หน้าแรกข่าวเด่น“สุขุมวิทโมเดล” ของชัชชาติ ยังไม่ตอบโจทย์ เมืองหลวงยังไร้ระเบียบในสายตาประชาชน

“สุขุมวิทโมเดล” ของชัชชาติ ยังไม่ตอบโจทย์ เมืองหลวงยังไร้ระเบียบในสายตาประชาชน

กรุงเทพฯ ในปี 2026 ยังมีคำถามสำคัญว่า “เมืองหลวงของประเทศ” ควรมีหน้าตาแบบไหนกันแน่ โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจอย่างสุขุมวิท สีลม อโศก หรือพร้อมพงษ์ ที่ควรเป็นภาพลักษณ์หลักของประเทศ แต่สิ่งที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากยังพบทุกวัน กลับเป็นปัญหาเดิม ๆ ที่สะสมมานาน ทั้งทางเท้าไม่เป็นระเบียบ การค้าบนฟุตบาท ขยะ สายไฟ ความแออัด รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ยังดูไม่จริงจังพอ

สิ่งที่หลายคนเรียกว่า “สุขุมวิทโมเดล” ถูกพูดถึงในฐานะความพยายามจัดระเบียบเมือง แต่ในความเป็นจริง ภาพรวมของสุขุมวิทหลายช่วงยังสะท้อนปัญหาเดิมอยู่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก กลับมีร้านค้ารุกล้ำทางเดิน คนเดินต้องลงไปเดินบนถนน ฟุตบาทหลายจุดแตก พัง ไม่เรียบ และเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง ทั้งเสา ป้าย มอเตอร์ไซค์ หรือร้านค้าเคลื่อนที่

ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจาก “ไม่มีงบประมาณ” เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงเรื่องการบริหารจัดการ และความต่อเนื่องในการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า เพราะแม้จะมีการจัดระเบียบเป็นระยะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายพื้นที่ก็กลับมาเหมือนเดิม

อีกเรื่องที่คนกรุงเทพฯ พูดกันมากขึ้น คือการปล่อยให้เกิด “เมืองสองมาตรฐาน” บางพื้นที่ถูกดูแลอย่างเข้มงวด แต่บางพื้นที่กลับปล่อยให้เกิดการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไร้ระบบ โดยเฉพาะการค้าบนทางเท้า ซึ่งมีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อทำธุรกิจ ขณะที่คนเดินเท้ากลับกลายเป็นฝ่ายเสียสิทธิ์

ในหลายประเทศเอเชีย เช่น Singapore หรือ Tokyo เมืองใหญ่สามารถมีสตรีทฟู้ดได้ มีร้านค้าริมทางได้ แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจน สะอาด และไม่รุกล้ำพื้นที่คนเดิน ต่างจากกรุงเทพฯ ที่หลายจุดยังเหมือน “ต่างคนต่างทำ” และสุดท้ายเมืองก็เสียภาพรวม

ปัญหาฟุตบาทของกรุงเทพฯ ยังเป็นอีกจุดที่สะท้อนคุณภาพการบริหารเมืองได้ชัดที่สุด เพราะฟุตบาทไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือพื้นฐานของเมืองสมัยใหม่ เมืองที่ดีต้องเดินได้จริง ปลอดภัยจริง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก และนักท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันหลายพื้นที่ในสุขุมวิทกลับยังเดินลำบาก มีน้ำขัง พื้นต่างระดับ หรือมีรถจักรยานยนต์ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้าแทบทุกวัน

ขยะก็เป็นอีกภาพสะท้อนสำคัญ แม้กรุงเทพฯ จะมีการเก็บขยะสม่ำเสมอในหลายเขต แต่ในพื้นที่เศรษฐกิจหลักยังพบปัญหาขยะล้น ถุงขยะวางริมถนน กลิ่นอาหาร น้ำเสีย หรือคราบสกปรกตามฟุตบาทอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงกลางคืนจนถึงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังใช้ชีวิตอยู่ในเมือง

สิ่งที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามต่อผลงานของ ผู้ว่า ไม่ใช่เพราะไม่มีความตั้งใจ แต่เพราะภาพลักษณ์ “ผู้ว่าฯ ลุยงาน” ยังไม่สามารถเปลี่ยนปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพฯ ได้จริงในหลายเรื่อง เมืองยังดูขาดระเบียบในจุดสำคัญ และประชาชนยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน

หลายฝ่ายมองว่า กรุงเทพฯ ต้องการมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมี “วิสัยทัศน์เมือง” ที่ชัดเจนว่า จะเอาจริงกับเรื่องใดบ้าง เช่น

1. คืนทางเท้าให้คนเดินอย่างจริงจัง

2. จัดระเบียบร้านค้าทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่เป็นข่าว

3. บังคับใช้กฎหมายแบบเท่าเทียมทุกพื้นที่

4. ยกระดับความสะอาดและระบบจัดการขยะในเขตเศรษฐกิจ

5. ควบคุมการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างจริงจัง

6. ทำให้สุขุมวิทและใจกลางเมืองเป็น “หน้าตาประเทศ” ที่มีมาตรฐานระดับสากล

เพราะท้ายที่สุด เมืองที่เป็นระเบียบไม่ได้วัดแค่จำนวนโครงการใหม่ หรือกิจกรรมประชาสัมพันธ์ แต่ประชาชนจะวัดจากสิ่งง่ายที่สุด คือ “เดินได้ไหม สะอาดไหม ปลอดภัยไหม และรู้สึกว่าเมืองมีระบบหรือไม่”

กรุงเทพฯ มีศักยภาพจะเป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดของเอเชียได้ แต่ถ้าปัญหาพื้นฐานอย่างฟุตบาท ขยะ การค้าบนทางเท้า และการบังคับใช้กฎหมายยังไม่ถูกแก้จริงจัง เมืองก็อาจยังติดอยู่กับภาพเดิม คือเมืองที่มีพลัง มีสีสัน แต่ยังขาดความเป็นระเบียบในระดับเมืองหลวงโลก

_____________

#Newsthepoint

#ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ผู้ว่ากทม #สุขุมวิทโมเดล #เลือกตั้งผู้ว่ากทม

Must Read

Related News

- Advertisement -