นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างหารือกับรัฐบาล เพื่อโอนทรัพย์สินและภาระหนี้สินของโครงการให้รัฐบาลรับไปบริหาร โดยมีเป้าหมายให้การจัดการระบบรถไฟฟ้า ค่าโดยสาร และระบบตั๋วร่วมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องการให้ระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการบริหารแบบบูรณาการ หาก กทม. ลดภาระของรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้ จะมีงบประมาณกลับไปพัฒนาบริการสาธารณะด้านอื่นมากขึ้น ทั้งการศึกษา สาธารณสุข การระบายน้ำ ถนน ทางเท้า สวนสาธารณะ และบริการพื้นฐานของประชาชน
สำหรับสัญญาเดินรถกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS นายชัชชาติประเมินว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนหน่วยงานผู้ถือครองและบริหารทรัพย์สิน ขณะที่เงื่อนไขตามสัญญายังคงดำเนินต่อไปตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือการเจรจามูลค่าของโครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งมูลค่าทางบัญชี มูลค่าทรัพย์สิน ภาระหนี้ เงินลงทุนที่ กทม. ได้ชำระไปแล้ว รวมถึงรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะหลังปี 2572 ที่รายได้จากสัมปทานส่วนหลักจะกลับมาเป็นของกรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติระบุว่า หากรัฐบาลรับโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ก็ควรมีการชดเชยให้ กทม. อย่างเหมาะสม เนื่องจากโครงการมีมูลค่าสูงและมีศักยภาพสร้างรายได้ในอนาคต ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการตีมูลค่าและเจรจารายละเอียด
ส่วนค่าก่อสร้างและหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่ อาจนำมาหักกลบกับมูลค่าทรัพย์สินในขั้นตอนการโอน โดยทรัพย์สินบางส่วนเดิมอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก่อนโอนมาให้กรุงเทพมหานครบริหาร
ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า การเร่งดำเนินการเรื่องนี้จะช่วยลดภาระทางการเงินของกรุงเทพมหานครในระยะยาว และลดการใช้งบประมาณของเมืองไปอุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพียงสายเดียว
ทั้งนี้ การโอนทรัพย์สินยังต้องผ่านการพิจารณาของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน
#ThePoint #NewsThePoint #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #รถไฟฟ้าสายสีเขียว #กรุงเทพมหานคร #BTS #รฟม #ค่าโดยสารรถไฟฟ้า #ตั๋ว

