เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความถึงประเด็นข่าวที่ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงกรณีโครงการ ‘ข้าวแกง 2 อย่าง 40 บาท’ ของกระทรวงพาณิชย์ว่า มีผู้รีบนำโครงการไปวิพากษ์วิจารณ์และโยงเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งที่เจตนาของโครงการไม่ใช่การบังคับให้ทุกร้านขายในราคา 40 บาท แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเพื่อลดค่าครองชีพ
กรวีร์ระบุว่า แม้บางพื้นที่ยังมีร้านข้าวแกงราคา 30 บาท แต่ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ราคาข้าวแกง 50-60 บาทเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงมีเป้าหมายช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ทั้งนี้หากสุดท้ายโครงการต้องยกเลิกเพราะกระแสวิจารณ์ทางการเมือง ใครคือผู้ได้รับประโยชน์ โดยเห็นว่า ผู้ที่อาจได้คือคนที่รู้สึกชนะทางการเมือง แต่ผู้ที่เสียประโยชน์คือประชาชนที่กำลังรออีกหนึ่งทางเลือกในการลดค่าครองชีพ และเสียโอกาสที่จะได้พิสูจน์ว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยลดภาระปากท้องได้มากเพียงใด
กรวีร์ย้ำว่า การเมืองสามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และทักท้วงกันได้ แต่การตรวจสอบควรมุ่งทำให้นโยบายดีขึ้นและประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น ไม่ใช่มุ่งโจมตี เสียดสี หรือเอาชนะกันทางการเมือง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่แพ้ไม่ใช่นักการเมือง แต่คือประชาชน
จากโพสต์ข้างต้นกรณ์ จาติกวณิช ได้ระบุว่า ผมไม่เข้าใจตรรกะครับ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบวิธีการทักท้วงอย่างไร ทำไมด่าคนทักท้วง แต่ไม่ตั้งคำถามคนมีหน้าที่ทำว่า ’เลิกทำไม’?
ยิ่งหากเชื่อว่าการเลิก โครงการทำให้ชาวบ้านเสียโอกาสและยังต้องจ่ายแพงต่อไปจริง น่าจะยิ่งต้องถาม รมต. ว่าทำไมเลิก? แค่เพราะ sensitive กับเสียงวิจารณ์
หน้าที่อยู่ที่การช่วยประชาชนครับ ถ้ารัฐบาลมั่นใจจริงว่าคิดถูกก็ต้องทำต่อ แต่ถ้ายอมรับว่าที่คิดอาจไม่ใช่ ก็ต้องขอบคุณเสียงทักท้วง มีโครงการใหญ่กว่านี้อื่น ๆ อีกมากที่ควรทบทวน ถ้าพร้อมรับฟังจริงๆ น่าจะดีครับ
____________
ที่มา https://www.facebook.com/share/p/1BtVm7AN8p/
#Newsthepoint
#กรณ์จาติกวณิช #กรวีร์ปริศนานันทกุล #ข้าวแกง40บาท #ดราม่าข้าวแกง40บาท

