วันที่ 17 เม.ย.2569 หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ส่งข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลในการแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่
ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ตนเองและพรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความกังวล เพราะนอกจากความรุนแรงในระยะหลังที่ยกระดับสูงขึ้นทั้งในแง่ของปริมาณและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังพบว่าความตึงเครียดและหวาดระแวงระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ก็มีอุณหภูมิสูงขึ้น
โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ลอบยิงเพื่อน สส. จากพรรคประชาชาติเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงที่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงต่อตัวผู้บงการ
เจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของทั้งกองทัพและ กอ.รมน. แม้จะมีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี แต่ยังมีคำถามที่ประชาชนยังคงกังขา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปยังผู้บงการในการก่อเหตุครั้งนี้
ณัฐพงษ์เห็นว่า ความไม่ชัดเจนในเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับความคลุมเครือในกรณีการลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ รวมไปถึงล่าสุดคือการสื่อสารของแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้าสถานการณ์กำลังจะบานปลาย จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้มีการย้ายแม่ทัพภาคจากเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่
“ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสที่จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ในวันที่ 17 เมษายนนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรอบด้านและเปิดกว้าง ความตึงเครียดที่กำลังสุกงอมนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำประเทศจะได้ตั้งหลักและมองหาหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนี้” ณัฐพงษ์ระบุ
หัวหน้าพรรคประชาชนยังกล่าวย้ำด้วยว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของผู้นำประเทศ เพราะทุกการตัดสินใจทางการเมืองจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรีจะต้องประเมินทางเลือกต่างๆ อย่างรอบด้านและเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศชาติ
“ผมอยากให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นจริงจังกับแนวทางการเมืองที่มุ่งเน้นส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่
“รัฐบาลต้องยืนยันหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรงเป็นเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหา เพราะการมุ่งเน้นที่การใช้กำลังหรือการควบคุมความคิดของประชาชนจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น”
ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ยังกล่าวย้ำด้วยว่าความคืบหน้าของคดีการลอบสังหาร สส. กมลศักดิ์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน ในฐานะผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีนี้จะเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง
ณัฐพงษ์คาดหวังว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและสัมผัสความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังมุมมองและการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานในพื้นที่อีกด้วย
หัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤตความเชื่อมั่นในขณะนี้เพื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดรับกับทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลพลเรือนจะต้องเป็นผู้กำหนด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพและกระบวนการสันติภาพที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์
ขณะเดียวกัน ก็ต้องตอบสนองต่อข้อเสนอในขณะนี้ให้มีการยุติการปฏิบัติการข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าแพร่มลทินซึ่งทำลายบรรยากาศของการสร้างสันติภาพ
_____________
#Newsthepoint
#สันติภาพชายแดนใต้ #พรรคประชาชน #ชายแดนใต้ #ณัฐพงษ์

