เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า
ย้ำนิรโทษฯ ไม่เกี่ยวช่วยคดีฮั้ว สว. ยันผ่าน สว.หวังปล่อยคดีชุมนุมการเมือง 48-68 ฟาดคนขวางอย่าปลุก ปชช.มาเป็นเหยื่ออีกเลย เชื่อ“2 น.” ไม่ทะเลาะแตกหักกัน แจงพวกมโน เสี้ยมทำลาย แต่ ภท.ได้ประโยชน์ ลดทอนความเลวร้ายระบอบสีน้ำเงิน
เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การเสี้ยมข่าวมโนปลุกปั้นความขัดแย้ง แตกหักระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ กับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองใหญ่ที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากใครหลงเชื่อย่อมเป็นความโง่งมทางการเมืองอย่างยิ่ง
“ในทางการเมืองนั้น การแต่งนิยาย การแต่งความมโนโดยไม่รู้จักตัวตนนั้น เราเป็นคนการเมืองที่เห็นตัวตนในแต่ละส่วน เมื่อข่าวชิ้นนี้ออกมาจึงจะไม่โง่ตาม รู้ว่ามันยากที่จะเป็นไปได้กับภายใต้สถานการณ์กันแบบนี้
สิ่งสำคัญบทบาททางการเมืองของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น ความขัดแย้งเพื่อชิงเป็นใหญ่จึงยากจะเกิดขึ้น แต่ถูกข่าวปล่อยให้ขัดแย้งกัน ซึ่งกรณีเช่นนี้พรรคภูมิใจไทยคงได้ประโยชน์ทางการเมืองสูงสุดกับข่าวปล่อยเช่นนี้ เพราะความแตกแยกกันนั้นได้ลดทอนความน่ากลัวของระบอบสีน้ำเงิน
อีกอย่างการเมืองเป็นศาสตร์และศิลป์ ถ้าไม่เข้าในทางการเมืองย่อมไปหลงเชื่อเอาเป็นเอาตายว่าเขาขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน เพราะคนกลัวความเป็นเอกภาพ ส่วนคนหนึ่งอยู่ในสนามบอล ได้ยินแต่เสียงปรบมือให้ ไปทางไหนมีแต่คนขอถ่ายรูป ซึ่งสมัยเป็นนักการเมืองอารมณ์เช่นนี้แทบไม่มีเกิดขึ้นเลย
นายจตุพร กล่าวว่า นายเนวิน วางบทบาทตัวเองอยู่เบื้องหลังการเมือง จึงไม่ไปเสนอตัวอยู่เบื้องหน้าหรือไม่เข้าทำเนียบรัฐบาลไปกลบภาพนายกฯ ของนายอนุทิน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหา กลายเป็นความขัดแย้งกันขึ้นได้ ดังนั้น เมื่อทั้งสองคนเข้าใจบทบาทกันแล้ว ปัญหาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
“เมื่อข่าวชิ้นนี้ถูกปล่อยออกมา ว่า ภูมิใจไทยมีปัญหาแล้ว ทำให้ข่าวนี้กลบเรื่องราวอื่นๆได้ เพราะทางปฎิบัติยากจะเกิดอยู่แล้วในทางการเมือง เพราะการเสี้ยมจะนำไปสู่หายนะ ดังนั้นสองคนนี้ไม่มีวันจะหูเบาระหว่างกัน เขาวางสะพานเชื่อมกันไว้เรียบร้อย ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่มีการเสี้ยมให้ขัดแย้งกันหลายกรณี”
อีกทั้งกล่าวว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นขบวนการเสี้ยมทางการเมืองแบบนี้เสมอ จึงเข้าใจ ส่วนกรณีนี้บางคนจะไปกินเบ็ดเสียเอง จนหลงเชื่อว่าเขาจะแตกกันจริง เพราะในแต่ละเรื่องผ่านการคุยกันทั้งนั้น แล้วการเสี้ยมบอกว่าคนหนึ่งสั่งเอาไม่รับฟัง ถ้าเขาวางตัวกันอย่างนั้น จะเดินทางมาถึงทุกวันนี้หรือ
อย่างไรก็ตาม นายเนวิน หรือครูใหญ่ไม่ได้เป็นคู่แข่งนายกฯ แล้วจะโกรธเขาเรื่องอะไร ทะเลาะกันทำไม มันหาสาเหตุไม่เจอ ส่วนความเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องของเหตุและผลต้องฟังกัน ถ้าไม่ฟังกันแล้วก็เจ๊ง
“ความขัดแย้งจนนำปสู่การแตกแยกกันนั้น ในทางการเมืองจะเกิดขึ้นและเห็นร่องรอยจากภายในพรรค ดังนั้น ข่าวพรรคภูมิใจไทยแตกกันเป็นการมโนที่เหลวไหลสิ้นดี เขาผ่านสังคมคนหูเบามาแล้ว จะโง่ตามคนหูเบาไปกันทำไม”
ส่วนร่างกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมผ่านความเห็นชอบของ สว.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า การนิรโทษกรรมจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548-2568 ซึ่งครอบคลุม 20 ปี แต่เหตุการณ์มาถึงปี 21 แล้ว เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้วถ้าไม่นิรโทษฯ แล้ว ต้องการจะให้รบการต่อหรืออย่างไร
อีกอย่าง เมื่อการนิรโทษฯ ไม่เกี่ยวกับ ม.112 คดีทุจริต คดีฆ่าคนตาย และไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทุจริต หรือมีคุณสมบัติอันเป็นเท็จ และ สว.ยังอธิบายชัดเจนว่า การนิรโทษฯ ไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ด้วย
เมื่อ สว.ยืนยันว่า การฮั้ว สว.ไม่ได้อานิสงส์จากการนิรโทษฯ แล้ว แต่ยังยกคดีฮั้ว สว. ขึ้นมาปลุกปั่นกันขึ้นมาอีก ทั้งๆที่ สว.อธิบายชัดเจนนิรโทษฯ ไม่เกี่ยวกับคดี ฮั้ว สว. ดังนั้นไม่ควรให้สังคมผูกติดความแค้นกันอีก
“การนิรโทษฯ นี้มีหลักสำคัญว่า ยังมีคนจำนวนมากอยู่ในเรือนจำ อีกทั้งความขัดแย้งตั้งแต่ปี 2548-2568 ระยะเวลา 20 ปี ถ้าคนต่อสู้มาเมื่ออายุ 60 ปี ก็เข้าวัย 80 ปีกว่ากันแล้ว สังขารผ่านพ้นแล้ว จนสังขารแทบไม่ไหวแล้ว”
นายจตุพร กล่าวว่า จำนวนผู้ได้รับนิรโทษฯ รอบนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 6,000 คน ในจำนวนนี้ 3,000 คนอยู่ในกลุ่มพันธมิตรฯ นปช. และ กปปส. ส่วนอีก 3,000 เป็นคนรุ่นใหม่และเยาวชนที่ต้องคดีชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ยังมีคดี 112 จำนวน 50 คนไม่ได้รับการนิรโทษฯ ซึ่งต้องใช้ช่องทางอื่นๆ เข้าไปช่วยเหลือ
สิ่งสำคัญ ในช่วง 20 ปีผ่านมานั้น พวกคัดค้านการนิรโทษฯ ครั้งนี้ควรต้องมองดูแววตาหมู่มิตรของตัวเองบ้างจะเห็นความยากลำบากอย่างไร และเมื่อ สว.แถลงอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.
ดังนั้น ในหลักคิดสำคัญของการนิรโทษฯ ในจำนวน 6,000 คนได้ประโยชน์ และคนจำนวนหนึ่งในจำนวนนี้สังขารไม่เอื้ออำนวยแล้ว คนอีกจำนวนหนึ่งไปใช้ชีวิตอย่างอื่นแล้ว และยังจะปั่นคดีฮ้ัว สว.มาขวางการนิรโทษฯ ทำให้สังคมอยู่ในความแค้นเคืองกันอีก
“ส่วนเยาวชนนั้น มี 3,000 คนได้ประโยชน์ เหลือแค่ 3 คนในคดี 112 ไม่ได้ประโยชน์ จึงต้องคิดหาวิธีช่วยเหลือกัน ภายใต้สถานการณ์นี้ ใครจะคิดอ่านกันอย่างไร แต่อย่าคิดเอาประชาชนมาเป็นเหยื่อกันอีกเลย ควรพอกันเสียทีได้แล้ว”
____________
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1U1RrHtgJQ/
#Newsthepoint
#จตุพรพรหมพันธุ์ #ระบอบสีน้ำเงิน #คัดค้านการนิรโทษกรรม #เนวิน

