หน้าแรกข่าวเด่นผู้เชี่ยวชาญร้องห้ะ! ‘ดร.การดี’ ลอง TH-AI Passport คล้ายของฟรีนอก จี้รัฐแจงงบ-ความคุ้มค่า

ผู้เชี่ยวชาญร้องห้ะ! ‘ดร.การดี’ ลอง TH-AI Passport คล้ายของฟรีนอก จี้รัฐแจงงบ-ความคุ้มค่า



เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569
ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าการติดตามโครงการ TH-AI Passport ว่า ขณะนี้ยังมีข้อมูลสำคัญที่อยู่ระหว่างรอการเปิดเผยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ประเด็น ได้แก่ 1.สัญญาจ้างฉบับที่มีการแก้ไข ซึ่งเข้าใจว่ายังอยู่ในกระบวนการดำเนินการและยังไม่ได้รับเอกสาร 2.รายชื่อคณะกรรมการตรวจรับโครงการทั้งหมด ซึ่งยังไม่ได้รับเช่นกัน และ 3.คำชี้แจงเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ (KPI) และแนวทางการประมวลผลข้อมูล ซึ่งยังรอคำตอบอยู่

นางการดี กล่าวต่อว่า เหตุผลที่ติดตามทั้ง 3 ประเด็นนี้ เพราะเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ ได้แก่ การใช้เงินภาษีประชาชนให้คุ้มค่า การทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการดำเนินงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ และเมื่อคืนที่ผ่านมา(15 ก.ค.)ตนได้รับอีเมลจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ เพื่อเข้าไปทดลองใช้งาน TH-AI Passport ในเวอร์ชันเริ่มต้น จึงขอขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้งาน โดยจากการทดลองเบื้องต้นพบว่า หน้าตาการใช้งาน (UI) มีความสวยงาม มีฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบการเรียนรู้ด้าน AI ที่ดูครบถ้วน แม้ว่ายังไม่ได้ทดลองใช้ทุกฟังก์ชันก็ตาม

“สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือเมื่อได้หารือกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พบว่า ฟังก์ชันหลายอย่างที่มีอยู่ในระบบนั้น คล้ายกับบริการ AI เวอร์ชันฟรีที่มีให้ใช้งานอยู่แล้วในต่างประเทศ จึงยังไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศไทยจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกับโครงการดังกล่าว แต่ก็ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการเปิดให้มีการทดสอบใช้งานในวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้สามารถประเมินความคุ้มค่าของโครงการได้อย่างรอบด้าน” นางการดี กล่าว

นางการดี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเริ่มเข้าไปทดลองใช้งานระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถตอบคำถามเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินของโครงการได้ชัดเจนขึ้น โดยประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อสงสัยสำคัญที่ต้องได้รับคำอธิบาย ทั้งนี้ขอขอบคุณหน่วยงานที่รับฟังข้อเสนอแนะจากภาควิชาชีพ หลังจากที่ผ่านมาได้รวบรวมความคิดเห็นจากสมาคมวิชาชีพต่างๆ และจัดส่งเป็นข้อเสนอแนะอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งพบว่ามีการปรับปรุงรายละเอียดบางส่วนของโครงการแล้ว หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ได้รับทราบ คือ รูปแบบสัญญาจะมีการปรับจาก Pay per Use มาเป็น Pay per Active User ซึ่งถือเป็นความแตกต่างที่สำคัญ เพราะระบบ Pay per Use จะคำนวณจากการใช้งานหรือโทเคน ซึ่งตรวจสอบได้ยาก ขณะที่ Pay per Active User จะคิดตามจำนวนผู้ใช้งานจริง จึงทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการตรวจรับงานและการเบิกจ่ายงบประมาณจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสสูงสุด รวมถึงจะกำหนดอัตราค่าบริการอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

____________

#Newsthepoint

#การดีเลียวไพโรจน์ #THAIPassport #แอปAIรัฐบาล #พรรคประชาธิปัตย์

Must Read

Related News

- Advertisement -