศจีนไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินถาวร การได้สัญชาติไทยจึงเป็นการซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มั่นคงกว่า
- แก้ปัญหา “นอมินีทรยศ”: ที่ผ่านมาการจ้างคนไทยเป็นนอมินีมักเกิดปัญหาถูกคนไทยหักหลังและฮุบกิจการ
- สายเลือดคือความไว้ใจ: เปลี่ยนแผนมาสร้างนอมินีที่เป็นสัญชาติไทยแท้ผ่านทางสายเลือด เพื่อใช้ถือครองทรัพย์สินและอำพรางเงินสีเทาได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เผยกลลวงช่องโหว่กฎหมาย จัดหา “พ่อทิพย์” ปั๊มสัญชาติไทย
สำหรับโมเดลการเปลี่ยนเด็กจีนให้เป็นคนไทยตามกฎหมาย จะมีกลุ่มนายหน้าจัดหา “พ่อทิพย์” ซึ่งเป็นชายชาวไทยมารับสมอ้างจดทะเบียนเป็นพ่อของเด็กที่จะเกิด โดยอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตในพื้นที่เพื่อออกใบสูติบัตรให้เด็กได้สัญชาติไทยทันที
หลังจากนั้น แม่ชาวจีนจะพาลูกกลับไปเติบโตและเรียนหนังสือที่ประเทศจีน โดยไม่มีความผูกพันใดๆ กับประเทศไทย จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ จึงจะกลับมาแผ่นดินไทยพร้อมทุนสีเทาเพื่อทำธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์อย่างถูกกฎหมาย 100%
ชี้ 6 วิกฤตร้ายแรง หากปล่อย “ทุนเทา-ลูกทิพย์” ครองเมือง
นายวิโรจน์ระบุว่า ขบวนการนี้จะนำมาซึ่งความเสียหายต่อโครงสร้างประเทศใน 6 มิติหลัก:
- อุตสาหกรรมมลพิษ: ใช้ลูกทิพย์กว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงานสกปรก ผลักภาระมลพิษและปัญหาสุขภาพให้คนไทย
- ฟอกเงินระบบปิด: นำเงินสกปรกจากแก๊งสแกมเมอร์และพนันออนไลน์มาฟอกผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์
- ทุบตลาด SMEs ไทย: ทำธุรกิจแบบยอมขาดทุนเพื่อฟอกเงิน ตัดราคาจนผู้ประกอบการไทยรายย่อยล้มละลาย
- ระบบนิเวศศูนย์เหรียญ: ซื้อขายกันเองในกลุ่มทุนจีน ตั้งแต่โรงงาน ท่องเที่ยว ยันมหาวิทยาลัยศูนย์เหรียญ โดยที่รัฐไทยเก็บภาษีไม่ได้เลย
- แทรกซึมโครงสร้างพื้นฐาน: ไล่ซื้อหุ้นในภาคพลังงานและระบบสาธารณูปโภคสำคัญ
- แทรกซึมอำนาจรัฐ: ติดสินบนข้าราชการและอัดฉีดเงินให้นักการเมืองเพื่อซื้อเสียง หวังยึดครองอำนาจบริหารตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ
ถอดบทเรียนต่างประเทศ: กรณี “อลิซ กัว” (Alice Guo) นายวิโรจน์เน้นย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยยกตัวอย่างประเทศฟิลิปปินส์ที่เคยเกิดกรณี อลิซ กัว หญิงชาวจีนที่สวมรอยเป็นคนฟิลิปปินส์จนได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี และพบว่าพัวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งหากไทยไม่แก้ไข ในอนาคต “ลูกทิพย์” เหล่านี้จะสามารถสอบเข้ารับราชการ เป็นทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา หรือแม้แต่นายกรัฐมนตรีได้
เสนอทางออก 4 ข้อ เร่ง “กวาดบ้านตัวเอง”
นายวิโรจน์ชี้ว่า สาเหตุที่กลุ่มทุนเทาเลือกปักหมุดที่ประเทศไทย เพราะระบบกฎหมายที่หละหลวมและข้าราชการบางกลุ่มที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน จึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขเร่งด่วน ดังนี้:
- เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลรัฐ (Big Data): ผสานข้อมูลทะเบียนราษฎร ตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และข้อมูลการศึกษาเข้าด้วยกัน
- ตรวจจับความผิดปกติเชิงรุก: หากพบเด็กสัญชาติไทยที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน แต่ไม่มีประวัติการเรียนหรืออยู่อาศัยในไทย ให้ติดตามตัวมาบังคับตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์สายเลือดและเพิกถอนสัญชาติ
- ยกระดับต้านโกงมาตรฐาน OECD: สกัดกั้นข้าราชการและนักการเมืองไม่ให้ทำตัวเป็นผู้รับใช้ทุนเทา
- ร่วมมือไทย-จีนปราบปราม: ประสานงานกับรัฐบาลจีนและนานาชาติอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนและปราบปรามมาเฟียต่างชาติ
“วิกฤตลูกทิพย์และกลุ่มทุนสีเทาไม่ใช่ภัยธรรมชาติที่ป้องกันไม่ได้ แต่เกิดจากระบบที่หละหลวมและความเห็นแก่ตัวของคนเพียงกลุ่มเดียว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกซุกปัญหาไว้ใต้พรม และเริ่มกวาดบ้านตัวเองอย่างจริงจังในฐานะเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะต้องไปกวาดบ้านในฐานะทาสรับใช้ในอนาคต” นายวิโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย
____________
ที่มา https://www.facebook.com/share/p/1CnUDTXprV/
#Newsthepoint
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #ลูกทิพย์ #ทุนเทาจีน #สัญชาติทิพย์

