หน้าแรกข่าวเด่นสัมภาษณ์พิเศษ “หมอลูกตาล” เปิดมุมมองทันตแพทย์ยุค AI ชี้เทคโนโลยีช่วยรักษาได้ แต่ไม่มีวันแทนหมอได้ทั้งหมด

สัมภาษณ์พิเศษ “หมอลูกตาล” เปิดมุมมองทันตแพทย์ยุค AI ชี้เทคโนโลยีช่วยรักษาได้ แต่ไม่มีวันแทนหมอได้ทั้งหมด

สวัสดีค่ะแฟน ๆ The Point ทุกคน หมอลูกตาลนะคะ ปัจจุบันปฏิบัติงานเป็นทันตแพทย์ทั่วไปและทันตแพทย์เด็กที่คลินิกเอกชน ทั้งในกรุงเทพฯ และสมุทรปราการค่ะ รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมสัมภาษณ์กับ The Point ในวันนี้ค่ะ

  1. อะไรคือ Routine ในแต่ละวันที่คุณทำแล้วรู้สึกว่าชีวิตบาลานซ์ขึ้นจริง

ปัจจุบันลูกตาลยังคงเรียนหนังสือควบคู่ไปกับการลงปฏิบัติงานที่คลินิกด้วย ทำให้หลายครั้งรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเป็นสองเท่า ในวันที่งานหนักหรือเจอความกดดัน ลูกตาลจึงพยายามดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะการนอน เพราะเป็นสิ่งพื้นฐานที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นตัว

นอกจากนี้ ลูกตาลมักจะพูดคุยและปรึกษาคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือในบางครั้งก็ปรึกษานักจิตบำบัด เพื่อช่วยหาทางออกและบรรเทาความเครียดหรือความกังวลที่เกิดขึ้น

ส่วนตัวมองว่าเวลาที่เรารู้สึกทุกข์ เหนื่อย หรือกดดัน เราไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว เพราะคนรอบข้างและกำลังใจที่ดี ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพาเราผ่านช่วงเวลายาก ๆ และเป็นหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของทุกคนเลยค่ะ

  1. คุณมองว่าเทรนด์สุขภาพในปี 2026 มีอะไรที่คนควรเริ่มใส่ใจตั้งแต่ตอนนี้

ปัจจุบันเราเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดียมากขึ้น ผู้คนจึงให้ความสำคัญกับความสวยงามของรอยยิ้มมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นฟันสวย ฟันขาว การฟอกสีฟัน หรือการทำวีเนียร์ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ลูกตาลอยากฝากว่า ก่อนตัดสินใจทำการรักษาใด ๆ อยากให้ทุกคนศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และควรปรึกษาทันตแพทย์มากกว่าหนึ่งท่านนะคะ เพื่อรับฟังหลาย ๆ ความเห็นประกอบการตัดสินใจว่า เคสของเราเหมาะกับการรักษาแบบใดมากที่สุด และเพื่อหลีกเลี่ยงการรักษาที่อาจเกินความจำเป็น

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การมีฟันที่สวยตามกระแส แต่คือการมีรอยยิ้มที่สวย สุขภาพดี เหมาะกับตัวเรา มีเอกลักษณ์ ไม่จำเป็นต้องเหมือนพิมพ์นิยม และสามารถคงอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ

  1. ในมุมของทันตแพทย์ คุณมองว่า “พฤติกรรมดูแลสุขภาพช่องปากของคนรุ่นใหม่” มีอะไรที่ควรปรับมากที่สุด

ในมุมของทันตแพทย์ ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ทุกช่วงวัยควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากในเชิงป้องกันมากขึ้น เพราะหลายครั้งปัญหาในช่องปากมักเริ่มจากรอยโรคเล็ก ๆ ที่อาจยังไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงขึ้น และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียฟัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้

สิ่งที่อยากเน้นมากที่สุดคือการพบทันตแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและรับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ควรรอจนมีอาการปวดหรือมีปัญหารุนแรงแล้วจึงมาพบทันตแพทย์ เพราะนอกจากการรักษาจะซับซ้อนมากขึ้นแล้ว ค่าใช้จ่ายก็มักจะสูงขึ้นตามไปด้วย

อีกอย่างหนึ่งที่คนยุคนี้ได้เปรียบมากคือการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้ง่ายขึ้นผ่านสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นคลิปสอนแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน ปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกยาสีฟันให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคน ดังนั้น หากเราใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้อง ร่วมกับการพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคในช่องปาก และช่วยรักษาฟันธรรมชาติให้อยู่กับเราได้นานที่สุดค่ะ

  1. เทคโนโลยีหรือ AI มีบทบาทกับงานทันตแพทย์ของคุณอย่างไร และช่วยยกระดับการรักษาได้แค่ไหน

เทคโนโลยีและ AI มีบทบาทกับงานทันตแพทย์มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการช่วยวินิจฉัยและคัดกรองเบื้องต้น เช่น การช่วยอ่านภาพรังสี ตรวจหาฟันผุ รวมถึงการตรวจคราบพลัคหรือเหงือกอักเสบจากภาพถ่ายในช่องปาก น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ ไว้มีโอกาสในภายภาคหน้า เราจะมาเล่าถึงประเด็นนี้กันอย่างเจาะลึกได้เลย

ส่วนตัวมองว่า AI สามารถช่วยยกระดับการรักษาได้มาก เพราะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดโอกาสการมองข้ามรอยโรค และช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการรักษาได้รวดเร็วขึ้น AI ยังควรเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจนะคะ แต่ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ทันตแพทย์ได้ทั้งหมด เพราะการรักษาจริงยังต้องอาศัยประสบการณ์ การประเมินคนไข้โดยรวม และการตัดสินใจทางคลินิกของทันตแพทย์ร่วมด้วย

  1. คุณคิดว่าในอนาคต คนทำงานต้องมี Skill อะไรเพิ่ม เพื่อให้ยังแข่งขันได้ในยุค AI

ส่วนตัวคิดว่าในอนาคต คนทำงานอาจต้องมีทักษะด้านฝีมือและการลงมือทำจริงมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียด ความชำนาญ และประสบการณ์เฉพาะทาง ซึ่งในตอนนี้ AI อาจจะยังเข้ามาทดแทนได้ไม่สมบูรณ์

อย่างวิชาชีพทันตแพทย์ นอกจากความรู้แล้ว ยังต้องใช้ทักษะการทำงานด้วยมือ ที่อาศัยความแม่นยำ และการตัดสินใจในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

เพราะฉะนั้น น้อง ๆ คนไหนที่สนใจอยากเรียนทันตแพทย์แบบพี่ ๆ ก็อยากให้ตั้งใจและมุ่งมั่นกันให้เต็มที่นะคะ เพราะถ้าเราฝึกฝนจนมีทั้งความรู้และทักษะฝีมือที่ดี ก็จะยังสามารถแข่งขันและเติบโตได้ในยุค AI ค่ะ

  1. ถ้าให้แนะนำคนทั่วไปในการดูแลตัวเองระยะยาว คุณคิดว่า “3 สิ่งเล็ก ๆ ที่ควรเริ่มวันนี้” คืออะไร

การดูแลตัวเองในระยะยาวของลูกตาลคือเน้นการลงทุนในตัวเอง

  1. ลงทุนกับสุขภาพกายและใจ
    เริ่มจากดูแลพื้นฐานให้ดีขึ้น เช่น นอนให้พอ กินอาหารที่ดีขึ้น ขยับร่างกายบ้าง และไม่ละเลยสุขภาพใจ เพราะสุขภาพเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุดของชีวิตระยะยาว
  2. ลงทุนในความรู้และทักษะ
    ลงทุนกับการเรียนรู้วันละเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ เรียนทักษะใหม่ หรือหาความรู้ที่ช่วยพัฒนางานและชีวิต เพราะความรู้จะเพิ่มโอกาสให้เราในอนาคต
  3. ลงทุนเรื่องเงิน
    เริ่มจากมีวินัยทางการเงิน เช่น รู้รายรับรายจ่าย เก็บเงินสม่ำเสมอ และค่อย ๆ ศึกษาการลงทุน เพราะความมั่นคงทางการเงินช่วยให้เรามีอิสระในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ติดตามหมอลูกตาลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram : @s.luktanapi_

#ThePoint #NewsThePoint #สัมภาษณ์พิเศษ #หมอลูกตาล #ทันตแพทย์ #สุขภาพช่องปาก #AI #HealthyLifestyle

Must Read

Related News

- Advertisement -